เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 รับ 3 เด้งได้ไหม? เช็กเงื่อนไขเงินรัฐบาล–กทม.–ประกันภัยพิบัติ
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 รับ 3 เด้งได้ไหม? เช็กเงินรัฐบาล–กทม.–ประกันภัยพิบัติ ก้อนไหนรับร่วมกันได้
บ้านถูกน้ำท่วมครั้งหนึ่ง ขอเงินช่วยเหลือได้กี่ก้อน? เป็นคำถามที่หลายครอบครัวกำลังสงสัย หลังมีข้อมูลทั้งเงินเยียวยาจากรัฐบาล เงินช่วยเหลือความเสียหายของกรุงเทพมหานคร และประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จนเกิดความเข้าใจว่าอาจขอรับได้พร้อมกันถึง “3 เด้ง” แต่แต่ละระบบมีเงื่อนไขและช่วงเวลาเกิดภัยต่างกัน จึงยังสรุปไม่ได้ว่าเหตุการณ์เดียวกันจะได้รับครบทั้งสามก้อน
จากข้อมูลทางการที่ตรวจสอบ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 สิทธิที่ยืนยันชัดเจนคือ ผู้ประสบภัยในกรุงเทพมหานครที่เข้าเกณฑ์สามารถยื่นขอเงินรัฐบาลและเงินช่วยเหลือตามระเบียบ กทม. ได้ทั้งสองแหล่ง โดยต้องยื่นคำขอแยกกัน ส่วนประกันภัยพิบัติแห่งชาติใช้กับเหตุที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ จึงไม่ใช่เงินก้อนที่สามที่จะนำมาบวกกับมาตรการเดิมได้โดยอัตโนมัติ
เงินเยียวยาน้ำท่วมที่พูดถึง “3 ก้อน” มีอะไรบ้าง?
คำว่า “3 ก้อน” ในที่นี้หมายถึงระบบช่วยเหลือสามประเภท ไม่ใช่สิทธิที่ทุกครัวเรือนจะได้รับครบทั้งหมด การพิจารณาต้องดูทั้งวันที่เริ่มเกิดภัย พื้นที่ประกาศ ความเสียหาย และคุณสมบัติของผู้ยื่น หากแยกแต่ละระบบให้ชัด จะช่วยลดความสับสนว่าควรยื่นขอเงินใดและยื่นผ่านช่องทางไหน
| เงินช่วยเหลือ | ช่วยเรื่องอะไร | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|
| ก้อนที่ 1 เงินรัฐบาลตามมติ ครม. | เงินช่วยเหลือครัวเรือน 9,000 หรือ 5,000 บาท ตามลักษณะผลกระทบ | สำหรับเหตุอุทกภัยช่วง 15 พฤษภาคม–30 กันยายน 2569 ในพื้นที่และกรณีที่เข้าเกณฑ์ |
| ก้อนที่ 2 เงินช่วยเหลือความเสียหายตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง | เช่น ค่าวัสดุซ่อมแซมที่พักอาศัยและความช่วยเหลือด้านอื่น ตามรายการและเพดานที่กำหนด | กทม. มีระบบยื่นตามระเบียบของตนเอง ส่วนต่างจังหวัดต้องตรวจสอบกับหน่วยงานในพื้นที่ |
| ก้อนที่ 3 ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ | ความคุ้มครองและเงินชดเชยตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ | ใช้กับเหตุที่เกิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ตามเงื่อนไข ไม่ใช่สิทธิย้อนหลังให้เหตุเดิมทุกกรณี |
ก้อนที่ 1 เงินเยียวยา 9,000 และ 5,000 บาท ใครมีสิทธิ?
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ชี้แจงเกณฑ์ช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ไว้ 4 กรณี โดยพิจารณาจากที่อยู่อาศัยประจำและผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ผู้ขอรับสิทธิต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามเกณฑ์ มาตรการนี้ครอบคลุมเหตุอุทกภัยในช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม–30 กันยายน 2569
- 9,000 บาท: ที่อยู่อาศัยประจำน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และมีทรัพย์สินเสียหาย
- 9,000 บาท: ที่อยู่อาศัยประจำน้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วัน
- 5,000 บาท: ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติได้ติดต่อกันเกิน 7 วัน
- 5,000 บาท: พักอาศัยในอาคารสูง น้ำไม่ถึงชั้นที่พัก แต่ได้รับผลกระทบจนไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติได้ติดต่อกันเกิน 7 วัน
เงิน 9,000 บาทกับ 5,000 บาทไม่ใช่สองก้อนที่นำมาบวกเป็น 14,000 บาท แต่เป็นอัตราช่วยเหลือต่างกรณีในมาตรการเดียวกัน ประชาชนสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือขอความช่วยเหลือในการยื่นเรื่องจากหน่วยงานท้องถิ่นและสำนักงานเขต การเปิดระบบให้ลงทะเบียนไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครทุกคนจะผ่านเกณฑ์ เพราะยังต้องตรวจสอบสิทธิก่อนจ่ายเงิน
ก้อนที่ 2 เงินช่วยเหลือความเสียหายของ กทม. ต่างจากเงินรัฐบาลอย่างไร?
กรุงเทพมหานครมีช่องทางขอรับเงินช่วยเหลือตามระเบียบของ กทม. แยกจากเงินรัฐบาลตามมติ ครม. โดยพิจารณาความเสียหายและรายการที่ขอรับความช่วยเหลือ เช่น ค่าวัสดุซ่อมแซมที่พักอาศัยและความช่วยเหลือด้านอื่น เงินประเภทนี้จึงไม่ได้เป็นยอดเหมาจ่ายเดียวกันทุกบ้าน และต้องผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์
ผู้ประสบภัยสามารถยื่นผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th หรือสอบถามสำนักงานเขตที่รับผิดชอบได้ ควรเตรียมหลักฐานความเสียหายและเอกสารตามรายการที่ยื่น พร้อมแจ้งเงินช่วยเหลือที่ได้รับหรืออยู่ระหว่างขอจากแหล่งอื่น สำหรับต่างจังหวัดต้องสอบถาม อบต. เทศบาล หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ เพราะไม่ควรนำเงื่อนไขของ กทม. ไปใช้แทนทุกจังหวัด
รับ “2 เด้ง” ได้ไหม? กทม. ยืนยันขอสองแหล่งได้ หากเข้าเกณฑ์
กรุงเทพมหานครชี้แจงว่า ผู้ประสบภัยที่มีสิทธิสามารถขอรับเงินช่วยเหลือจาก รัฐบาลตามมติ ครม. และ เงินช่วยเหลือความเสียหายตามระเบียบ กทม. ได้ทั้งสองแหล่ง นี่คือการรับ “สองเด้ง” ที่มีข้อมูลทางการรองรับ แต่ต้องผ่านเงื่อนไขของแต่ละมาตรการ ไม่ใช่ลงทะเบียนเพียงครั้งเดียวแล้วได้รับทั้งสองก้อนทันที
- เงินรัฐบาล: ยื่นคำขอผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
- เงินช่วยเหลือของ กทม.: ยื่นคำขอผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th
- หากไม่สะดวกยื่นออนไลน์: สามารถติดต่อสำนักงานเขตเพื่อยื่นเรื่องทั้งสองประเภท โดยแจ้งให้ชัดว่าต้องการขอรับความช่วยเหลือจากทั้งสองแหล่ง
ตัวอย่างเช่น บ้านที่ประสบภัยในช่วงเวลาของมาตรการเดิมและผ่านเกณฑ์เงินรัฐบาล อาจยื่นขอความช่วยเหลือด้านการซ่อมแซมจาก กทม. เพิ่มได้ หากมีความเสียหายและมีสิทธิตามระเบียบ อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินก้อนที่สองขึ้นอยู่กับผลการพิจารณา ไม่ควรนำวงเงินสูงสุดของทุกประเภทมาบวกแล้วคาดว่าจะได้รับเต็มจำนวน
ก้อนที่ 3 ประกันภัยพิบัติ ทำไมจึงไม่ใช่เงินเพิ่มสำหรับทุกคน?
ประกันภัยพิบัติแห่งชาติกำหนดช่วงความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 โดยต้องเป็นเหตุและความเสียหายที่เข้าเงื่อนไขกรมธรรม์ รัฐบาลย้ำเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมว่า เหตุที่เกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคมให้ใช้กลไกงบกลาง ส่วนเหตุที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไปอยู่ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จุดสำคัญจึงอยู่ที่วันที่เริ่มเกิดภัย ไม่ใช่วันที่ยื่นคำขอหรือวันที่ได้รับเงิน
ดังนั้น บ้านที่เริ่มท่วมในเดือนกันยายนและยังท่วมต่อเนื่องเข้าเดือนตุลาคม ไม่ควรเข้าใจว่าจะได้สิทธิประกันเพิ่มอีกก้อนเพียงเพราะข้ามเดือน ต้องให้หน่วยงานพิจารณาว่าเป็นเหตุเดิมที่ต่อเนื่องหรือเป็นเหตุใหม่ตามหลักเกณฑ์ การรับเงินรัฐบาลสำหรับเหตุเดิมแล้วขอประกันสำหรับเหตุเดียวกัน จึงไม่ใช่สิทธิที่ยืนยันให้รับซ้อนกันได้
สรุปแล้ว รับเงินเยียวยาน้ำท่วม “3 เด้ง” ได้หรือไม่?
ยังไม่ควรสรุปว่าเหตุการณ์เดียวกันรับได้ครบทั้งสามก้อน เพราะเงินรัฐบาลตามมาตรการเดิมกับประกันภัยพิบัติมีช่วงเวลาเกิดภัยและกลไกช่วยเหลือต่างกัน ส่วนการรับประกันภัยพิบัติร่วมกับเงินช่วยเหลือความเสียหายของ กทม. ต้องตรวจเงื่อนไขและรายการที่ขอ ไม่พบข้อมูลทางการที่ตรวจสอบครั้งนี้ยืนยันให้รับร่วมกันได้ทุกกรณี
รัฐบาลมีแนวทางจัดระบบเพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนของการช่วยเหลือ จึงไม่ควรถือว่ามีสามระบบแล้วประชาชนจะได้รับสามก้อนเสมอ หากบ้านได้รับผลกระทบจากเหตุใหม่ภายหลัง ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจว่าเป็นคนละเหตุและเข้าเกณฑ์ใด โดยไม่สรุปสิทธิจากวันที่หรือจำนวนครั้งที่น้ำเข้าบ้านด้วยตนเอง
| เงินที่ต้องการรับร่วมกัน | ข้อสรุปจากข้อมูลที่ตรวจสอบ |
|---|---|
| เงินรัฐบาล 9,000 หรือ 5,000 บาท + เงินช่วยเหลือของ กทม. | ขอรับร่วมกันได้ หากเข้าเกณฑ์ทั้งสองประเภท และยื่นคำขอแยกกัน |
| เงินรัฐบาล 9,000 บาท + เงินรัฐบาล 5,000 บาท | ไม่ใช่สองก้อน เป็นอัตราต่างกรณีในมาตรการเดียวกัน |
| เงินรัฐบาลมาตรการเดิม + ประกันภัยพิบัติ สำหรับเหตุเดิมที่ท่วมต่อเนื่อง | ไม่ควรนับเป็นสิทธิรับเพิ่มจากการข้ามวันที่ 1 ตุลาคม ต้องพิจารณาวันเริ่มเกิดภัยและเงื่อนไข |
| ประกันภัยพิบัติ + เงินช่วยเหลือความเสียหายของ กทม. | ต้องตรวจเงื่อนไขกรมธรรม์ ระเบียบ และรายการความเสียหาย ยังไม่ยืนยันว่ารับร่วมกันได้ทุกกรณี |
| เงินรัฐบาล + เงิน กทม. + ประกันภัยพิบัติ สำหรับเหตุเดียวกัน | ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันสิทธิรับครบ “3 เด้ง” ตามการตรวจสอบครั้งนี้ |
ก่อนยื่นขอเงินช่วยเหลือ ควรเช็กอะไรบ้าง?
- วันที่เริ่มเกิดภัย: ระบุว่าน้ำเริ่มท่วมเมื่อใด และท่วมต่อเนื่องหรือเกิดเหตุใหม่
- พื้นที่ประกาศ: ตรวจว่าที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เข้าเงื่อนไขของมาตรการนั้นหรือไม่
- ลักษณะผลกระทบ: น้ำเข้าบ้าน ถูกน้ำล้อม หรืออยู่ชั้นสูงแต่ใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ พร้อมระยะเวลาที่ได้รับผลกระทบ
- หลักฐานความเสียหาย: เก็บภาพถ่าย วันที่ และเอกสารที่หน่วยงานกำหนดให้ครบ
- เงินจากแหล่งอื่น: แจ้งรายการที่ได้รับแล้วหรืออยู่ระหว่างยื่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสิทธิและความซ้ำซ้อน
- ช่องทางยื่น: เงินรัฐบาลกับเงิน กทม. ต้องแยกคำขอ ไม่ใช้การลงทะเบียนช่องทางเดียวแทนทั้งสองประเภท
มีหลายระบบช่วยเหลือ แต่สิทธิรับเงินต้องดูเป็นรายกรณี
ผู้ประสบภัยไม่ควรพลาดสิทธิที่ขอรับได้ แต่ก็ไม่ควรนำวงเงินจากทุกระบบมารวมเป็นยอดที่ตนจะได้รับแน่นอน สำหรับกรุงเทพมหานคร ข้อมูลทางการยืนยันว่าขอเงินรัฐบาลและเงินช่วยเหลือของ กทม. ได้ทั้งสองแหล่ง หากเข้าเกณฑ์และยื่นแยกกัน ส่วนประกันภัยพิบัติต้องดูวันเริ่มเกิดเหตุและเงื่อนไขกรมธรรม์ จึงยังไม่ควรเรียกว่า “รับสามเด้ง” จากน้ำท่วมเหตุการณ์เดียวกัน
หากไม่แน่ใจว่าเหตุของตนอยู่ในมาตรการใด ควรนำข้อมูลวันเกิดภัยและหลักฐานไปสอบถามสำนักงานเขต อบต. เทศบาล หรือ ปภ. ในพื้นที่ ขอให้เจ้าหน้าที่ระบุให้ชัดว่ายื่นเงินประเภทใดได้บ้าง และมีรายการใดที่อาจซ้ำกับความช่วยเหลือที่ได้รับแล้ว การตรวจสิทธิก่อนยื่นจะช่วยให้ประชาชนดำเนินการได้ตรงช่องทางและเข้าใจยอดช่วยเหลือที่มีโอกาสได้รับจริง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี