เงินเดือนเท่านี้ ควรเช่าห้องเดือนละกี่บาท? เปิดสูตรคำนวณง่ายๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือน

เงินเดือนเท่านี้ ควรเช่าห้องเดือนละกี่บาท? แจกสูตรคำนวณง่าย ๆ ค่าเช่าห้องเท่าไหร่เหมาะกับรายได้ของเรา?
ใครกำลังหาห้องเช่า คอนโด หรืออพาร์ตเมนต์ ควรคำนวณงบก่อนตัดสินใจ เพราะค่าใช้จ่ายไม่ได้มีแค่ค่าเช่า แต่ยังรวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะคนที่มีหนี้หรืออยากมีเงินเก็บ การคำนวณงบประมาณล่วงหน้าจะช่วยให้การเงินคล่องตัวขึ้น
สูตรค่าเช่าห้องไม่ควรเกินกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน?
ตามหลักการจัดสรรการเงิน ค่าเช่าห้องที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 25–30% ของรายได้ต่อเดือน เช่น หากมีเงินเดือน 30,000 บาท ควรมีงบค่าเช่าประมาณ 7,500–9,000 บาทต่อเดือน
ตัวเลขนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น สำหรับคนที่ไม่มีหนี้และทำงานใกล้บ้าน อาจตั้งงบจ่ายได้สูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนคนที่มีหนี้ ผ่อนรถ หรือมีค่าเดินทางสูง ควรตั้งงบค่าเช่าให้ต่ำลง เพื่อไม่ให้กระทบกับสภาพคล่องทางการเงิน
ตารางคำนวณ เงินเดือนเท่านี้ ควรจ่ายค่าเช่าเท่าไหร่?
เพื่อความสะดวกในการวางแผน สามารถคำนวณงบค่าเช่าห้องตามช่วงเงินเดือนเบื้องต้นได้ดังนี้
- เงินเดือน 15,000 บาท → งบค่าเช่าที่เหมาะสม 3,750–4,500 บาท
- เงินเดือน 20,000 บาท → งบค่าเช่าที่เหมาะสม 5,000–6,000 บาท
- เงินเดือน 25,000 บาท → งบค่าเช่าที่เหมาะสม 6,250–7,500 บาท
- เงินเดือน 30,000 บาท → งบค่าเช่าที่เหมาะสม 7,500–9,000 บาท
- เงินเดือน 35,000 บาท → งบค่าเช่าที่เหมาะสม 8,750–10,500 บาท
- เงินเดือน 40,000 บาท → งบค่าเช่าที่เหมาะสม 10,000–12,000 บาท
- เงินเดือน 50,000 บาท → งบค่าเช่าที่เหมาะสม 12,500–15,000 บาท
- เงินเดือน 60,000 บาท → งบค่าเช่าที่เหมาะสม 15,000–18,000 บาท
- เงินเดือน 80,000 บาท → งบค่าเช่าที่เหมาะสม 20,000–24,000 บาท
- เงินเดือน 100,000 บาท → งบค่าเช่าที่เหมาะสม 25,000–30,000 บาท
อย่าลืมรวมค่าใช้จ่ายแฝงเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย
นอกจากค่าเช่าหลักแล้ว ในแต่ละเดือนยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต และค่าที่จอดรถ ซึ่งเมื่อนำมารวมกันแล้วอาจทำให้งบประมาณบานปลายได้
ตัวอย่างการคำนวณ: หากเช่าห้องเดือนละ 8,000 บาท มีค่าไฟ 1,500 บาท ค่าน้ำ 300 บาท ค่าอินเทอร์เน็ต 500 บาท และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 200 บาท จะเท่ากับว่ามีค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยรวมถึง 10,500 บาทต่อเดือน ดังนั้นจึงควรใช้สูตรประกอบคือ "ค่าใช้จ่ายเรื่องที่อยู่อาศัยทั้งหมด ไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ต่อเดือน"
การแบ่งงบค่าเช่าเป็น 3 ระดับ
การเลือกงบประมาณค่าเช่า สามารถแบ่งตามสไตล์การวางแผนทางการเงินได้ 3 ระดับหลัก ๆ ได้แก่
- ระดับประหยัด (20–25% ของรายได้): เหมาะกับคนที่มีหนี้สิน ต้องการเก็บเงินออม หรือมีค่าใช้จ่ายประจำสูง
- ระดับสมดุล (25–30% ของรายได้): เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกในการเดินทางหรือสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น โดยยังควบคุมการเงินได้ดี
- ระดับสูง (มากกว่า 30% ของรายได้): ควรพิจารณาให้รอบคอบ เพราะจะทำให้เงินสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และเงินออมลดลงอย่างมาก
ตัวอย่างกรณีเงินเดือน 30,000 บาท:
สูตรประหยัด (25%): 30,000 × 25% = 7,500 บาท
สูตรสมดุล (30%): 30,000 × 30% = 9,000 บาท
ดังนั้นงบค่าเช่าควรอยู่ที่ประมาณ 7,500–9,000 บาทต่อเดือน แต่หากมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นรวมอีกประมาณ 2,000 บาท ควรเลือกห้องที่มีค่าเช่าต่ำลง เพื่อให้รวมแล้วไม่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้
คนมีภาระหนี้สิน ควรลดงบค่าเช่าลง
สำหรับคนที่มีภาระผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต มีสินเชื่อ หรือมีค่าใช้จ่ายประจำมาก อาจไม่เหมาะกับการตั้งเพดานค่าเช่าไว้ที่ 30% ทางที่ดีควรหักค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายแน่นอนออกจากรายได้ทั้งหมดก่อน แล้วจึงจัดสรรเงินที่เหลือสำหรับค่าเช่า ค่าอาหาร ค่าเดินทาง เงินออม และค่าใช้จ่ายส่วนตัว
หากคำนวณแล้วพบว่าเหลือเงินน้อย การตัดสินใจเลือกห้องที่ราคาถูกลง แม้จะต้องลดขนาดห้องหรือสิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างลง ก็จะช่วยให้สภาพคล่องทางการเงินในชีวิตประจำวันดีขึ้นมาก
iStockphoto
4 ข้อเช็กตัวเองก่อนเซ็นสัญญาเช่าห้อง
ก่อนที่จะตัดสินใจเซ็นสัญญาเช่าห้องหรือคอนโด ควรทบทวน 4 ข้อสำคัญดังต่อไปนี้
- ค่าเช่ารวมค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นแล้วเป็นเท่าไหร่? อย่าดูเฉพาะราคาประกาศเช่า เพราะค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงกว่าราคาเช่าหลายพันบาท
- ค่าเดินทางแพงแค่ไหน? ห้องที่ราคาถูกกว่า 2,000 บาท แต่มีค่าเดินทางเพิ่มขึ้น 3,000 บาทต่อเดือน อาจไม่ได้ช่วยประหยัดเงินจริง
- หลังจ่ายค่าเช่าแล้วยังมีเงินออมหรือไม่? หากแต่ละเดือนแทบไม่เหลือเงินเก็บ อาจเป็นสัญญาณว่าค่าเช่าห้องสูงเกินงบประมาณ
- หากเกิดเหตุฉุกเฉินยังจ่ายค่าเช่าไหวหรือไม่? ควรเผื่อเงินสำรองสำหรับกรณีที่มีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่หรือรายได้ลดลงอย่างกะทันหัน
สรุปสูตรคำนวณก่อนเลือกหาห้องเช่า
สรุปสูตรง่าย ๆ ในการคำนวณงบค่าเช่าคือ เงินเดือน × 25% = งบค่าเช่าแบบประหยัด และ เงินเดือน × 30% = งบค่าเช่าสูงสุดที่ควรพิจารณา หากมีหนี้สินหรือค่าใช้จ่ายประจำสูง ควรตั้งเป้าให้ต่ำกว่า 25%
ก่อนตัดสินใจเช่าห้อง ควรรวมค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายประจำอื่น ๆ เข้าไปด้วยเสมอ เพราะเป้าหมายของการเลือกที่อยู่อาศัย ไม่ใช่แค่การจ่ายค่าเช่าไหวในแต่ละเดือน แต่ต้องเหลือเงินสำหรับออมและพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ด้วย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี