ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ น้ำท่วม-พายุ-แผ่นดินไหว แบบไหนเคลมได้-ไม่ได้

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ น้ำท่วม-พายุ-แผ่นดินไหว แบบไหนเคลมได้-ไม่ได้

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ น้ำท่วม-พายุ-แผ่นดินไหว แบบไหนเคลมได้-ไม่ได้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ บ้านโดน น้ำท่วม-พายุ-แผ่นดินไหว แบบไหนเคลมได้ แบบไหนเคลมไม่ได้

ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ที่รัฐบาลเคาะงบกว่า 15,500 ล้านบาท จัดซื้อกรมธรรม์คุ้มครองประชาชนฟรีเกือบ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วไทย เริ่มมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุมทั้งความเสียหายของที่อยู่อาศัยสูงสุด 100,000 บาท และกรณีสูญเสียชีวิตจากภัยพิบัติสูงสุด 2,000,000 บาท

สรุปเงื่อนไข-เช็กสิทธิ์-วิธีเคลม และเอกสารที่ต้องใช้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์เงินเยียวยา

1. ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คืออะไร คุ้มครองภัยใดบ้าง?

โครงการที่ภาครัฐออกค่าเบี้ยประกันให้ประชาชน เพื่อสร้างหลักประกันความเสียหายจากภัยธรรมชาติร้ายแรง 3 กลุ่ม:

  • อุทกภัย: น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

  • วาตภัย: ลมพายุ และฟ้าผ่า

  • ธรณีพิบัติภัย: แผ่นดินไหว สึนามิ และภูเขาไฟระเบิด

2. อะไรบ้างที่ "เคลมได้" vs "เคลมไม่ได้"

รายการ สถานะการเคลม เงื่อนไขและข้อกำหนด
โครงสร้างบ้าน / สิ่งปลูกสร้าง เคลมได้ ผนัง พื้น หลังคา รั้วบ้าน ที่เสียหายจากภัยพิบัติ
เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน (Built-in) เคลมได้ เฉพาะส่วนที่ติดตั้งตรึงตรา ยึดติดแน่นกับตัวบ้าน
น้ำล้อมบ้านเกิน 7 วัน เคลมได้ บ้านไม่พัง แต่น้ำท่วมล้อมรอบจนใช้ชีวิตไม่ได้ต่อเนื่องเกิน 7 วัน (รับ 10,000 บาท)
ห้องชุดคอนโดมิเนียม เคลมได้ คอนโดที่มีทะเบียนบ้านแยกห้อง นับสิทธิ์แยกห้องละ 1 หลังคาเรือน
มีบ้านหลายหลัง / บ้านเช่า เคลมได้ มีคนอยู่อาศัยประจำจริง เคลมแยกตามความเสียหายจริงต่อหลังคาเรือน
บ้านมีประกันส่วนตัวอยู่แล้ว เคลมได้ ใช้สิทธิ์ร่วมได้ หากความเสียหายตรงตามเกณฑ์ของโครงการ
เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เคลมไม่ได้ โซฟา ตู้ โต๊ะ เตียง หรือของตกแต่งที่ยกย้ายได้
เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เคลมไม่ได้ ทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ พัดลม เครื่องซักผ้า ฯลฯ
บ้านร้าง / สิ่งปลูกสร้างไม่มีผู้อาศัย เคลมไม่ได้ อาคารทิ้งร้าง ไม่ได้ใช้พักอาศัยประจำ
ความเสียหายก่อน 1 ต.ค. 2569 เคลมไม่ได้ มวลน้ำเดิมหรือภัยที่เกิดก่อนวันเริ่มคุ้มครอง (ให้รับเงินเยียวยาตามเกณฑ์ภาครัฐปกติ)
น้ำขังทั่วไปที่ไม่มีประกาศภัยพิบัติ เคลมไม่ได้ ต้องเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติอย่างเป็นทางการ

832778318_1088248384099108_49

3. สรุปยอดเงินจ่ายค่าซ่อมบ้าน (ได้เงินอย่างไร?)

  • กรณีน้ำท่วม: รับเงินเบื้องต้นก่อนทันที 10,000 บาท (ไม่ต้องรอช่างประเมิน) จากนั้นประเมินความเสียหายจริง จ่ายส่วนที่เหลือตามจริงไม่เกิน 90,000 บาท (รวมสูงสุด 100,000 บาท)

  • กรณีลมพายุ / แผ่นดินไหว: รับเงินเบื้องต้นทันที 5,000 บาท และจ่ายส่วนเพิ่มตามจริงไม่เกิน 95,000 บาท (รวมสูงสุด 100,000 บาท)

828924420_1643490620749515_70

4. ใครมีสิทธิ์เคลมได้บ้าง?

  • บุคคลสัญชาติไทย มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก

  • ต้องเป็นบ้านที่อยู่อาศัยเป็นประจำ และมีเลขที่บ้านตามกฎหมาย

  • กรณีบ้านไม่มีเลขที่: ต้องมีสภาพเป็นที่พักอาศัยจริง และมีชื่ออยู่ในระบบสำรวจของกรมการปกครอง (รอบอัปเดต 15 ก.ย. 2569)

5. ยื่นเคลมได้ที่ไหน? (4 ช่องทางหลัก)

  1. เว็บไซต์: www.ThaiNatCat.org

  2. LINE Official: @Thainatcat

  3. โทรศัพท์ Call Center: 0 2012 5555

  4. จุดรับแจ้งเคลมในพื้นที่: ศูนย์ประสานงานส่วนหน้าในพื้นที่ประสบภัย

6. ได้เงินภายในกี่วัน?

  • เงินก้อนแรก (10,000 หรือ 5,000 บาท): โอนเข้าบัญชีภายใน 15 วัน นับจากวันที่บริษัทประกันได้รับเอกสารครบถ้วน

  • เงินส่วนเพิ่มตามจริง: ตรวจประเมิน เจรจาตกลงค่าเสียหายเสร็จ และโอนจ่ายภายใน 15 วัน หลังเอกสารครบ

  • เงินกรณีเสียชีวิต: โอนจ่ายทายาทภายใน 15 วัน หลังส่งหลักฐานครบ

7. เอกสารที่ต้องเตรียม (ถ่ายรูปเก็บไว้เลย)

  • ชุดแรก (รับเงินเบื้องต้น):

    1. บัตรประชาชนผู้มีสิทธิ์

    2. เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย

    3. ทะเบียนบ้านหลังที่เสียหาย (ถ้ามี)

    4. ภาพถ่ายความเสียหายของตัวบ้าน

    5. บัญชีธนาคารพร้อมเพย์ (ผูกกับเลขบัตรประชาชน) หรือสมุดบัญชีธนาคาร

  • ชุดสอง (ขอประเมินเงินซ่อมเพิ่ม):

    • รูปถ่ายความเสียหายมุมกว้าง-เจาะลึก, รายการโครงสร้างหรือบิวท์อินที่พัง, ใบเสนอราคาช่าง, ใบเสร็จค่าซ่อมแซม

8. เตือนภัยมิจฉาชีพ! อย่าหลงเชื่อ

  • โครงการนี้ ไม่มีการโทรขอรหัส OTP เด็ดขาด

  • ไม่มีการเรียกเก็บเงิน หรือให้โอนเงินก่อน เพื่อรับค่าสินไหม

  • ภาพถ่ายความเสียหาย บริษัทประกันใช้ระบบ AI ตรวจจับภาพตัดต่อ หากพบการตกแต่งภาพปลอมจะถูกปฏิเสธเคลมและดำเนินคดีตามกฎหมาย

9. บริษัทประกันมีความพร้อมจ่ายเงินจริงไหม?

โครงการนี้มีวงเงินความคุ้มครองรวมสูงถึง 75,000 ล้านบาท โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้กระจายความเสี่ยงด้วยการ ส่งต่อประกันภัยต่อ (Reinsurance) ในต่างประเทศครบ 100% แล้ว จึงมีเสถียรภาพทางการเงินสูง มั่นใจได้ว่ามีงบพร้อมจ่ายจริงทุกเคส

10. เช็ก 11 รายชื่อบริษัทประกันภัยที่ร่วมดูแล

  1. บมจ.กรุงเทพประกันภัย

  2. บมจ.กรุงไทยพานิชประกันภัย

  3. บมจ.คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย)

  4. บมจ.ทิพยประกันภัย

  5. บมจ.ไทยไพบูลย์ประกันภัย

  6. บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์

  7. บมจ.ฟอลคอนประกันภัย

  8. บมจ.เมืองไทยประกันภัย

  9. บมจ.วิริยะประกันภัย

  10. บมจ.เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย)

  11. บมจ.ไอแคร์ ประกันภัย

833346847_1569492324498202_58

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล