นายกฯ ตอบชัด! ประกันภัยพิบัติเริ่ม 1 ต.ค. น้ำท่วมก่อนหน้านี้ คุ้มครองด้วยไหม?

นายกฯ ตอบชัด! ประกันภัยพิบัติเริ่ม 1 ต.ค. น้ำท่วมก่อนหน้านี้ คุ้มครองด้วยไหม?

นายกฯ ตอบชัด! ประกันภัยพิบัติเริ่ม 1 ต.ค. น้ำท่วมก่อนหน้านี้ คุ้มครองด้วยไหม?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นายกฯ แจงชัด ประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มคุ้มครอง 1 ตุลาคม 2569 แล้วน้ำท่วมก่อนวันดังกล่าวคุ้มครองไหม พร้อมสรุป น้ำท่วมเมื่อไร ได้มาตรการเยียวยาไหน

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมมอบนโยบายการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติสำหรับประชาชน ผ่านระบบประชุมทางไกลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ.

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน หรือที่เรียกว่า “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เริ่มมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสรุปรายละเอียดและแนวทางปฏิบัติให้ประชาชนได้รับข้อมูลตรงกันอีกครั้ง

 

น้ำท่วมก่อน 1 ตุลาคม 2569 ยังรับเยียวยา 9,000 บาท

สำหรับครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซึ่งเกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม แม้น้ำจะยังไม่ลดหรือสถานการณ์ยังต่อเนื่องมาถึงวันที่กรมธรรม์เริ่มมีผล จะยังพิจารณาตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเดิม คือเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติและผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

หลักสำคัญคือให้ดูว่า “เหตุภัยพิบัติเริ่มเกิดขึ้นเมื่อใด” ไม่ได้พิจารณาเฉพาะวันที่ยื่นเรื่องหรือวันที่น้ำลด ดังนั้น หากน้ำเริ่มท่วมในช่วงก่อนวันที่ 1 ตุลาคม และยังเป็นเหตุการณ์เดียวกันต่อเนื่องมา จะไม่นับเป็นเหตุใหม่ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ

ได้เงินเยียวยา 9,000 บาทแล้ว รับเงินประกันซ้ำได้หรือไม่

นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ผู้ประสบภัยจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือสองทางซ้ำกันจากเหตุการณ์เดียว โดยเหตุที่เกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคม จะใช้หลักเกณฑ์เยียวยาเดิม ส่วนเหตุที่เกิดตั้งแต่วันที่กรมธรรม์มีผล จึงจะพิจารณาภายใต้ระบบประกันภัย

กล่าวอย่างง่าย หากน้ำท่วมเริ่มขึ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม และยังท่วมต่อเนื่องมาหลังวันดังกล่าว จะถือเป็นเหตุเดิมและรับความช่วยเหลือตามมาตรการ 9,000 บาท ไม่ใช่รับเงินเยียวยาเดิมพร้อมกับค่าสินไหมจากประกันภัยสำหรับเหตุเดียวกัน

ถ้าน้ำท่วมระลอกใหม่หลัง 1 ตุลาคม ใช้ประกันภัยพิบัติ

กรณีเกิดน้ำท่วมระลอกใหม่หลังวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะเข้าสู่การพิจารณาตามประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นการจ่ายค่าสินไหมแยกตามภัยหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การจะนับว่าเป็นเหตุใหม่หรือเป็นเหตุเดิมที่ต่อเนื่องกัน ต้องผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานและบริษัทประกันตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติครอบคลุมภัยหลัก 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยรัฐบาลกำหนดระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ 

ประกันภัยพิบัติจ่ายสูงสุดเท่าไร

ข้อมูลที่รัฐบาลเผยแพร่ระบุว่า ความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัยที่เกิดขึ้น โดยกรณีน้ำท่วมมีค่าสินไหมเบื้องต้น 10,000 บาท และอาจได้รับเพิ่มเติมตามความเสียหายสูงสุดอีก 90,000 บาท ส่วนกรณีเสียชีวิตจากภัยที่กรมธรรม์ครอบคลุม มีวงเงินคุ้มครอง 2 ล้านบาทต่อคน ทั้งหมดต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีจะได้รับเต็มวงเงิน 

สรุปน้ำท่วมช่วงรอยต่อ ใช้เกณฑ์ไหน

  • น้ำท่วมเกิดก่อน 1 ตุลาคม 2569 พิจารณาเงินเยียวยาเดิมครัวเรือนละ 9,000 บาท หากผ่านเงื่อนไข
  • น้ำยังท่วมต่อเนื่องถึงวันที่ 1 ตุลาคม ยังคงนับจากวันที่เริ่มเกิดเหตุ จึงถือเป็นเหตุเดิม
  • เกิดน้ำท่วมระลอกใหม่ตั้งแต่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป พิจารณาตามระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
  • เหตุการณ์เดียวกันรับซ้ำสองระบบไม่ได้ เพื่อป้องกันการจ่ายงบประมาณซ้ำซ้อน
  • การแยกว่าเป็นเหตุเดิมหรือเหตุใหม่ ต้องผ่านการตรวจสอบและยืนยันจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

สรุปแล้ว จุดชี้ขาดไม่ได้อยู่ที่ว่าวันนี้น้ำยังท่วมหรือไม่ แต่อยู่ที่ภัยพิบัติครั้งนั้นเริ่มต้นเมื่อใด หากเกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคม จะใช้มาตรการเยียวยาเดิม แต่หากเป็นเหตุระลอกใหม่หลังกรมธรรม์มีผล จึงเข้าสู่ระบบประกันภัยพิบัติ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบควรเก็บภาพถ่าย วันเวลา และหลักฐานความเสียหายไว้ให้ครบ เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบสิทธิในภายหลัง

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล