เพิ่งรู้! ร้านค้าปัดเศษสตางค์ขึ้นตามใจไม่ได้ เช็กชัดๆ ยอดแบบไหนต้อง “ปัดลง”

เพิ่งรู้! ร้านค้าปัดเศษสตางค์ขึ้นตามใจไม่ได้ เช็กชัดๆ ยอดแบบไหนต้อง “ปัดลง”

เพิ่งรู้! ร้านค้าปัดเศษสตางค์ขึ้นตามใจไม่ได้ เช็กชัดๆ ยอดแบบไหนต้อง “ปัดลง”
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดหลักเกณฑ์ปัดเศษสตางค์ในการซื้อสินค้าและบริการ ร้านค้าปัดขึ้นทุกยอดไม่ได้ ยอดเท่านี้ต้องปัดขึ้นหรือปัดลง ?

เวลาซื้อสินค้าและบริการ หลายคนอาจเคยเห็นยอดในใบเสร็จลงท้ายด้วยเศษสตางค์ ก่อนถูกปัดให้เป็น 0, 25, 50 หรือ 75 สตางค์ แต่รู้หรือไม่ว่า ร้านค้าไม่สามารถเลือกปัดเศษขึ้นตามใจได้ เพราะกรมการค้าภายในกำหนดแนวทางปัดเศษสตางค์ไว้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันผู้บริโภคถูกเรียกเก็บเงินเกินจริง

ทำไมต้องมีหลักเกณฑ์ปัดเศษสตางค์?

ปัจจุบันเหรียญที่ใช้สำหรับชำระยอดซึ่งมีเศษสตางค์ส่วนใหญ่เป็นเหรียญ 25 และ 50 สตางค์ เมื่อราคาสินค้าหรือบริการมีเศษที่ไม่ตรงกับมูลค่าเหรียญ ร้านค้าจึงอาจจำเป็นต้องปัดยอดให้อยู่ในจำนวนที่สามารถชำระและทอนเงินได้จริง

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาอาจมีบางกรณีที่ร้านค้าอ้างว่าไม่มีเงินทอนแล้วปัดยอดขึ้นมากเกินไป เช่น ยอดลงท้าย 12 สตางค์ แต่ปัดเป็น 25 สตางค์ หรือยอดลงท้าย 74 สตางค์ แต่ปัดขึ้นเป็น 1 บาท การคิดราคาเช่นนี้ไม่เป็นไปตามแนวทางของกรมการค้าภายในและอาจทำให้ผู้บริโภคเสียประโยชน์

เปิดตารางปัดเศษสตางค์ที่ถูกต้อง

หลักสำคัญคือ ต้องปัดยอดไปยังจำนวนที่ใกล้ที่สุด ได้แก่ 0, 25, 50 หรือ 75 สตางค์ โดยมีทั้งช่วงที่ต้องปัดลงและช่วงที่สามารถปัดขึ้นได้ ดังนี้

เศษสตางค์ในยอดชำระ ยอดหลังปัดเศษ วิธีปัด
1–12 สตางค์ 0 สตางค์ ปัดลง
13–24 สตางค์ 25 สตางค์ ปัดขึ้น
25 สตางค์ 25 สตางค์ ไม่ต้องปัด
26–37 สตางค์ 25 สตางค์ ปัดลง
38–49 สตางค์ 50 สตางค์ ปัดขึ้น
50 สตางค์ 50 สตางค์ ไม่ต้องปัด
51–62 สตางค์ 50 สตางค์ ปัดลง
63–74 สตางค์ 75 สตางค์ ปัดขึ้น
75 สตางค์ 75 สตางค์ ไม่ต้องปัด
76–87 สตางค์ 75 สตางค์ ปัดลง
88–99 สตางค์ เพิ่มเป็น 1 บาท ปัดขึ้น

ตัวอย่างปัดเศษสตางค์ ซื้อของยอดนี้ต้องจ่ายเท่าไร?

  • ยอดสินค้า 100.12 บาท ต้องปัดลง เหลือ 100 บาท
  • ยอดสินค้า 100.24 บาท ปัดขึ้นเป็น 100.25 บาท
  • ยอดสินค้า 100.37 บาท ปัดลงเป็น 100.25 บาท
  • ยอดสินค้า 100.49 บาท ปัดขึ้นเป็น 100.50 บาท
  • ยอดสินค้า 100.62 บาท ปัดลงเป็น 100.50 บาท
  • ยอดสินค้า 100.74 บาท ปัดขึ้นเป็น 100.75 บาท
  • ยอดสินค้า 100.87 บาท ปัดลงเป็น 100.75 บาท
  • ยอดสินค้า 100.88 บาท ปัดขึ้นเป็น 101 บาท

ร้านค้าปัดขึ้นทุกครั้งได้หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ได้ เพราะแต่ละช่วงของเศษสตางค์มีแนวทางกำหนดไว้ว่าต้องปัดขึ้นหรือปัดลง ตัวอย่างเช่น หากยอดชำระอยู่ที่ 250.12 บาท ร้านค้าจะปัดขึ้นเป็น 250.25 บาทไม่ได้ แต่ต้องปัดลงเหลือ 250 บาทตามเกณฑ์

เช่นเดียวกับยอด 250.74 บาท ร้านค้าไม่ควรปัดขึ้นเป็น 251 บาท แต่ต้องปัดขึ้นเพียง 1 สตางค์ เป็นยอด 250.75 บาท การอ้างว่าไม่มีเงินทอนจึงไม่ใช่เหตุผลที่จะเรียกเก็บเงินเกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนด

จ่ายเงินแบบสแกนหรือบัตร ต้องปัดเศษหรือไม่?

หากช่องทางชำระเงินสามารถรับยอดที่มีทศนิยมได้ ผู้บริโภคควรตรวจสอบยอดในใบเสร็จและยอดที่ระบบเรียกเก็บให้ตรงกัน เพราะสามารถชำระตามจำนวนจริงได้โดยไม่ติดข้อจำกัดเรื่องเหรียญทอน ส่วนกรณีที่ร้านใช้ระบบปัดเศษ ยอดที่เรียกเก็บต้องเป็นไปตามแนวทางของกรมการค้าภายในและไม่สูงกว่าราคาที่แสดงโดยไม่มีเหตุอันสมควร

iStockphoto

ถูกปัดเศษเกินเกณฑ์ ต้องทำอย่างไร?

หากพบว่าร้านค้าปัดเศษสตางค์ขึ้นสูงกว่าราคาที่แสดงไว้ หรือคิดราคาไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ผู้บริโภคควรเก็บใบเสร็จ ภาพป้ายราคา และหลักฐานการชำระเงินไว้ เพื่อนำไปใช้ประกอบการร้องเรียนและช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ง่ายขึ้น

ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ โดยกรมการค้าภายในจะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป

สรุปหลักเกณฑ์ปัดเศษสตางค์ที่ผู้บริโภคควรรู้

การปัดเศษสตางค์ในการซื้อสินค้าและบริการ ไม่ใช่การปัดขึ้นทุกครั้ง แต่ต้องเลือกจำนวนที่ใกล้ที่สุดตามช่วงที่กรมการค้าภายในกำหนด ทั้งการปัดขึ้นและปัดลง ผู้บริโภคจึงควรตรวจสอบยอดก่อนชำระเงินทุกครั้ง เพราะแม้จะเป็นเงินเพียงไม่กี่สตางค์ แต่ก็เป็นสิทธิที่ไม่ควรถูกละเลย

อ้างอิง

  1. กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
  2. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล