เพิ่งรู้! ร้านค้าปัดเศษสตางค์ขึ้นตามใจไม่ได้ เช็กชัดๆ ยอดแบบไหนต้อง “ปัดลง”

เปิดหลักเกณฑ์ปัดเศษสตางค์ในการซื้อสินค้าและบริการ ร้านค้าปัดขึ้นทุกยอดไม่ได้ ยอดเท่านี้ต้องปัดขึ้นหรือปัดลง ?
เวลาซื้อสินค้าและบริการ หลายคนอาจเคยเห็นยอดในใบเสร็จลงท้ายด้วยเศษสตางค์ ก่อนถูกปัดให้เป็น 0, 25, 50 หรือ 75 สตางค์ แต่รู้หรือไม่ว่า ร้านค้าไม่สามารถเลือกปัดเศษขึ้นตามใจได้ เพราะกรมการค้าภายในกำหนดแนวทางปัดเศษสตางค์ไว้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันผู้บริโภคถูกเรียกเก็บเงินเกินจริง
ทำไมต้องมีหลักเกณฑ์ปัดเศษสตางค์?
ปัจจุบันเหรียญที่ใช้สำหรับชำระยอดซึ่งมีเศษสตางค์ส่วนใหญ่เป็นเหรียญ 25 และ 50 สตางค์ เมื่อราคาสินค้าหรือบริการมีเศษที่ไม่ตรงกับมูลค่าเหรียญ ร้านค้าจึงอาจจำเป็นต้องปัดยอดให้อยู่ในจำนวนที่สามารถชำระและทอนเงินได้จริง
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาอาจมีบางกรณีที่ร้านค้าอ้างว่าไม่มีเงินทอนแล้วปัดยอดขึ้นมากเกินไป เช่น ยอดลงท้าย 12 สตางค์ แต่ปัดเป็น 25 สตางค์ หรือยอดลงท้าย 74 สตางค์ แต่ปัดขึ้นเป็น 1 บาท การคิดราคาเช่นนี้ไม่เป็นไปตามแนวทางของกรมการค้าภายในและอาจทำให้ผู้บริโภคเสียประโยชน์
เปิดตารางปัดเศษสตางค์ที่ถูกต้อง
หลักสำคัญคือ ต้องปัดยอดไปยังจำนวนที่ใกล้ที่สุด ได้แก่ 0, 25, 50 หรือ 75 สตางค์ โดยมีทั้งช่วงที่ต้องปัดลงและช่วงที่สามารถปัดขึ้นได้ ดังนี้
| เศษสตางค์ในยอดชำระ | ยอดหลังปัดเศษ | วิธีปัด |
|---|---|---|
| 1–12 สตางค์ | 0 สตางค์ | ปัดลง |
| 13–24 สตางค์ | 25 สตางค์ | ปัดขึ้น |
| 25 สตางค์ | 25 สตางค์ | ไม่ต้องปัด |
| 26–37 สตางค์ | 25 สตางค์ | ปัดลง |
| 38–49 สตางค์ | 50 สตางค์ | ปัดขึ้น |
| 50 สตางค์ | 50 สตางค์ | ไม่ต้องปัด |
| 51–62 สตางค์ | 50 สตางค์ | ปัดลง |
| 63–74 สตางค์ | 75 สตางค์ | ปัดขึ้น |
| 75 สตางค์ | 75 สตางค์ | ไม่ต้องปัด |
| 76–87 สตางค์ | 75 สตางค์ | ปัดลง |
| 88–99 สตางค์ | เพิ่มเป็น 1 บาท | ปัดขึ้น |
ตัวอย่างปัดเศษสตางค์ ซื้อของยอดนี้ต้องจ่ายเท่าไร?
- ยอดสินค้า 100.12 บาท ต้องปัดลง เหลือ 100 บาท
- ยอดสินค้า 100.24 บาท ปัดขึ้นเป็น 100.25 บาท
- ยอดสินค้า 100.37 บาท ปัดลงเป็น 100.25 บาท
- ยอดสินค้า 100.49 บาท ปัดขึ้นเป็น 100.50 บาท
- ยอดสินค้า 100.62 บาท ปัดลงเป็น 100.50 บาท
- ยอดสินค้า 100.74 บาท ปัดขึ้นเป็น 100.75 บาท
- ยอดสินค้า 100.87 บาท ปัดลงเป็น 100.75 บาท
- ยอดสินค้า 100.88 บาท ปัดขึ้นเป็น 101 บาท
ร้านค้าปัดขึ้นทุกครั้งได้หรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ได้ เพราะแต่ละช่วงของเศษสตางค์มีแนวทางกำหนดไว้ว่าต้องปัดขึ้นหรือปัดลง ตัวอย่างเช่น หากยอดชำระอยู่ที่ 250.12 บาท ร้านค้าจะปัดขึ้นเป็น 250.25 บาทไม่ได้ แต่ต้องปัดลงเหลือ 250 บาทตามเกณฑ์
เช่นเดียวกับยอด 250.74 บาท ร้านค้าไม่ควรปัดขึ้นเป็น 251 บาท แต่ต้องปัดขึ้นเพียง 1 สตางค์ เป็นยอด 250.75 บาท การอ้างว่าไม่มีเงินทอนจึงไม่ใช่เหตุผลที่จะเรียกเก็บเงินเกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนด
จ่ายเงินแบบสแกนหรือบัตร ต้องปัดเศษหรือไม่?
หากช่องทางชำระเงินสามารถรับยอดที่มีทศนิยมได้ ผู้บริโภคควรตรวจสอบยอดในใบเสร็จและยอดที่ระบบเรียกเก็บให้ตรงกัน เพราะสามารถชำระตามจำนวนจริงได้โดยไม่ติดข้อจำกัดเรื่องเหรียญทอน ส่วนกรณีที่ร้านใช้ระบบปัดเศษ ยอดที่เรียกเก็บต้องเป็นไปตามแนวทางของกรมการค้าภายในและไม่สูงกว่าราคาที่แสดงโดยไม่มีเหตุอันสมควร
iStockphoto
ถูกปัดเศษเกินเกณฑ์ ต้องทำอย่างไร?
หากพบว่าร้านค้าปัดเศษสตางค์ขึ้นสูงกว่าราคาที่แสดงไว้ หรือคิดราคาไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ผู้บริโภคควรเก็บใบเสร็จ ภาพป้ายราคา และหลักฐานการชำระเงินไว้ เพื่อนำไปใช้ประกอบการร้องเรียนและช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ง่ายขึ้น
ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ โดยกรมการค้าภายในจะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป
สรุปหลักเกณฑ์ปัดเศษสตางค์ที่ผู้บริโภคควรรู้
การปัดเศษสตางค์ในการซื้อสินค้าและบริการ ไม่ใช่การปัดขึ้นทุกครั้ง แต่ต้องเลือกจำนวนที่ใกล้ที่สุดตามช่วงที่กรมการค้าภายในกำหนด ทั้งการปัดขึ้นและปัดลง ผู้บริโภคจึงควรตรวจสอบยอดก่อนชำระเงินทุกครั้ง เพราะแม้จะเป็นเงินเพียงไม่กี่สตางค์ แต่ก็เป็นสิทธิที่ไม่ควรถูกละเลย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี