เตรียมเฮ! พาณิชย์ชงงบ 300 ล้าน จัดสินค้าราคาถูก ช่วยพื้นที่น้ำท่วม

กระทรวงพาณิชย์ชงเสนอ ครม. ของบกลาง 300 ล้านบาท จัดสินค้าราคาถูกช่วยผู้ประสบน้ำท่วม ลดค่าครองชีพ พร้อมคุมราคาและตั้งศูนย์รับแจ้งสินค้าขาดแคลน
กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี ขออนุมัติงบกลางประมาณ 300 ล้านบาท เดินหน้าโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด โดยจะเร่งกระจายสินค้าเข้าสู่พื้นที่ประสบอุทกภัยเป็นอันดับแรก หวังช่วยลดรายจ่ายและพยุงกำลังซื้อของประชาชนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569
วันที่ 28 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวทางรับมือภาวะค่าครองชีพ หลังประเมินว่ากำลังซื้อในช่วงไตรมาสที่ 4 อาจได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์น้ำท่วมและราคาน้ำมัน ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อรายจ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชน
กระทรวงพาณิชย์จึงหารือร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลางเบื้องต้นประมาณ 300 ล้านบาท โดยเตรียมนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 กันยายน 2569
งบ 300 ล้านบาท เตรียมนำไปทำอะไร?
หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ งบประมาณดังกล่าวจะถูกนำมาใช้จัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน โดยถือเป็นการต่อยอดจากโครงการ “ไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ” ที่กระทรวงพาณิชย์เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2569
แนวทางสำคัญของโครงการรอบนี้คือ การนำสินค้าราคาประหยัดลงไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัยก่อน เนื่องจากประชาชนในหลายพื้นที่ไม่เพียงได้รับความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สิน แต่ยังอาจเผชิญกับต้นทุนการดำรงชีวิตที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาการขนส่งและการเข้าถึงสินค้าในช่วงน้ำท่วม
อย่างไรก็ตาม งบประมาณ 300 ล้านบาทในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นเตรียมเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสินค้า จุดจำหน่าย ระยะเวลาดำเนินโครงการ และจังหวัดเป้าหมาย จึงต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังการพิจารณา
สั่งคุมราคาสินค้า ป้องกันฉวยโอกาสช่วงน้ำท่วม
นอกจากการเตรียมโครงการสินค้าราคาประหยัดแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและอาจเกิดปัญหาการขนส่ง
เจ้าหน้าที่จะกำกับดูแลให้ร้านค้าปิดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน พร้อมตรวจสอบไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอย่างผิดปกติในช่วงที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน หากพบว่ามีการขายสินค้าแพงเกินจริง ไม่แสดงราคา หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน หมายเลข 1569
ตั้งศูนย์ Single Command รับแจ้งสินค้าขาดแคลน
กระทรวงพาณิชย์ยังจัดตั้งศูนย์ Single Command เพื่อรวบรวมและติดตามข้อร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าขาดแคลนบนชั้นวาง โดยรับข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ก่อนประสานผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้นำสินค้าเข้าไปเติมในพื้นที่โดยเร็ว
ในกรณีที่เส้นทางขนส่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานกระทรวงกลาโหมให้นำรถทหารเข้าช่วยลำเลียงสินค้าอุปโภคบริโภค ตัวอย่างหนึ่งคือการขนส่งอาหารสดไปยังอำเภอกบินทร์บุรี ก่อนกระจายต่อไปยังพื้นที่ในจังหวัดสระแก้ว
ขณะเดียวกัน ยังมีการประสานกับปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อนำอาหารสดและอาหารแห้งเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 30,000 คนในเขตลาดกระบัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม
ประชาชนจะซื้อสินค้าราคาถูกได้เมื่อไร?
ขณะนี้โครงการยังอยู่ในขั้นตอนเสนอของบประมาณต่อคณะรัฐมนตรี จึงยังไม่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนหรือรับสิทธิ และยังไม่มีการประกาศจุดจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการ หากโครงการได้รับอนุมัติ กระทรวงพาณิชย์จะต้องแจ้งรายละเอียดการดำเนินงาน เงื่อนไข และพื้นที่ให้บริการต่อไป
ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมควรติดตามประกาศจากกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่โดยตรง เพื่อป้องกันความสับสนจากข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน รวมถึงระมัดระวังบุคคลที่อาจแอบอ้างให้ลงทะเบียนหรือโอนเงินเพื่อรับสิทธิ
โครงการสินค้าราคาถูกช่วยน้ำท่วม
- วงเงินที่เตรียมเสนอ: งบกลางประมาณ 300 ล้านบาท
- สถานะล่าสุด: เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาวันที่ 29 กันยายน 2569
- วัตถุประสงค์: จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัด เพื่อลดภาระค่าครองชีพ
- พื้นที่เป้าหมายอันดับแรก: พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
- การลงทะเบียน: ยังไม่เปิดลงทะเบียน และต้องรอรายละเอียดหลังการพิจารณาของ ครม.
- ร้องเรียนสินค้าแพง: โทรสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
มาตรการนี้เป็นหนึ่งในแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงที่หลายครอบครัวต้องรับมือทั้งน้ำท่วม รายได้ที่อาจลดลง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่ประชาชนต้องเข้าใจคือ วงเงิน 300 ล้านบาทยังเป็นข้อเสนอที่รอการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่งบประมาณที่ได้รับอนุมัติแล้ว หากมีความคืบหน้า กระทรวงพาณิชย์จะประกาศรายละเอียดของโครงการและช่องทางเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดอย่างเป็นทางการต่อไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี