หลุดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รับ "ไทยช่วยไทยพลัส" รอบใหม่ยังไง ต้องสมัครใหม่ไหม?

คนหลุดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รับไทยช่วยไทย พลัส รอบใหม่ อย่างไร วันไหน เช็กเงื่อนไข พร้อมขั้นตอนกดยืนยันสิทธิผ่านเป๋าตัง
ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ยังมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพิ่มเติม” ซึ่งเปิดให้ใช้สิทธิระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 2569 แต่ต้องเข้าไปกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังภายในช่วงเวลาที่กำหนด
คำถามสำคัญคือ ผู้ที่หลุดสิทธิบัตรสวัสดิการฯ ต้องลงทะเบียนโครงการใหม่ตั้งแต่ต้นหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ต้องสมัครแข่งขันกับประชาชนทั่วไป และไม่ต้องกลับไปลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ แต่ผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มเป้าหมายจำเป็นต้องกดยืนยันเข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ เป๋าตัง ระหว่างวันที่ 1–15 ตุลาคม 2569
โครงการรอบเพิ่มเติมไม่ได้เปิดรับสมัครประชาชนทั่วไปแบบรอบเดิม แต่เป็นการให้สิทธิแก่กลุ่มที่รัฐบาลกำหนดไว้จากฐานข้อมูล หากเข้าเกณฑ์แล้วไม่กดยืนยันภายในวันที่ 15 ตุลาคม ก็อาจไม่สามารถเปิดใช้สิทธิรอบนี้ได้ :chatgpt-content-reference{index="0"}
ใครบ้างที่มีสิทธิรับไทยช่วยไทย พลัส รอบตุลาคม-พฤศจิกายน 2569?
กลุ่มเป้าหมายของโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพิ่มเติม ครอบคลุมผู้ได้รับสิทธิจากโครงการรอบเดิม และกลุ่มประชาชนที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 27 กันยายน 2569
สำหรับผู้ที่เรียกกันว่า “หลุดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” กลุ่มที่มีโอกาสได้รับสิทธิประกอบด้วย
- ผู้เคยได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) รอบเดิม แต่ไม่ผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
- ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 เดิม แต่ไม่ผ่านเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
- ผู้ที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ แต่ไม่ได้รับสิทธิในปี 2569
- กลุ่มชายขอบหรือกลุ่มตกหล่นที่มีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ตามที่โครงการกำหนด
การไม่ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับไทยช่วยไทย พลัสโดยอัตโนมัติ ผู้ขอรับสิทธิต้องอยู่ในกลุ่มเป้าหมายและมีคุณสมบัติครบตามที่โครงการกำหนดด้วย
คุณสมบัติที่ผู้ขอรับสิทธิต้องมี
- มีสัญชาติไทย
- มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่กดยืนยันเข้าร่วมโครงการ
- มีบัตรประจำตัวประชาชน
- มีข้อมูลอยู่ในกลุ่มเป้าหมายตามฐานข้อมูลที่โครงการกำหนด
- ไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการช่วยเหลือของรัฐตามรายการที่กำหนด
- สมัครและผูกบริการ G Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตังสำเร็จ
กลุ่มที่เคยถูกระงับสิทธิหรือเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งระยะต่างๆ คนละครึ่ง พลัส หรือไทยช่วยไทย พลัส อาจไม่ได้รับสิทธิในรอบเพิ่มเติมนี้ จึงควรตรวจสอบสถานะในแอปฯ หรือสอบถามศูนย์ช่วยเหลือโดยตรงหากไม่แน่ใจ
ไม่ต้องสมัครใหม่ แต่ต้อง “กดยืนยันสิทธิ” ต่างกันอย่างไร?
คำว่าไม่ต้องสมัครใหม่ หมายถึง โครงการไม่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปกรอกข้อมูลเพื่อแย่งโควตาหรือลงทะเบียนเข้าสู่ฐานข้อมูลใหม่ แต่รัฐบาลจะตรวจสอบรายชื่อจากฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เช่น ผู้ใช้สิทธิรอบเดิม ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ปี 2565 และผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการฯ ปี 2569
ส่วนการกดยืนยันสิทธิ คือการที่ผู้มีรายชื่อเข้าเกณฑ์ต้องแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ เป๋าตัง พร้อมยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนั้น แม้ระบบจะมีข้อมูลอยู่แล้ว ผู้ได้รับสิทธิก็ยังต้องเข้าแอปฯ เพื่อดำเนินการด้วยตัวเองระหว่างวันที่ 1–15 ตุลาคม 2569
วิธีกดรับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง
- อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนวันที่เปิดยืนยันสิทธิ
- เปิดใช้งาน G Wallet หากยังไม่เคยสมัคร ต้องสมัครและยืนยันตัวตนให้สำเร็จ
- เข้าแอปฯ เป๋าตัง ระหว่างวันที่ 1–15 ตุลาคม 2569
- กดแบนเนอร์ “โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)” ที่ปรากฏภายในแอปฯ
- อ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไข จากนั้นกดยอมรับเพื่อยืนยันเข้าร่วมโครงการ
- ตรวจสอบผลบนหน้าจอ เมื่อทำรายการครบ ระบบจะแสดงสถานะการรับสิทธิภายในแอปฯ เป๋าตัง
- เติมเงินเข้า G Wallet ก่อนนำไปชำระค่าสินค้าหรือบริการ เพราะโครงการเป็นระบบร่วมจ่าย 60/40
เว็บไซต์โครงการระบุว่า เปิดให้กดยืนยันสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1–15 ตุลาคม 2569 โดยไม่กำหนดช่วงเวลาของวัน ผู้มีสิทธิจึงไม่จำเป็นต้องรีบกดในนาทีแรก แต่ควรดำเนินการให้เสร็จก่อนหมดเขตเพื่อป้องกันปัญหาในช่วงวันสุดท้าย :chatgpt-content-reference{index="1"}
หากยังไม่มีแอปฯ เป๋าตัง ต้องทำอย่างไร?
ผู้มีสิทธิต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตัง สมัครใช้งาน และเปิดบริการ G Wallet ให้สำเร็จ โดยระบบรองรับโทรศัพท์ระบบ Android เวอร์ชัน 10.0 ขึ้นไป และ iOS เวอร์ชัน 15.0 ขึ้นไปตามข้อมูลของโครงการ
ขั้นตอนเปิด G Wallet เริ่มจากเลือกเมนู G Wallet กดสมัครใช้บริการ ยินยอมให้จัดการข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตน ถ่ายภาพบัตรประชาชน กรอกข้อมูล และสแกนใบหน้า เมื่อระบบตรวจสอบเรียบร้อยจึงจะสามารถเข้าใช้งานได้
หากเคยใช้ไทยช่วยไทย พลัสรอบเดิม แต่ลบแอปฯ หรือเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ ยังสามารถกลับมาติดตั้งและดำเนินการรับสิทธิได้ สิทธิของโครงการยึดโยงกับหมายเลขบัตรประชาชน แต่ต้องเข้าแอปฯ และกดยืนยันให้ทันวันที่ 15 ตุลาคม 2569
สแกนใบหน้าไม่ผ่าน แก้ไขอย่างไร?
กรณีระบบสแกนใบหน้าไม่สำเร็จ สามารถนำบัตรประชาชนตัวจริงไปติดต่อธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือตู้ ATM ธนาคารกรุงไทยที่รองรับการยืนยันตัวตน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่ธนาคารกำหนด
ควรแก้ไขปัญหาการยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยก่อนหมดช่วงกดยืนยันสิทธิ เพราะผู้เข้าร่วมต้องผูกบริการ G Wallet ให้สำเร็จจึงจะสามารถใช้วงเงินร่วมจ่ายได้
ไทยช่วยไทย พลัส รอบใหม่ ได้เงินเท่าไร?
รัฐบาลสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดในอัตรา 60% ขณะที่ประชาชนชำระเอง 40% โดยรัฐช่วยไม่เกินวันละ 200 บาท และรวมไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนตลอดระยะเวลาโครงการ 2 เดือน
วงเงิน 1,000 บาทเป็นยอดรวมของเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ไม่ใช่เดือนละ 1,000 บาท ผู้ใช้ต้องเติมเงินของตัวเองไว้ใน G Wallet เพื่อจ่ายส่วนของประชาชนทุกครั้ง
| ยอดซื้อ | รัฐช่วย 60% | ประชาชนจ่าย 40% |
|---|---|---|
| 100 บาท | 60 บาท | 40 บาท |
| 200 บาท | 120 บาท | 80 บาท |
| 333 บาท | ประมาณ 199.80 บาท | ประมาณ 133.20 บาท |
| 400 บาท | สูงสุด 200 บาทต่อวัน | 200 บาท |
หากมียอดซื้อเกินกว่าที่รัฐร่วมจ่ายสูงสุด ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบส่วนที่เกินเองทั้งหมด ทั้งนี้ ยอดคำนวณจริงจะแสดงภายในแอปฯ ก่อนยืนยันการชำระเงิน
เริ่มใช้สิทธิเมื่อไร และต้องรีบใช้ครั้งแรกหรือไม่?
เมื่อกดยืนยันสิทธิสำเร็จแล้ว สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 2569 โดยไม่มีเงื่อนไขว่าต้องใช้ครั้งแรกภายในจำนวนวันที่กำหนด จึงสามารถเริ่มใช้เมื่อพร้อมได้ แต่ต้องใช้วงเงินให้ทันวันสิ้นสุดโครงการ
- ใช้จ่ายหน้าร้านที่ร่วมโครงการได้เวลา 06.00–23.00 น.
- ใช้สั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการได้เวลา 06.00–21.00 น.
- ชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง
- ใช้ได้เฉพาะร้านค้าถุงเงินที่เข้าร่วมโครงการรอบเพิ่มเติม
วงเงินที่เหลืออยู่หลังวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ไม่สามารถนำออกมาเป็นเงินสด โอนไปให้ผู้อื่น หรือเก็บไว้ใช้ในเดือนถัดไปได้
เข้าเป๋าตังแล้วไม่พบแบนเนอร์ ต้องทำอย่างไร?
ก่อนอื่นให้ตรวจสอบวันที่ เนื่องจากระบบจะเริ่มเปิดให้กดยืนยันสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จากนั้นอัปเดตแอปฯ เป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต และดูว่าเปิดใช้งาน G Wallet สำเร็จแล้วหรือไม่
หากดำเนินการครบแล้วแต่ยังไม่พบแบนเนอร์ อาจหมายถึงข้อมูลไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย หรือระบบยังตรวจสอบสถานะไม่สำเร็จ ไม่ควรกรอกข้อมูลผ่านลิงก์ที่ส่งต่อกันในโซเชียล ควรตรวจสอบผ่านแอปฯ เป๋าตัง เว็บไซต์ทางการ หรือโทรสอบถามศูนย์ช่วยเหลือเท่านั้น
ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 แล้ว รับไทยช่วยไทย พลัสได้อีกไหม?
ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จะได้รับความช่วยเหลือผ่านมาตรการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการฯ โดยวงเงินซื้อสินค้าในเดือนตุลาคม 2569 เพิ่มเป็น 1,000 บาท จากวงเงินเดิม 300 บาทและเงินเพิ่มอีก 700 บาท
ส่วนโครงการไทยช่วยไทย พลัสรอบเพิ่มเติมมุ่งครอบคลุมผู้ได้รับสิทธิรอบเดิมและกลุ่มที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จึงไม่ใช่การรับเงินช่วยเหลือทั้งสองช่องทางพร้อมกัน :chatgpt-content-reference{index="2"}
ช่องทางสอบถามไทยช่วยไทย พลัส รอบเพิ่มเติม
- เว็บไซต์โครงการ: www.ไทยช่วยไทยพลัส.th
- ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน โทร. 0-2111-1122 ตลอด 24 ชั่วโมง
- ตรวจสอบผลการลงทะเบียนหรือวงเงินคงเหลือ โทร. 0-2111-1122 กด 2 ตลอด 24 ชั่วโมง
- สอบถามสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 08-5842-7102 ถึง 08-5842-7109 วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ
สรุป คนหลุดบัตรสวัสดิการฯ ต้องทำอะไรบ้าง?
ผู้ที่หลุดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ไม่ต้องกลับไปสมัครบัตรใหม่เพื่อรับไทยช่วยไทย พลัส และโครงการไม่ได้เปิดรับประชาชนทั่วไปเพิ่มเติม แต่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายต้องเปิดแอปฯ เป๋าตัง กดแบนเนอร์ และยืนยันสิทธิระหว่างวันที่ 1–15 ตุลาคม 2569
หลังยืนยันสำเร็จ ต้องเติมเงินเข้า G Wallet เพื่อใช้ระบบร่วมจ่าย โดยรัฐสนับสนุน 60% ไม่เกินวันละ 200 บาท และไม่เกิน 1,000 บาทตลอดโครงการ ใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 หากไม่พบแบนเนอร์หรือมีปัญหายืนยันตัวตน ควรรีบติดต่อศูนย์ช่วยเหลือก่อนหมดเขต
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี