หลุดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รับ "ไทยช่วยไทยพลัส" รอบใหม่ยังไง ต้องสมัครใหม่ไหม?

หลุดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รับ "ไทยช่วยไทยพลัส" รอบใหม่ยังไง ต้องสมัครใหม่ไหม?

หลุดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รับ "ไทยช่วยไทยพลัส" รอบใหม่ยังไง ต้องสมัครใหม่ไหม?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คนหลุดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รับไทยช่วยไทย พลัส รอบใหม่ อย่างไร วันไหน เช็กเงื่อนไข พร้อมขั้นตอนกดยืนยันสิทธิผ่านเป๋าตัง

ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ยังมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพิ่มเติม” ซึ่งเปิดให้ใช้สิทธิระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 2569 แต่ต้องเข้าไปกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังภายในช่วงเวลาที่กำหนด

คำถามสำคัญคือ ผู้ที่หลุดสิทธิบัตรสวัสดิการฯ ต้องลงทะเบียนโครงการใหม่ตั้งแต่ต้นหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ต้องสมัครแข่งขันกับประชาชนทั่วไป และไม่ต้องกลับไปลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ แต่ผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มเป้าหมายจำเป็นต้องกดยืนยันเข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ เป๋าตัง ระหว่างวันที่ 1–15 ตุลาคม 2569

โครงการรอบเพิ่มเติมไม่ได้เปิดรับสมัครประชาชนทั่วไปแบบรอบเดิม แต่เป็นการให้สิทธิแก่กลุ่มที่รัฐบาลกำหนดไว้จากฐานข้อมูล หากเข้าเกณฑ์แล้วไม่กดยืนยันภายในวันที่ 15 ตุลาคม ก็อาจไม่สามารถเปิดใช้สิทธิรอบนี้ได้ :chatgpt-content-reference{index="0"}

ใครบ้างที่มีสิทธิรับไทยช่วยไทย พลัส รอบตุลาคม-พฤศจิกายน 2569?

กลุ่มเป้าหมายของโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพิ่มเติม ครอบคลุมผู้ได้รับสิทธิจากโครงการรอบเดิม และกลุ่มประชาชนที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 27 กันยายน 2569

สำหรับผู้ที่เรียกกันว่า “หลุดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” กลุ่มที่มีโอกาสได้รับสิทธิประกอบด้วย

  • ผู้เคยได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) รอบเดิม แต่ไม่ผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 เดิม แต่ไม่ผ่านเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
  • ผู้ที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ แต่ไม่ได้รับสิทธิในปี 2569
  • กลุ่มชายขอบหรือกลุ่มตกหล่นที่มีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ตามที่โครงการกำหนด

การไม่ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับไทยช่วยไทย พลัสโดยอัตโนมัติ ผู้ขอรับสิทธิต้องอยู่ในกลุ่มเป้าหมายและมีคุณสมบัติครบตามที่โครงการกำหนดด้วย

คุณสมบัติที่ผู้ขอรับสิทธิต้องมี

  • มีสัญชาติไทย
  • มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่กดยืนยันเข้าร่วมโครงการ
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • มีข้อมูลอยู่ในกลุ่มเป้าหมายตามฐานข้อมูลที่โครงการกำหนด
  • ไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการช่วยเหลือของรัฐตามรายการที่กำหนด
  • สมัครและผูกบริการ G Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตังสำเร็จ

กลุ่มที่เคยถูกระงับสิทธิหรือเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งระยะต่างๆ คนละครึ่ง พลัส หรือไทยช่วยไทย พลัส อาจไม่ได้รับสิทธิในรอบเพิ่มเติมนี้ จึงควรตรวจสอบสถานะในแอปฯ หรือสอบถามศูนย์ช่วยเหลือโดยตรงหากไม่แน่ใจ

ไม่ต้องสมัครใหม่ แต่ต้อง “กดยืนยันสิทธิ” ต่างกันอย่างไร?

คำว่าไม่ต้องสมัครใหม่ หมายถึง โครงการไม่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปกรอกข้อมูลเพื่อแย่งโควตาหรือลงทะเบียนเข้าสู่ฐานข้อมูลใหม่ แต่รัฐบาลจะตรวจสอบรายชื่อจากฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เช่น ผู้ใช้สิทธิรอบเดิม ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ปี 2565 และผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการฯ ปี 2569

ส่วนการกดยืนยันสิทธิ คือการที่ผู้มีรายชื่อเข้าเกณฑ์ต้องแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ เป๋าตัง พร้อมยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนั้น แม้ระบบจะมีข้อมูลอยู่แล้ว ผู้ได้รับสิทธิก็ยังต้องเข้าแอปฯ เพื่อดำเนินการด้วยตัวเองระหว่างวันที่ 1–15 ตุลาคม 2569

วิธีกดรับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

  1. อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนวันที่เปิดยืนยันสิทธิ
  2. เปิดใช้งาน G Wallet หากยังไม่เคยสมัคร ต้องสมัครและยืนยันตัวตนให้สำเร็จ
  3. เข้าแอปฯ เป๋าตัง ระหว่างวันที่ 1–15 ตุลาคม 2569
  4. กดแบนเนอร์ “โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)” ที่ปรากฏภายในแอปฯ
  5. อ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไข จากนั้นกดยอมรับเพื่อยืนยันเข้าร่วมโครงการ
  6. ตรวจสอบผลบนหน้าจอ เมื่อทำรายการครบ ระบบจะแสดงสถานะการรับสิทธิภายในแอปฯ เป๋าตัง
  7. เติมเงินเข้า G Wallet ก่อนนำไปชำระค่าสินค้าหรือบริการ เพราะโครงการเป็นระบบร่วมจ่าย 60/40

เว็บไซต์โครงการระบุว่า เปิดให้กดยืนยันสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1–15 ตุลาคม 2569 โดยไม่กำหนดช่วงเวลาของวัน ผู้มีสิทธิจึงไม่จำเป็นต้องรีบกดในนาทีแรก แต่ควรดำเนินการให้เสร็จก่อนหมดเขตเพื่อป้องกันปัญหาในช่วงวันสุดท้าย :chatgpt-content-reference{index="1"}

หากยังไม่มีแอปฯ เป๋าตัง ต้องทำอย่างไร?

ผู้มีสิทธิต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตัง สมัครใช้งาน และเปิดบริการ G Wallet ให้สำเร็จ โดยระบบรองรับโทรศัพท์ระบบ Android เวอร์ชัน 10.0 ขึ้นไป และ iOS เวอร์ชัน 15.0 ขึ้นไปตามข้อมูลของโครงการ

ขั้นตอนเปิด G Wallet เริ่มจากเลือกเมนู G Wallet กดสมัครใช้บริการ ยินยอมให้จัดการข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตน ถ่ายภาพบัตรประชาชน กรอกข้อมูล และสแกนใบหน้า เมื่อระบบตรวจสอบเรียบร้อยจึงจะสามารถเข้าใช้งานได้

หากเคยใช้ไทยช่วยไทย พลัสรอบเดิม แต่ลบแอปฯ หรือเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ ยังสามารถกลับมาติดตั้งและดำเนินการรับสิทธิได้ สิทธิของโครงการยึดโยงกับหมายเลขบัตรประชาชน แต่ต้องเข้าแอปฯ และกดยืนยันให้ทันวันที่ 15 ตุลาคม 2569

สแกนใบหน้าไม่ผ่าน แก้ไขอย่างไร?

กรณีระบบสแกนใบหน้าไม่สำเร็จ สามารถนำบัตรประชาชนตัวจริงไปติดต่อธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือตู้ ATM ธนาคารกรุงไทยที่รองรับการยืนยันตัวตน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่ธนาคารกำหนด

ควรแก้ไขปัญหาการยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยก่อนหมดช่วงกดยืนยันสิทธิ เพราะผู้เข้าร่วมต้องผูกบริการ G Wallet ให้สำเร็จจึงจะสามารถใช้วงเงินร่วมจ่ายได้

ไทยช่วยไทย พลัส รอบใหม่ ได้เงินเท่าไร?

รัฐบาลสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดในอัตรา 60% ขณะที่ประชาชนชำระเอง 40% โดยรัฐช่วยไม่เกินวันละ 200 บาท และรวมไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนตลอดระยะเวลาโครงการ 2 เดือน

วงเงิน 1,000 บาทเป็นยอดรวมของเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ไม่ใช่เดือนละ 1,000 บาท ผู้ใช้ต้องเติมเงินของตัวเองไว้ใน G Wallet เพื่อจ่ายส่วนของประชาชนทุกครั้ง

ยอดซื้อ รัฐช่วย 60% ประชาชนจ่าย 40%
100 บาท 60 บาท 40 บาท
200 บาท 120 บาท 80 บาท
333 บาท ประมาณ 199.80 บาท ประมาณ 133.20 บาท
400 บาท สูงสุด 200 บาทต่อวัน 200 บาท

หากมียอดซื้อเกินกว่าที่รัฐร่วมจ่ายสูงสุด ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบส่วนที่เกินเองทั้งหมด ทั้งนี้ ยอดคำนวณจริงจะแสดงภายในแอปฯ ก่อนยืนยันการชำระเงิน

เริ่มใช้สิทธิเมื่อไร และต้องรีบใช้ครั้งแรกหรือไม่?

เมื่อกดยืนยันสิทธิสำเร็จแล้ว สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 2569 โดยไม่มีเงื่อนไขว่าต้องใช้ครั้งแรกภายในจำนวนวันที่กำหนด จึงสามารถเริ่มใช้เมื่อพร้อมได้ แต่ต้องใช้วงเงินให้ทันวันสิ้นสุดโครงการ

  • ใช้จ่ายหน้าร้านที่ร่วมโครงการได้เวลา 06.00–23.00 น.
  • ใช้สั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการได้เวลา 06.00–21.00 น.
  • ชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง
  • ใช้ได้เฉพาะร้านค้าถุงเงินที่เข้าร่วมโครงการรอบเพิ่มเติม

วงเงินที่เหลืออยู่หลังวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ไม่สามารถนำออกมาเป็นเงินสด โอนไปให้ผู้อื่น หรือเก็บไว้ใช้ในเดือนถัดไปได้

เข้าเป๋าตังแล้วไม่พบแบนเนอร์ ต้องทำอย่างไร?

ก่อนอื่นให้ตรวจสอบวันที่ เนื่องจากระบบจะเริ่มเปิดให้กดยืนยันสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จากนั้นอัปเดตแอปฯ เป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต และดูว่าเปิดใช้งาน G Wallet สำเร็จแล้วหรือไม่

หากดำเนินการครบแล้วแต่ยังไม่พบแบนเนอร์ อาจหมายถึงข้อมูลไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย หรือระบบยังตรวจสอบสถานะไม่สำเร็จ ไม่ควรกรอกข้อมูลผ่านลิงก์ที่ส่งต่อกันในโซเชียล ควรตรวจสอบผ่านแอปฯ เป๋าตัง เว็บไซต์ทางการ หรือโทรสอบถามศูนย์ช่วยเหลือเท่านั้น

ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 แล้ว รับไทยช่วยไทย พลัสได้อีกไหม?

ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จะได้รับความช่วยเหลือผ่านมาตรการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการฯ โดยวงเงินซื้อสินค้าในเดือนตุลาคม 2569 เพิ่มเป็น 1,000 บาท จากวงเงินเดิม 300 บาทและเงินเพิ่มอีก 700 บาท

ส่วนโครงการไทยช่วยไทย พลัสรอบเพิ่มเติมมุ่งครอบคลุมผู้ได้รับสิทธิรอบเดิมและกลุ่มที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จึงไม่ใช่การรับเงินช่วยเหลือทั้งสองช่องทางพร้อมกัน :chatgpt-content-reference{index="2"}

ช่องทางสอบถามไทยช่วยไทย พลัส รอบเพิ่มเติม

  • เว็บไซต์โครงการ: www.ไทยช่วยไทยพลัส.th
  • ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน โทร. 0-2111-1122 ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ตรวจสอบผลการลงทะเบียนหรือวงเงินคงเหลือ โทร. 0-2111-1122 กด 2 ตลอด 24 ชั่วโมง
  • สอบถามสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 08-5842-7102 ถึง 08-5842-7109 วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ

สรุป คนหลุดบัตรสวัสดิการฯ ต้องทำอะไรบ้าง?

ผู้ที่หลุดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ไม่ต้องกลับไปสมัครบัตรใหม่เพื่อรับไทยช่วยไทย พลัส และโครงการไม่ได้เปิดรับประชาชนทั่วไปเพิ่มเติม แต่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายต้องเปิดแอปฯ เป๋าตัง กดแบนเนอร์ และยืนยันสิทธิระหว่างวันที่ 1–15 ตุลาคม 2569

หลังยืนยันสำเร็จ ต้องเติมเงินเข้า G Wallet เพื่อใช้ระบบร่วมจ่าย โดยรัฐสนับสนุน 60% ไม่เกินวันละ 200 บาท และไม่เกิน 1,000 บาทตลอดโครงการ ใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 หากไม่พบแบนเนอร์หรือมีปัญหายืนยันตัวตน ควรรีบติดต่อศูนย์ช่วยเหลือก่อนหมดเขต

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล