น้ำท่วมไปทำงานไม่ได้ "ประกันสังคม" ช่วยได้จริงไหม? เช็กเงื่อนไข ใครบ้างมีสิทธิได้เงินชดเชย

น้ำท่วมไปทำงานไม่ได้ "ประกันสังคม" ช่วยได้จริงไหม? เช็กเงื่อนไข ใครบ้างมีสิทธิได้เงินชดเชย

น้ำท่วมไปทำงานไม่ได้ "ประกันสังคม" ช่วยได้จริงไหม? เช็กเงื่อนไข ใครบ้างมีสิทธิได้เงินชดเชย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

น้ำท่วมกรุงเทพฯ ไปทำงานไม่ได้ ประกันสังคมจ่ายชดเชย 50% จริงไหม? เช็กเงื่อนไข ผู้ประกันตน ม.33 ใครบ้างมีสิทธิ และวิธียื่น

ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ทำให้ประชาชนบางส่วนเดินทางไปทำงานไม่ได้ ขณะที่สถานประกอบการบางแห่งต้องหยุดกิจการชั่วคราว จึงเกิดคำถามว่า ผู้ประกันตนสามารถขอเงินชดเชยจากประกันสังคมได้หรือไม่ และเงินช่วยเหลือ 50% ที่แชร์กันนั้น ใครมีสิทธิได้รับบ้าง

คำตอบคือ ผู้ประกันตนมาตรา 33 อาจมีสิทธิรับเงินทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย หากน้ำท่วมส่งผลโดยตรงจนทำงานไม่ได้ หรือนายจ้างไม่สามารถเปิดกิจการได้ โดยลูกจ้างยังมีสถานะเป็นพนักงานและไม่ได้รับค่าจ้างในช่วงเวลาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าเพียงเจอน้ำท่วม รถติด หรือไปทำงานสายแล้วจะได้รับเงินทันที ทุกกรณีต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ มีหนังสือรับรองจากนายจ้าง และผ่านการตรวจสอบของสำนักงานประกันสังคมก่อน

 

เงินประกันสังคม 50% เป็นเงินช่วยเหลือกรณีใด?

เงินจำนวนนี้เป็นประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่เงินเยียวยาน้ำท่วมที่จ่ายให้ประชาชนทุกคน และไม่ใช่เงินชดเชยความเสียหายของบ้าน รถยนต์ หรือทรัพย์สิน

ตัวอย่างเหตุสุดวิสัย ได้แก่ น้ำท่วมสถานประกอบการจนเปิดทำงานไม่ได้ เส้นทางถูกตัดขาดอย่างรุนแรง หรือบ้านของลูกจ้างได้รับผลกระทบจนไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ ทั้งนี้ นายจ้างต้องรับรองข้อเท็จจริงและระบุช่วงวันที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้อย่างชัดเจน

ใครมีสิทธิขอรับเงินทดแทนน้ำท่วมจากประกันสังคม?

ผู้ยื่นขอรับสิทธิควรมีคุณสมบัติสำคัญดังต่อไปนี้

  • เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในวันที่เกิดเหตุ
  • ส่งเงินสมทบกรณีว่างงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันที่ไม่สามารถทำงานได้
  • น้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติเป็นเหตุโดยตรงที่ทำให้ทำงานไม่ได้ หรือนายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ
  • นายจ้างและลูกจ้างยังไม่ได้เลิกสัญญาจ้าง ลูกจ้างไม่ได้ลาออกและไม่ได้ถูกเลิกจ้าง
  • ไม่ได้รับค่าจ้างในวันที่ยื่นขอรับเงินทดแทน
  • มีหนังสือหรือข้อมูลรับรองจากนายจ้าง ระบุสาเหตุและช่วงเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้
  • ผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากสำนักงานประกันสังคม

กรณีไหนมีโอกาสได้ และกรณีไหนยังไม่ได้สิทธิอัตโนมัติ?

สถานการณ์ แนวทางพิจารณาสิทธิ
สถานประกอบการถูกน้ำท่วมและต้องปิดชั่วคราว อาจเข้าเกณฑ์ หากไม่ได้รับค่าจ้างและนายจ้างรับรองเหตุสุดวิสัย
บ้านถูกน้ำท่วมรุนแรงจนออกไปทำงานไม่ได้ อาจเข้าเกณฑ์ หากนายจ้างรับรองช่วงวันที่ขาดงานและสำนักงานประกันสังคมตรวจสอบแล้วเห็นว่าเป็นเหตุสุดวิสัย
ถนนถูกตัดขาดหรือทางการห้ามเข้าพื้นที่ อาจเข้าเกณฑ์ ต้องมีข้อเท็จจริงและหลักฐานประกอบ
ทำงานจากบ้านและยังได้รับเงินเดือนตามปกติ ไม่เข้าเกณฑ์สำหรับวันที่ยังทำงานและได้รับค่าจ้าง
ใช้วันลาพักร้อนหรือวันลาโดยได้รับค่าจ้าง โดยทั่วไปไม่เข้าเกณฑ์ เพราะยังได้รับค่าจ้าง
น้ำขังบนถนน รถติด หรือไปทำงานสาย ไม่ทำให้เกิดสิทธิอัตโนมัติ ต้องพิสูจน์ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่ทำงานไม่ได้จริง
นายจ้างเปิดทำงานตามปกติ แต่ลูกจ้างหยุดเอง อาจไม่เข้าเกณฑ์ หากไม่มีการรับรองหรือข้อตกลงกับนายจ้าง

ประกันสังคมจ่ายเท่าไร คำว่า 50% คิดจากอะไร?

ผู้มีสิทธิจะได้รับเงินทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้างรายวันที่ใช้เป็นฐานส่งเงินสมทบประกันสังคม โดยจ่ายตามจำนวนวันที่ไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้าง ไม่เกิน 180 วันต่อการเกิดเหตุหนึ่งครั้ง

เงินจำนวนนี้ไม่ได้คิดจากรายได้สุทธิที่ได้รับจริงทั้งหมด และไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับครึ่งหนึ่งของเงินเดือนเต็มจำนวน เพราะประกันสังคมจะคำนวณจากฐานค่าจ้างที่บันทึกไว้ในระบบ

ตั้งแต่ปี 2569 เพดานค่าจ้างสำหรับคำนวณเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 33 อยู่ที่เดือนละ 17,500 บาท ดังนั้น หากใช้ฐานสูงสุด เงินทดแทนจะอยู่ที่ประมาณวันละ 291.67 บาท

สูตรคำนวณเบื้องต้น

(ฐานค่าจ้างที่ส่งเงินสมทบ ÷ 30) × 50% × จำนวนวันที่ได้รับอนุมัติ

ฐานค่าจ้างประกันสังคม เงินทดแทนต่อวันโดยประมาณ หากได้รับสิทธิ 10 วัน
12,000 บาท 200 บาท 2,000 บาท
15,000 บาท 250 บาท 2,500 บาท
17,500 บาทขึ้นไป ประมาณ 291.67 บาท ประมาณ 2,916.70 บาท

ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการคำนวณเบื้องต้น จำนวนเงินที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับฐานค่าจ้างในระบบ จำนวนวันที่ขาดรายได้ และผลการอนุมัติของสำนักงานประกันสังคม

ขั้นตอนขอเงินประกันสังคม กรณีน้ำท่วมจนทำงานไม่ได้

  1. แจ้งหัวหน้างานหรือฝ่ายบุคคลทันที อธิบายว่าน้ำท่วมส่งผลให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างไร พร้อมระบุวันที่ได้รับผลกระทบ
  2. เก็บหลักฐานไว้ให้ครบ เช่น ภาพถ่ายหรือวิดีโอน้ำท่วมบ้าน เส้นทางถูกตัดขาด ประกาศปิดพื้นที่ หรือประกาศหยุดกิจการของบริษัท
  3. ขอให้นายจ้างรับรองเหตุการณ์ โดยต้องระบุสาเหตุ ช่วงวันที่ทำงานไม่ได้ และข้อมูลการไม่ได้รับค่าจ้าง
  4. กรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน ใช้แบบ สปส.2-01/7 หรือแบบฟอร์มที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
  5. ยื่นเอกสารต่อสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ ระยะเวลาส่งเงินสมทบ และข้อเท็จจริงของเหตุสุดวิสัย
  6. รอผลการพิจารณาและรับเงิน เมื่อได้รับอนุมัติ เงินจะโอนเข้าบัญชีธนาคารที่แจ้งไว้

เอกสารที่ควรเตรียม

  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน สปส.2-01/7
  • หนังสือรับรองจากนายจ้างเกี่ยวกับเหตุสุดวิสัยและช่วงวันที่ไม่สามารถทำงานได้
  • บัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาเอกสารตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด
  • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารชื่อผู้ประกันตน
  • ภาพถ่าย วิดีโอ หรือหลักฐานแสดงความเสียหายและการเดินทางที่ถูกตัดขาด
  • ประกาศของหน่วยงานราชการหรือประกาศหยุดกิจการ หากมี
  • เอกสารเพิ่มเติมตามที่สำนักงานประกันสังคมร้องขอ

หลักฐานแต่ละกรณีอาจไม่เหมือนกัน ผู้ประกันตนจึงควรติดต่อสำนักงานประกันสังคมหรือฝ่ายบุคคลก่อนเดินทางไปยื่นเรื่อง เพื่อป้องกันเอกสารไม่ครบและต้องกลับมายื่นใหม่

ยื่นเรื่องได้ที่ไหน?

  • สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่รับผิดชอบสถานประกอบการ
  • สำนักงานประกันสังคมจังหวัดหรือสำนักงานประกันสังคมสาขา
  • ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังสำนักงานที่รับผิดชอบ โดยควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนส่ง
  • สอบถามขั้นตอนและสำนักงานที่ต้องยื่นผ่านสายด่วนประกันสังคม 1506

ส่วนแบบฟอร์มสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม อย่างไรก็ตาม ผู้ประกันตนควรตรวจสอบเวอร์ชันล่าสุดของเอกสารและช่องทางยื่นก่อนทุกครั้ง เนื่องจากแต่ละพื้นที่อาจกำหนดวิธีรับเอกสารเพิ่มเติมในช่วงเกิดภัยพิบัติ

ลูกจ้างยื่นเองได้ไหม หรือนายจ้างต้องเป็นผู้ดำเนินการ?

ผู้ประกันตนสามารถสอบถามและยื่นคำขอรับสิทธิได้ แต่กระบวนการนี้จำเป็นต้องมีข้อมูลรับรองจากนายจ้าง เพราะสำนักงานประกันสังคมต้องตรวจสอบว่าสถานประกอบการได้รับผลกระทบจริง ลูกจ้างไม่ได้ทำงาน และไม่มีการจ่ายค่าจ้างในช่วงที่ขอรับเงินทดแทน

วิธีที่สะดวกที่สุดคือ ติดต่อฝ่ายบุคคลหรือฝ่ายบัญชีของบริษัทให้ประสานสำนักงานประกันสังคม พร้อมจัดทำรายชื่อลูกจ้างและช่วงวันที่ได้รับผลกระทบให้ตรงกัน หากนายจ้างไม่ให้ความร่วมมือ ผู้ประกันตนสามารถโทรปรึกษาสายด่วน 1506 เพื่อขอคำแนะนำเป็นรายกรณีได้

ต้องลาออกหรือลงทะเบียนว่างงานก่อนหรือไม่?

ไม่ต้องลาออก และไม่ควรลาออกเพียงเพื่อขอรับเงินส่วนนี้ เพราะสิทธิจากเหตุสุดวิสัยมีไว้สำหรับลูกจ้างที่ยังมีสถานะเป็นพนักงาน แต่ต้องหยุดงานชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าจ้างจากสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้

โดยทั่วไปไม่ต้องไปรายงานตัวเป็นผู้ว่างงานกับกรมการจัดหางานเหมือนกรณีถูกเลิกจ้างหรือลาออก เพราะความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างยังคงอยู่

ผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 ขอได้หรือไม่?

สิทธิเงินทดแทนว่างงานจากเหตุสุดวิสัยนี้เป็นสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานและการส่งเงินสมทบกรณีว่างงานของผู้ประกันตนมาตรา 33 ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 ไม่มีความคุ้มครองกรณีว่างงานในลักษณะเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกันตนมาตรา 39 หรือมาตรา 40 ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ยังสามารถตรวจสอบความช่วยเหลือจากกรุงเทพมหานคร หน่วยงานด้านภัยพิบัติ หรือมาตรการเยียวยาอื่นที่ประกาศใช้ในพื้นที่ได้

ได้เงินเยียวยาบ้านเสียหายจาก กทม. แล้ว ยังขอประกันสังคมได้ไหม?

ความช่วยเหลือทั้งสองส่วนมีวัตถุประสงค์ต่างกัน เงินจากประกันสังคมชดเชยรายได้ที่หายไปเพราะทำงานไม่ได้ ส่วนเงินช่วยเหลือจากกรุงเทพมหานครอาจเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ค่าครองชีพ หรือความเสียหายจากสาธารณภัย

ผู้ได้รับผลกระทบจึงอาจยื่นขอทั้งสองส่วนได้ หากมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ของแต่ละโครงการ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ และต้องไม่แจ้งข้อมูลหรือค่าเสียหายซ้ำซ้อนโดยไม่ถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินประกันสังคมน้ำท่วม

น้ำท่วมถนนจนไปทำงานไม่ได้เพียงวันเดียว ขอได้ไหม?

อาจขอรับการพิจารณาได้ หากเป็นเหตุรุนแรงจนเดินทางไม่ได้จริง ไม่ได้รับค่าจ้างในวันนั้น และนายจ้างรับรองข้อเท็จจริง แต่การมีน้ำขังหรือรถติดตามปกติไม่ได้ทำให้เกิดสิทธิโดยอัตโนมัติ

บริษัทให้ทำงานจากบ้าน ยังขอเงิน 50% ได้หรือไม่?

หากยังทำงานและได้รับเงินเดือนตามปกติ จะไม่เข้าเงื่อนไขรับเงินทดแทนสำหรับวันเดียวกัน เพราะไม่มีการขาดรายได้จากการหยุดงาน

นายจ้างปิดบริษัท แต่ยังจ่ายเงินเดือนเต็มจำนวน ขอได้ไหม?

โดยทั่วไปไม่สามารถขอเงินทดแทนสำหรับวันที่ได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน เนื่องจากสิทธินี้มีเป้าหมายเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป

ถ้าได้รับค่าจ้างเพียงบางส่วนต้องทำอย่างไร?

ควรให้ฝ่ายบุคคลแจ้งรายละเอียดค่าจ้างที่จ่ายจริง และสอบถามสำนักงานประกันสังคมโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาข้อมูลการจ่ายค่าจ้างและช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบเป็นรายกรณี

ต้องรีบยื่นภายในกี่วัน?

ตามหลักการเรียกร้องประโยชน์ทดแทน ผู้ประกันตนมีระยะเวลาในการยื่นคำขอ แต่ไม่ควรรอจนใกล้ครบกำหนด ควรแจ้งนายจ้างและรวบรวมหลักฐานทันทีหลังเกิดเหตุ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป การตรวจสอบข้อเท็จจริงและช่วงวันที่ไม่ได้รับค่าจ้างอาจทำได้ยากขึ้น

สรุป น้ำท่วมไปทำงานไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าจะได้รับ 50% ทุกคน

ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกรุงเทพฯ จนไม่สามารถทำงานได้ อาจมีสิทธิรับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้างรายวันที่ใช้ส่งเงินสมทบ หากเป็นเหตุสุดวิสัยจริง ไม่ได้รับค่าจ้าง นายจ้างรับรอง และสำนักงานประกันสังคมอนุมัติ

สิ่งที่ควรทำทันทีคือ แจ้งนายจ้าง เก็บภาพและหลักฐาน ระบุช่วงวันที่ทำงานไม่ได้ให้ชัดเจน และโทรสอบถามสายด่วนประกันสังคม 1506 ก่อนยื่นเอกสาร โดยอย่าลาออกหรือหยุดงานเองโดยไม่มีการประสานกับนายจ้าง เพราะอาจกระทบทั้งสิทธิและสถานะการทำงานได้

หมายเหตุ: รายละเอียดสิทธิและช่องทางยื่นเรื่องอาจปรับเปลี่ยนตามประกาศของหน่วยงาน ข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละรายอาจแตกต่างกัน ควรตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมโดยตรงอีกครั้ง

แหล่งข้อมูล

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล