หลุดบัตรคนจน ยังมีสิทธิ! เช็กวิธีกดรับ "ไทยช่วยไทย พลัส" รอบใหม่ 1,000 บาท

คนหลุดบัตรคนจนปี 2569 เตรียมรับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส รอบเพิ่มเติม ตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 เช็กวิธีรับสิทธิง่ายๆ อย่าให้ชวด 1,000 บาท
คนที่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจนรอบใหม่ปี 2569 ยังมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 รอบเพิ่มเติม” ซึ่งเปิดให้ใช้สิทธิระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 แต่ไม่ได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ ผู้ที่เข้าเกณฑ์ต้องกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ภายในเวลาที่กำหนด
หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการไทยช่วยไทย พลัส รอบเพิ่มเติม หลายคนเกิดคำถามว่า ผู้ที่เคยถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 แต่ไม่ผ่านการคัดกรองรอบปี 2569 จะต้องลงทะเบียนใหม่หรือไม่ ต้องทำอย่างไร และจะได้รับเงินสด 1,000 บาทหรือเปล่า บทความนี้รวบรวมคำตอบและขั้นตอนที่ต้องเตรียมตัวไว้ให้แล้ว
คนหลุดบัตรคนจนปี 2569 ได้สิทธิไทยช่วยไทย พลัสหรือไม่?
คำตอบคือ มีโอกาสได้รับสิทธิ โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 รอบเพิ่มเติม ครอบคลุมผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ทั้งสองกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมจากปี 2565 ที่ไม่ผ่านเกณฑ์รอบใหม่ และผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 รายใหม่ แต่ตรวจสอบแล้วไม่ผ่านคุณสมบัติ
อย่างไรก็ตาม การไม่ผ่านบัตรคนจนไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิไทยช่วยไทย พลัสทุกคนทันที ผู้สมัครยังต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่โครงการกำหนด และต้องกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569
ใครบ้างที่เข้าข่าย “คนหลุดบัตรคนจน” และมีสิทธิลงทะเบียน?
กลุ่มที่สามารถกดยืนยันสิทธิไทยช่วยไทย พลัส รอบเพิ่มเติม ได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้
- ผู้เคยถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 แต่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569
- ผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 รายใหม่ แต่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ
- ผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ในโครงการเดิม
กรณีผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในตอนแรก แต่ยื่นทบทวนสิทธิแล้วได้รับการประกาศว่า “ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569” ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะได้รับความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทน จึงไม่อยู่ในกลุ่มคนหลุดบัตรคนจนที่จะรับสิทธิร่วมจ่าย 60/40 รอบนี้
คุณสมบัติผู้รับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส รอบเพิ่มเติม
นอกจากต้องเป็นผู้ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 แล้ว ผู้ขอรับสิทธิยังต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานตามประกาศของโครงการ ดังนี้
- มีสัญชาติไทย
- มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่กดยืนยันสิทธิ
- มีบัตรประจำตัวประชาชน
- ไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการร่วมจ่ายของรัฐตามเงื่อนไขที่กำหนด
ระบบจะตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติของผู้กดยืนยันสิทธิอีกครั้ง ดังนั้น แม้จะอยู่ในกลุ่มที่ไม่ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ยังต้องรอผลการตรวจสอบจากระบบก่อนจึงจะเริ่มใช้สิทธิได้
วิธียืนยันสิทธิไทยช่วยไทย พลัส สำหรับคนหลุดบัตรคนจน
ตามประกาศล่าสุด ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายไม่ต้องกลับไปสมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่เพื่อเข้าร่วมโครงการนี้ แต่ต้องกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยสามารถเตรียมตัวและดำเนินการได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
- ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ เป๋าตัง ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดจากช่องทางอย่างเป็นทางการ
- ตรวจสอบการยืนยันตัวตน ให้ชื่อ เลขบัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ในระบบเป็นข้อมูลของผู้ขอรับสิทธิ
- เข้าแอปฯ เป๋าตังระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569
- เลือกเมนูหรือแบนเนอร์โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 รอบเพิ่มเติม เมื่อระบบเปิดให้บริการ
- อ่านรายละเอียดและกดยืนยันสิทธิ ตามขั้นตอนที่แสดงในแอปพลิเคชัน
- รอระบบตรวจสอบคุณสมบัติ และกลับเข้ามาตรวจสอบสถานะการได้รับสิทธิ
รายละเอียดตำแหน่งปุ่มหรือหน้าจอภายในแอปฯ อาจได้รับการประกาศเพิ่มเติมเมื่อใกล้วันเปิดยืนยันสิทธิ ผู้สนใจจึงควรติดตามข้อมูลจากกระทรวงการคลัง แอปพลิเคชันเป๋าตัง และเว็บไซต์โครงการโดยตรง เพื่อป้องกันการกดลิงก์ปลอมหรือให้ข้อมูลกับมิจฉาชีพ
ยืนยันสิทธิไทยช่วยไทย พลัสได้วันไหน?
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 ตุลาคม 2569 หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว อาจไม่สามารถเข้าร่วมโครงการรอบเพิ่มเติมได้ จึงควรอัปเดตแอปฯ และตรวจสอบการยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยล่วงหน้า
สำหรับระยะเวลาใช้จ่าย ผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้โครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ส่วนการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ สามารถใช้ได้ตามช่วงเวลาที่โครงการกำหนด
ไทยช่วยไทย พลัส ให้เงิน 1,000 บาทต่อเดือนหรือสองเดือน?
วงเงินจากภาครัฐสูงสุด 1,000 บาทต่อคนตลอดโครงการสองเดือน ไม่ใช่เดือนละ 1,000 บาท และไม่ใช่เงินสดที่รัฐโอนเข้าบัญชีให้ถอนออกมาใช้ได้ แต่เป็นสิทธิร่วมจ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
รัฐจะช่วยจ่ายค่าสินค้าหรือบริการในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนจ่ายเอง 40% โดยส่วนที่รัฐสนับสนุนจะต้องไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และรวมตลอดเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนต้องไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน
| รายละเอียด | จำนวน |
|---|---|
| รัฐช่วยจ่าย | 60% ของยอดซื้อ |
| ประชาชนจ่ายเอง | 40% ของยอดซื้อ |
| วงเงินรัฐสูงสุดต่อวัน | 200 บาท |
| วงเงินรัฐสูงสุดตลอดโครงการ | 1,000 บาท |
| ระยะเวลาใช้สิทธิ | 1 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน 2569 |
ตัวอย่างใช้สิทธิไทยช่วยไทย พลัส 60/40 คำนวณอย่างไร?
หากซื้อสินค้าราคา 300 บาท รัฐจะช่วยจ่าย 60% หรือ 180 บาท ส่วนผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 40% หรือ 120 บาท แต่หากซื้อสินค้าราคา 400 บาท ตามสัดส่วนรัฐควรช่วย 240 บาท ทว่าโครงการจำกัดวงเงินรัฐไว้ไม่เกินวันละ 200 บาท ผู้ใช้จึงต้องรับผิดชอบส่วนที่เหลือเอง
หากต้องการใช้เงินสนับสนุนจากรัฐครบ 1,000 บาท จะมีกำลังซื้อรวมประมาณ 1,666.67 บาท โดยประชาชนต้องร่วมจ่ายรวมประมาณ 666.67 บาท ทั้งนี้ สามารถทยอยใช้สิทธิได้ตลอดระยะเวลาโครงการภายใต้เพดานที่รัฐกำหนด
คนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ได้สิทธิแบบไหน?
ผู้ที่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 จะไม่ได้รับสิทธิไทยช่วยไทย พลัสแบบร่วมจ่าย 60/40 เนื่องจากรัฐบาลจัดความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกช่องทางหนึ่ง โดยในเดือนตุลาคม 2569 จะได้รับวงเงินซื้อสินค้ารวม 1,000 บาท จากวงเงินปกติ 300 บาท และวงเงินเพิ่มเติมอีก 700 บาท
จึงต้องแยกให้ชัดว่า ผู้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะรับวงเงินผ่านสิทธิบัตรคนจน ส่วนผู้ไม่ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและมีคุณสมบัติตามกำหนด จะต้องกดยืนยันเพื่อขอรับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส 60/40 รอบเพิ่มเติมผ่านเป๋าตัง
หากไม่ผ่านบัตรคนจน แต่ยื่นทบทวนสิทธิไว้ ต้องทำอย่างไร?
ผู้ที่ยื่นทบทวนผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐควรตรวจสอบสถานะล่าสุดก่อนกดยืนยันสิทธิ เพราะหากผลทบทวนเปลี่ยนเป็น “ผ่านเกณฑ์” ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะเข้าสู่ระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และได้รับความช่วยเหลือตามช่องทางของผู้ถือบัตรแทน
แต่หากผลสุดท้ายยังคงเป็น “ไม่ผ่านเกณฑ์” และมีคุณสมบัติครบตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส สามารถเข้าแอปฯ เป๋าตังเพื่อกดยืนยันสิทธิได้ในช่วงวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569
ระวังมิจฉาชีพอ้างรับลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส
การยืนยันสิทธิของประชาชนดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังตามที่ทางการกำหนด จึงไม่ควรกดลิงก์ที่ส่งมาทางข้อความหรือโซเชียลมีเดียโดยไม่ตรวจสอบแหล่งที่มา และไม่ควรเปิดเผยรหัสผ่าน รหัส PIN หรือรหัส OTP ให้บุคคลอื่น
- ไม่เสียค่าลงทะเบียนหรือค่าดำเนินการ
- ไม่ต้องโอนเงินให้บุคคลใดเพื่อแลกกับสิทธิ
- ไม่บอกรหัส OTP หรือรหัส PIN ของเป๋าตัง
- ดาวน์โหลดและอัปเดตแอปฯ จาก App Store หรือ Google Play เท่านั้น
- ตรวจสอบข่าวจากกระทรวงการคลังหรือช่องทางของรัฐบาลก่อนส่งต่อ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี