ทำไมตู้ ATM ไม่มีแบงก์ 20-50 บาท ให้กด? เปิดความจริงหลังเครื่องที่หลายคนไม่รู้

ทำไมตู้ ATM ไม่มีแบงก์ 20-50 บาท ให้กด? เปิดความจริงหลังเครื่องที่หลายคนไม่รู้

ทำไมตู้ ATM ไม่มีแบงก์ 20-50 บาท ให้กด? เปิดความจริงหลังเครื่องที่หลายคนไม่รู้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขข้อสงสัย ทำไมตู้ ATM ไม่มีแบงก์ 20 และ 50 บาท ให้กดเงิน หรือเพราะธนบัตรขาดแคลน?

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมเวลาไปถอนเงินจากตู้ ATM จึงมักได้รับธนบัตรชนิดราคา 100, 500 หรือ 1,000 บาท แต่ไม่มีธนบัตร 20 และ 50 บาทให้เลือก ทั้งที่ธนบัตรทั้งสองชนิดยังถูกใช้ซื้อสินค้าและรับเงินทอนกันเป็นประจำ คำตอบไม่ได้เกิดจากธนบัตรขาดแคลน แต่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ภายในเครื่องและต้นทุนการบริหารเงินสดของธนาคาร

ตู้ ATM มีช่องบรรจุธนบัตรจำกัด

ภายในตู้ ATM มีช่องสำหรับบรรจุธนบัตรที่เรียกว่า “คาสเซตต์” โดยแต่ละช่องจะถูกตั้งค่าให้รองรับธนบัตรชนิดราคาใดชนิดราคาหนึ่ง เนื่องจากจำนวนช่องมีจำกัด ธนาคารจึงต้องเลือกใส่ธนบัตรที่สามารถรองรับยอดถอนของลูกค้าได้มากที่สุด

หากธนาคารนำธนบัตร 20 หรือ 50 บาทมาใส่ไว้หนึ่งช่อง ก็ต้องลดพื้นที่ของธนบัตร 100, 500 หรือ 1,000 บาทลง สำหรับตู้ที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก การบรรจุธนบัตรมูลค่าสูงจึงช่วยให้ตู้ให้บริการได้นานกว่า ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะต้องเข้ามาเติมเงินอีกครั้ง

แบงก์ยิ่งเล็ก ตู้ยิ่งรองรับเงินได้น้อย

แม้ธนบัตรแต่ละชนิดจะมีขนาดแตกต่างกันบ้าง แต่จำนวนใบที่ช่องเก็บเงินรองรับได้ย่อมมีขีดจำกัด หากช่องเดียวกันบรรจุธนบัตร 1,000 บาท ตู้จะมีมูลค่าเงินรวมสูงกว่าการบรรจุธนบัตร 20 หรือ 50 บาทหลายเท่า ธนาคารจึงมักให้ความสำคัญกับธนบัตรที่ตอบโจทย์การถอนเงินจำนวนมาก

ตัวอย่างเช่น การถอนเงิน 1,000 บาท หากจ่ายเป็นธนบัตร 20 บาท เครื่องต้องจ่ายถึง 50 ใบ หรือหากจ่ายเป็นธนบัตร 50 บาท ต้องจ่ายจำนวน 20 ใบ แต่ถ้าจ่ายเป็นธนบัตร 500 บาทจะใช้เพียง 2 ใบ และธนบัตร 1,000 บาทเพียงใบเดียวเท่านั้น

ต้องเติมเงินบ่อย ต้นทุนก็เพิ่มขึ้น

การเติมเงินในตู้ ATM ไม่ได้มีเพียงการนำธนบัตรมาใส่ไว้ในเครื่อง แต่ยังมีขั้นตอนตรวจนับ คัดสภาพ ขนส่ง และรักษาความปลอดภัย หากตู้บรรจุธนบัตรราคาต่ำ เงินจะถูกจ่ายออกเป็นจำนวนหลายใบและหมดเร็วกว่าปกติ ธนาคารจึงต้องส่งเจ้าหน้าที่มาเติมเงินบ่อยขึ้น

การเติมเงินแต่ละครั้งย่อมมีค่าใช้จ่ายทั้งด้านบุคลากร รถขนเงิน และระบบรักษาความปลอดภัย การเลือกบรรจุธนบัตรราคาสูงจึงช่วยลดจำนวนครั้งในการเติมเงิน และทำให้ธนาคารสามารถบริหารตู้ ATM ได้อย่างคุ้มค่ามากกว่า

ธนบัตรหลายใบเพิ่มภาระให้เครื่อง

เมื่อถอนเงินด้วยธนบัตรราคาต่ำ ระบบต้องนับและจ่ายธนบัตรจำนวนมากขึ้น กระบวนการจ่ายเงินอาจใช้เวลานานกว่า และเพิ่มโอกาสเกิดปัญหาธนบัตรติดหรือจ่ายไม่ครบ โดยเฉพาะเมื่อธนบัตรมีรอยพับ ยับ หรือผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน

ธนบัตร 20 และ 50 บาทเป็นเงินที่เปลี่ยนมือบ่อย จึงมีโอกาสเสื่อมสภาพเร็วกว่าธนบัตรราคาสูง แม้ธนบัตร 20 บาทรุ่นใหม่จะผลิตด้วยวัสดุพอลิเมอร์ที่มีความทนทานขึ้น แต่ธนาคารก็ยังต้องพิจารณาความเหมาะสมของเครื่องและต้นทุนโดยรวมก่อนนำมาบรรจุในตู้ ATM

ไม่ได้มีกฎห้ามใส่แบงก์ 20 และ 50 บาท

การไม่มีธนบัตร 20 และ 50 บาทในตู้ ATM ไม่ได้หมายความว่ามีกฎหมายหรือข้อกำหนดห้ามไว้ โดยหลักแล้วธนาคารผู้ให้บริการเป็นผู้พิจารณาว่าตู้แต่ละแห่งควรมีธนบัตรชนิดใด ตามรุ่นของเครื่อง ทำเลที่ตั้ง และพฤติกรรมการถอนเงินของลูกค้า

ในทางเทคนิค ธนาคารสามารถกำหนดช่องให้รองรับธนบัตรราคาดังกล่าวได้ หากเครื่องสามารถใช้งานร่วมกับธนบัตรนั้น แต่เมื่อเปรียบเทียบด้านพื้นที่ ต้นทุน และจำนวนธุรกรรม ธนาคารส่วนใหญ่จึงเลือกบรรจุธนบัตร 100, 500 และ 1,000 บาทมากกว่า

iStockphoto

แบงก์ 20 และ 50 บาทไม่ได้หายไปไหน

แม้แทบไม่พบในตู้ ATM แต่ธนบัตร 20 และ 50 บาทยังคงเป็นเงินที่ใช้ชำระค่าสินค้าและบริการได้ตามปกติ ธนบัตรเหล่านี้ยังหมุนเวียนผ่านสาขาธนาคาร ร้านค้า ตลาด และธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต้องสำรองเงินย่อยไว้สำหรับทอนลูกค้า

ดังนั้นการที่ตู้ ATM ไม่มีธนบัตรสองชนิดนี้จึงไม่ได้แปลว่าธนบัตรขาดตลาดหรือถูกยกเลิก เพียงแต่ระบบ ATM ถูกออกแบบให้เน้นการถอนเงินสดอย่างรวดเร็วและรองรับมูลค่าเงินภายในเครื่องได้มากที่สุด

ถ้าต้องการแบงก์ 20 หรือ 50 บาท ควรทำอย่างไร?

หากต้องการธนบัตรย่อยเพียงไม่กี่ใบ สามารถสอบถามแลกได้จากร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ หรือเคาน์เตอร์บริการต่าง ๆ แต่ควรพิจารณาว่าร้านค้าอาจต้องสำรองเงินไว้ทอนลูกค้ารายอื่น จึงอาจไม่สามารถแลกให้ได้ทุกครั้ง

กรณีต้องการธนบัตร 20 หรือ 50 บาทจำนวนมาก เช่น ใช้เตรียมเงินทอน งานบุญ หรืองานกิจกรรม ควรติดต่อสาขาธนาคารล่วงหน้า เจ้าหน้าที่จะสามารถตรวจสอบจำนวนธนบัตรและจัดเตรียมให้ได้เหมาะสมกว่าการค้นหาจากตู้ ATM

สรุปสาเหตุที่ตู้ ATM ไม่มีแบงก์ 20 และ 50 บาท

  • ตู้ ATM มีช่องบรรจุธนบัตรจำนวนจำกัด
  • ธนบัตรราคาต่ำทำให้ตู้เก็บมูลค่าเงินรวมได้น้อยลง
  • การถอนหนึ่งครั้งต้องใช้ธนบัตรจำนวนมาก
  • ธนบัตรในเครื่องหมดเร็วและต้องเติมเงินบ่อย
  • เพิ่มต้นทุนด้านขนส่ง การตรวจนับ และการรักษาความปลอดภัย
  • การจ่ายธนบัตรหลายใบเพิ่มภาระและโอกาสขัดข้องของเครื่อง
  • ธนาคารจึงนิยมใส่ธนบัตร 100, 500 และ 1,000 บาทมากกว่า

สรุปแล้ว เหตุผลที่ตู้ ATM ส่วนใหญ่ไม่มีแบงก์ 20 และ 50 บาท เป็นเรื่องของประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการบริหารเงินสด ไม่ได้เกิดจากธนบัตรขาดแคลนหรือถูกห้ามใช้ ธนาคารจึงเลือกใช้พื้นที่อันจำกัดภายในเครื่องสำหรับธนบัตรที่รองรับการถอนเงินได้มากกว่า ส่วนผู้ที่ต้องการธนบัตรย่อยจำนวนมากสามารถติดต่อขอแลกจากสาขาธนาคารได้โดยตรง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล