พระต้องเสียภาษีไหม แล้ววัดรายได้หลักล้านต้องจ่ายหรือเปล่า? เปิดคำตอบชัดๆ หลายคนเข้าใจผิด!

พระและวัด ต้องเสียภาษีไหม เงินเดือน เงินบริจาค รายได้หลักล้าน เงินวัดแบบไหนต้องยื่นภาษี?
พระต้องเสียภาษีไหม และวัดที่ได้รับเงินบริจาคจำนวนมากต้องจ่ายภาษีหรือไม่ เป็นคำถามที่กลับมาได้รับความสนใจทุกครั้งเมื่อมีข่าวเกี่ยวกับเงินวัดหรือทรัพย์สินของพระสงฆ์ คำตอบไม่ได้มีเพียงว่า “เสีย” หรือ “ไม่เสีย” เพราะต้องดูว่าเงินนั้นเป็นของใคร ได้มาในลักษณะใด และกฎหมายยกเว้นไว้หรือไม่
หลักสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น คือ ต้องแยก “พระสงฆ์” ซึ่งมีสถานะเป็นบุคคลธรรมดา ออกจาก “วัด” ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายคณะสงฆ์ เมื่อผู้รับเงินเป็นคนละฝ่าย กฎหมายภาษีที่นำมาใช้พิจารณาก็ย่อมแตกต่างกัน
พระต้องเสียภาษีไหม คำตอบคือขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้
แม้จะอยู่ในสมณเพศ พระภิกษุก็ยังเป็นบุคคลธรรมดาตามกฎหมาย จึงไม่ได้รับการยกเว้นภาษีทุกกรณีเพียงเพราะมีสถานะเป็นพระ หากพระรูปใดมีเงินได้พึงประเมินซึ่งไม่เข้าข้อยกเว้น และมีเงินได้ถึงเกณฑ์ยื่นแบบ ก็มีหน้าที่ยื่นภาษีเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป
อย่างไรก็ตาม เงินที่พระได้รับส่วนใหญ่อาจมาจากการถวายปัจจัย การอุปการะ กิจนิมนต์ หรือพิธีกรรมตามขนบธรรมเนียม เงินเหล่านี้อาจได้รับยกเว้นภาษีตามเงื่อนไขในประมวลรัษฎากร จึงเป็นที่มาของภาพที่คนทั่วไปคุ้นเคยว่า พระสงฆ์มักไม่ต้องเสียภาษีจากปัจจัยที่ญาติโยมถวายตามปกติ
เงินถวายพระและเงินกิจนิมนต์ ต้องนำไปเสียภาษีหรือไม่
ประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (28) กำหนดให้เงินที่ได้รับจากการอุปการะตามหน้าที่ธรรมจรรยา หรือการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีและขนบธรรมเนียมประเพณี ได้รับยกเว้นภาษีในส่วนที่ไม่เกิน 10 ล้านบาทตลอดปีภาษี เมื่อได้รับจากผู้ที่ไม่ใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส
นอกจากนี้ มาตรา 42 (29) ยังยกเว้นเงินที่ผู้ให้มีเจตนาให้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา การศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เงินถวายที่เข้าเงื่อนไขจึงไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
แต่การเรียกเงินเป็น “ปัจจัย” หรือ “เงินทำบุญ” เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เงินทุกก้อนได้รับยกเว้นโดยอัตโนมัติ ข้อเท็จจริงเรื่องผู้ให้ วัตถุประสงค์ จำนวนเงิน และลักษณะการรับเงินยังเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบกัน
ถ้าพระมีเงินเดือนหรือรายได้จากการทำงาน ต้องเสียภาษีไหม
หากพระได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทนจากการทำงาน รายได้จากการสอน หรือรายได้เชิงพาณิชย์ที่ไม่อยู่ในข่ายยกเว้น เงินส่วนนั้นถือเป็นเงินได้พึงประเมินและต้องนำมาคำนวณภาษีตามปกติ
กรมสรรพากรเคยมีแนววินิจฉัยตามหนังสือที่ กค 0811/9414 ลงวันที่ 26 กันยายน 2544 กรณีพระภิกษุได้รับเงินเดือนจากมหาวิทยาลัย โดยระบุว่าเงินเดือนดังกล่าวเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) และไม่มีกฎหมายยกเว้นไว้ จึงต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเมื่อเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
ตัวอย่างรายได้อื่นที่อาจต้องนำมาพิจารณา ได้แก่ ค่าเช่า ดอกเบี้ย รายได้จากการขายสินค้าเป็นกิจวัตร ค่าลิขสิทธิ์ หรือค่าตอบแทนจากงานต่าง ๆ ทั้งนี้ การมีรายได้ที่ต้องนำมาคำนวณไม่ได้หมายความว่าจะมีภาษีต้องจ่ายเสมอ เพราะยังต้องหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนก่อนคำนวณภาษีสุทธิ
พระมีเงินในบัญชีจำนวนมาก ต้องเสียภาษีทันทีหรือไม่
ยอดเงินในบัญชีไม่ใช่ตัวตัดสินภาษีเพียงอย่างเดียว เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาว่าเงินมาจากที่ใด เป็นเงินถวายส่วนตัว เงินที่รับแทนวัด เงินเดือน รายได้จากธุรกิจ หรือเป็นเงินที่บุคคลอื่นฝากให้ถือไว้
หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเงินได้ซึ่งได้รับยกเว้นตามกฎหมาย เงินจำนวนนั้นก็อาจไม่มีภาษีเงินได้ แม้มียอดสูงก็ตาม แต่หากเป็นรายได้จากการค้าหรือค่าตอบแทนที่ไม่ได้รับยกเว้น ก็ต้องนำมาคำนวณภาษี รวมถึงอาจถูกตรวจสอบย้อนหลังเมื่อไม่ยื่นแบบหรือแสดงรายได้ไม่ครบถ้วน
วัดต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์กำหนดให้วัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล และให้เจ้าอาวาสเป็นผู้แทนวัดในกิจการทั่วไป อย่างไรก็ตาม คำว่า “นิติบุคคล” ตามกฎหมายคณะสงฆ์ ไม่ได้แปลว่าวัดจะเป็นผู้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเหมือนบริษัทโดยอัตโนมัติ
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากรประกอบด้วยกลุ่มที่กฎหมายระบุไว้ เช่น บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กิจการร่วมค้า ตลอดจนมูลนิธิหรือสมาคมบางประเภท โดยไม่ได้กำหนดให้ “วัด” เป็นผู้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในลักษณะเดียวกับบริษัท
ดังนั้น เงินบริจาค เงินทำบุญ หรือรายรับที่เป็นของวัดโดยแท้ โดยทั่วไปจึงไม่ถูกนำไปเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่เงินดังกล่าวต้องได้รับการบริหารในฐานะทรัพย์สินของวัด ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าอาวาส พระภิกษุ หรือกรรมการวัด
วัดไม่เสียภาษีเงินได้ หมายความว่ารายรับทุกอย่างปลอดภาษีหรือไม่
คำว่า “วัดไม่อยู่ในกลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล” ไม่ได้หมายความว่าทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่วัดจะได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมด หากมีบริษัท มูลนิธิ สมาคม โรงเรียน ร้านค้า หรือบุคคลภายนอกเข้ามาประกอบกิจการ หน่วยงานหรือบุคคลเหล่านั้นต้องพิจารณาภาษีตามสถานะของตนเอง
กรณีวัดมีการขายสินค้า ให้เช่าพื้นที่ หรือให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง อาจมีประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือภาษีประเภทอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับรูปแบบกิจการ คู่สัญญา รายรับ และข้อยกเว้นของแต่ละภาษี จึงไม่ควรใช้หลักเรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคลไปสรุปครอบคลุมภาษีทุกประเภท
ซื้อของจากวัดหรือเช่าพื้นที่วัด มีภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
เงินบริจาคโดยไม่มีสิ่งตอบแทนไม่ใช่การขายสินค้าหรือให้บริการตามปกติ จึงแตกต่างจากรายได้เชิงพาณิชย์ แต่หากธุรกรรมมีลักษณะเป็นการขายสินค้า ให้บริการ หรือเก็บค่าตอบแทนอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ก็ต้องตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ประกอบการ และกิจกรรมนั้นได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
ส่วนเวลาวัดหรือพระซื้อสินค้าและบริการทั่วไปจากร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคาที่ชำระมักรวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้วในฐานะผู้บริโภค การไม่เป็นผู้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจึงไม่ได้ทำให้วัดซื้อของโดยไม่ต้องรับภาระภาษีมูลค่าเพิ่มเสมอไป
ที่ดินของวัดต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไหม
ทรัพย์สินที่เป็นศาสนสมบัติและใช้เพื่อประกอบศาสนกิจหรือกิจการสาธารณะโดยมิได้หาผลประโยชน์ อาจได้รับยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามเงื่อนไขของกฎหมาย แต่ต้องพิจารณาการใช้ประโยชน์จริงเป็นสำคัญ
หากพื้นที่บางส่วนถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เช่น ให้เอกชนเช่าเปิดร้านค้า จัดตลาด หรือประกอบกิจการเพื่อหารายได้ พื้นที่ส่วนนั้นอาจไม่ได้รับยกเว้นเช่นเดียวกับบริเวณที่ใช้ประกอบศาสนกิจ การประเมินจึงต้องแยกตามลักษณะการใช้ประโยชน์ของทรัพย์สินแต่ละส่วน
บริจาคเงินให้วัด ลดหย่อนภาษีได้หรือไม่
ผู้บริจาคสามารถใช้เงินบริจาคเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ เมื่อบริจาคให้วัดหรือองค์การศาสนาที่เข้าเกณฑ์ และมีหลักฐานถูกต้องตามที่กรมสรรพากรกำหนด จำนวนเงินที่นำมาลดหย่อนยังอยู่ภายใต้เพดานและเงื่อนไขของกฎหมาย
ผู้บริจาคควรตรวจสอบชื่อผู้รับบริจาคให้ชัดว่าเป็นวัดหรือหน่วยงานที่มีสิทธิรับเงินบริจาคเพื่อการลดหย่อน และตรวจสอบว่าข้อมูลถูกบันทึกในระบบ e-Donation หรือมีหลักฐานที่กรมสรรพากรยอมรับ การโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของพระโดยตรงไม่ได้ทำให้ผู้บริจาคมีสิทธิลดหย่อนภาษีโดยอัตโนมัติ
เงินทำบุญให้พระ กับเงินบริจาคให้วัด ต่างกันอย่างไร
จุดสำคัญอยู่ที่เจตนาและผู้รับเงิน หากถวายแก่พระเป็นการส่วนตัว เงินอาจถูกพิจารณาเป็นเงินที่พระได้รับ แต่หากระบุชัดว่าเป็นเงินบูรณะวัด สร้างอาคาร ชำระค่าไฟ หรือใช้ในกิจการของวัด เงินนั้นควรเข้าสู่ระบบบัญชีและอยู่ภายใต้การจัดการของวัด
การนำเงินของวัดไปฝากในบัญชีส่วนบุคคลไม่ได้ทำให้เงินนั้นกลายเป็นทรัพย์สินส่วนตัว และการได้รับยกเว้นภาษีก็ไม่ได้ลบล้างหน้าที่ในการทำบัญชีหรือความรับผิดทางอาญา หากมีการเบียดบัง ยักยอก ฟอกเงิน หรือใช้ทรัพย์สินผิดวัตถุประสงค์
วัดต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายหรือไม่
แม้วัดจะไม่ได้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเหมือนบริษัท แต่วัดยังมีหน้าที่จัดทำและดูแลบัญชีทรัพย์สิน รายรับ รายจ่าย และเงินบริจาคตามกฎ ระเบียบ และแนวทางของคณะสงฆ์กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ การตรวจสอบบัญชีวัดจึงเป็นคนละเรื่องกับการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากร
การแยกบัญชีเงินวัดออกจากบัญชีส่วนตัว การออกหลักฐานรับเงิน และการบันทึกวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคอย่างชัดเจน เป็นสิ่งสำคัญต่อความโปร่งใส อีกทั้งยังช่วยตอบคำถามได้ว่าเงินแต่ละก้อนเป็นของใครและอยู่ภายใต้กฎหมายใด
สรุป พระและวัดต้องเสียภาษีอย่างไร
- พระสงฆ์เป็นบุคคลธรรมดา หากมีเงินได้ที่ไม่เข้าข้อยกเว้นและถึงเกณฑ์ตามกฎหมาย ก็ต้องยื่นแบบและอาจต้องเสียภาษี
- เงินถวายตามประเพณีหรือเพื่อกิจการศาสนา อาจได้รับยกเว้นภาษีเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวงเงินที่กฎหมายกำหนด
- เงินเดือน ค่าจ้าง และรายได้เชิงพาณิชย์ของพระ ไม่ได้รับยกเว้นเพียงเพราะผู้รับอยู่ในสมณเพศ
- วัดเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายคณะสงฆ์ แต่โดยทั่วไปไม่อยู่ในกลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร
- กิจการ ร้านค้า หรือหน่วยงานอื่นภายในวัด อาจมีภาระภาษีของตนเอง รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
- ผู้บริจาคที่ต้องการลดหย่อนภาษี ควรบริจาคผ่านช่องทางของวัดที่ตรวจสอบได้ และมีหลักฐานตามที่กรมสรรพากรกำหนด
สรุปให้จำง่ายที่สุดคือ พระไม่ได้รับยกเว้นภาษีเพราะเป็นพระ และวัดไม่ได้เสียภาษีเหมือนบริษัทเพียงเพราะเป็นนิติบุคคล คำตอบที่ถูกต้องต้องย้อนกลับไปดูว่าเงินเป็นของใคร ได้มาอย่างไร และกิจกรรมนั้นอยู่ภายใต้ภาษีประเภทใด
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายภาษี การพิจารณากรณีเฉพาะควรตรวจสอบเอกสาร เส้นทางการเงิน และข้อเท็จจริงกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีโดยตรง
อ่านเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
