รถเมล์ 8 บาทกำลังจะหายไป! รถ EV มาแทน คำนวณค่าโดยสารใหม่ ขึ้นทุกวันจ่ายเพิ่มเดือนละกี่บาท?

รถเมล์ครีมแดง 8 บาท จ่อทยอยออกจากระบบ เป็นรถเมล์ EV ปรับอากาศ เช็กค่าโดยสารใหม่ พร้อมคำนวณคนใช้ประจำจ่ายเพิ่มเดือนละเท่าไร ปีละเท่าไร?
รถเมล์ครีม-แดง ค่าโดยสาร 8 บาทตลอดสาย กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เตรียมนำรถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า 1,520 คันเข้ามาทดแทน แม้ผู้โดยสารจะได้ใช้รถใหม่ มีเครื่องปรับอากาศ และลดมลพิษจากท่อไอเสีย แต่สิ่งที่หลายคนกังวลไม่แพ้กันคือค่าโดยสารที่อาจเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันรถเมล์ครีม-แดงคิดค่าโดยสาร 8 บาทตลอดสาย ไม่ว่าจะนั่งใกล้หรือไกล ส่วนรถเมล์ EV ปรับอากาศคาดว่าจะใช้อัตราประมาณ 15-25 บาทตามระยะทาง หากเป็นคนที่ต้องขึ้นรถเมล์ไปทำงานและกลับบ้านทุกวัน ส่วนต่างเพียงเที่ยวละไม่กี่บาทอาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มหลายพันบาทเมื่อรวมตลอดทั้งปี
รถเมล์ครีม-แดง 8 บาท จะถูกยกเลิกทั้งหมดหรือไม่?
โครงการนี้เป็นการนำรถเมล์ EV ปรับอากาศจำนวน 1,520 คันมาทดแทนรถโดยสารธรรมดาสีครีม-แดงของ ขสมก. จำนวนใกล้เคียงกัน ไม่ได้หมายความว่ารถเมล์ร้อนของผู้ประกอบการทุกรายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะถูกยกเลิกพร้อมกันทั้งหมด
ขสมก. จะทยอยปลดระวางรถครีม-แดงตามการรับมอบและนำรถ EV เข้าประจำเส้นทาง จึงไม่ได้มีวันเดียวที่รถเมล์ 8 บาทจะหายไปจากถนนทุกคัน ส่วนรถปรับอากาศเดิมของ ขสมก. และรถของผู้ประกอบการรายอื่นไม่ได้อยู่ในขอบเขตของสัญญา 1,520 คันนี้
รถเมล์ EV ขสมก. เริ่มวิ่งเมื่อไหร่?
ขสมก. ลงนามสัญญาเช่ารถโดยสารไฟฟ้ากับบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ระยะเวลาเช่า 7 ปี มูลค่าสัญญาประมาณ 14,905 ล้านบาท โดยบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX รับหน้าที่จัดหารถและประกอบภายในประเทศที่โรงงาน AAB จังหวัดฉะเชิงเทรา
รถจะทยอยส่งมอบทั้งหมด 3 งวด เริ่มจาก 500 คันภายในวันที่ 30 มีนาคม 2570 อีก 500 คันภายในวันที่ 30 เมษายน 2570 และงวดสุดท้าย 520 คันภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2570 หลังส่งมอบ รถแต่ละล็อตยังต้องผ่านการทดสอบระบบ สภาพถนน และการฝึกอบรมพนักงานขับรถประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนออกให้บริการจริง
| งวดส่งมอบ | จำนวนรถ | กำหนดส่งมอบ |
|---|---|---|
| งวดที่ 1 | 500 คัน | ภายใน 30 มีนาคม 2570 |
| งวดที่ 2 | 500 คัน | ภายใน 30 เมษายน 2570 |
| งวดที่ 3 | 520 คัน | ภายใน 30 พฤษภาคม 2570 |
| รวม | 1,520 คัน | ครบภายในเดือนพฤษภาคม 2570 |
ค่าโดยสารรถเมล์ EV จาก 8 บาท อาจเพิ่มเป็น 15-25 บาท
รถเมล์ครีม-แดงคิดค่าโดยสาร 8 บาทตลอดสาย ขณะที่รถโดยสารปรับอากาศคิดค่าโดยสารตามระยะทาง โดยกรอบที่มีการนำมาประเมินสำหรับรถ EV ใหม่อยู่ที่ประมาณ 15 บาทสำหรับระยะใกล้ และอาจเพิ่มเป็น 20 หรือ 25 บาทเมื่อเดินทางไกลขึ้น
อย่างไรก็ตาม อัตราค่าโดยสารที่จะเก็บจริงเมื่อรถใหม่ออกวิ่ง รวมถึงส่วนลด ตั๋วรายเดือน และมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ ตัวเลขต่อไปนี้จึงเป็นการคำนวณจากกรอบ 15-25 บาท เพื่อให้ผู้โดยสารเห็นภาพและวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
ขึ้นรถเมล์ไปกลับทุกวัน ต้องจ่ายเพิ่มเดือนละเท่าไร?
ลองคำนวณจากคนทำงานที่ขึ้นรถเมล์วันละ 2 เที่ยว คือขาไป 1 เที่ยวและขากลับ 1 เที่ยว ทำงานเดือนละ 22 วัน เท่ากับขึ้นรถเมล์เดือนละ 44 เที่ยว หากยังใช้รถครีม-แดงราคา 8 บาท ค่าเดินทางจะอยู่ที่ 352 บาทต่อเดือน
หากเปลี่ยนเป็นรถ EV ราคาเริ่มต้นเที่ยวละ 15 บาท ค่าเดินทางจะเพิ่มเป็น 660 บาทต่อเดือน หรือจ่ายเพิ่ม 308 บาท ส่วนคนที่เดินทางไกลและเสียค่าโดยสารเที่ยวละ 25 บาท จะจ่ายเดือนละ 1,100 บาท เพิ่มจากเดิม 748 บาทต่อเดือน
| ค่าโดยสารต่อเที่ยว | ค่าใช้จ่ายต่อเดือน | จ่ายเพิ่มจากเดิมต่อเดือน |
|---|---|---|
| รถครีม-แดง 8 บาท | 352 บาท | - |
| รถ EV 15 บาท | 660 บาท | 308 บาท |
| รถ EV 20 บาท | 880 บาท | 528 บาท |
| รถ EV 25 บาท | 1,100 บาท | 748 บาท |
คำนวณค่าโดยสารรถเมล์ EV ตลอดปี เพิ่มเกือบ 9,000 บาท
เมื่อคำนวณต่อเนื่อง 12 เดือน คนที่จ่ายค่าโดยสารเที่ยวละ 15 บาทจะเสียค่าเดินทางปีละ 7,920 บาท เพิ่มจากรถเมล์ครีม-แดงปีละ 3,696 บาท หากค่าโดยสารอยู่ที่เที่ยวละ 20 บาท ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นปีละ 6,336 บาท
ส่วนผู้ที่เดินทางไกลและต้องจ่ายเที่ยวละ 25 บาท จะเสียค่าเดินทางปีละ 13,200 บาท เทียบกับรถครีม-แดงที่จ่ายปีละ 4,224 บาท เท่ากับมีภาระเพิ่มขึ้น 8,976 บาท หรือเกือบ 9,000 บาทต่อปี
| ค่าโดยสารต่อเที่ยว | ค่าใช้จ่ายต่อปี | จ่ายเพิ่มจากเดิมต่อปี |
|---|---|---|
| รถครีม-แดง 8 บาท | 4,224 บาท | - |
| รถ EV 15 บาท | 7,920 บาท | 3,696 บาท |
| รถ EV 20 บาท | 10,560 บาท | 6,336 บาท |
| รถ EV 25 บาท | 13,200 บาท | 8,976 บาท |
หมายเหตุ: คำนวณจากการเดินทางวันละ 2 เที่ยว เดือนละ 22 วัน ต่อเนื่อง 12 เดือน ยังไม่รวมวันหยุดเพิ่มเติม สิทธิส่วนลด หรือการปรับอัตราค่าโดยสารในอนาคต
หากต้องต่อรถ 2 สาย ภาระค่าโดยสารอาจเพิ่มเกือบ 18,000 บาทต่อปี
สำหรับคนที่บ้านและที่ทำงานอยู่ไกลกันจนต้องต่อรถ 2 สายในแต่ละขา จำนวนการขึ้นรถจะเพิ่มเป็นวันละ 4 เที่ยว หรือเดือนละ 88 เที่ยว หากใช้รถครีม-แดงราคา 8 บาททุกเที่ยว จะเสียค่าเดินทางเดือนละ 704 บาท หรือปีละ 8,448 บาท
หากรถที่ใช้เปลี่ยนเป็นค่าโดยสารเที่ยวละ 15 บาท ค่าเดินทางจะเพิ่มเป็นเดือนละ 1,320 บาท หรือปีละ 15,840 บาท แต่หากแต่ละเที่ยวมีค่าโดยสาร 25 บาท ค่าใช้จ่ายจะพุ่งเป็นเดือนละ 2,200 บาท หรือปีละ 26,400 บาท
| ต่อรถ 2 สายต่อขา | ค่าใช้จ่ายต่อเดือน | ค่าใช้จ่ายต่อปี | เพิ่มจากเดิมต่อปี |
|---|---|---|---|
| เที่ยวละ 8 บาท | 704 บาท | 8,448 บาท | - |
| เที่ยวละ 15 บาท | 1,320 บาท | 15,840 บาท | 7,392 บาท |
| เที่ยวละ 20 บาท | 1,760 บาท | 21,120 บาท | 12,672 บาท |
| เที่ยวละ 25 บาท | 2,200 บาท | 26,400 บาท | 17,952 บาท |
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า คนที่ต้องเปลี่ยนรถหลายสายจะได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ที่นั่งรถเพียงต่อเดียว หากในอนาคตมีระบบค่าโดยสารร่วม หรือกำหนดเพดานค่าโดยสารต่อวัน ก็อาจช่วยลดภาระส่วนนี้ได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนสำหรับรถ EV ชุดใหม่ของ ขสมก.
ครอบครัวที่ใช้รถเมล์ 2 คน ค่าเดินทางอาจเพิ่มเท่าตัว
หากในหนึ่งครอบครัวมีคนทำงานหรือนักเรียน 2 คน ซึ่งต่างนั่งรถเมล์ไปกลับวันละ 2 เที่ยว ค่าใช้จ่ายต้องคูณเพิ่มตามจำนวนสมาชิก หากจ่ายเที่ยวละ 15 บาท ครอบครัวจะมีภาระเพิ่มรวมปีละ 7,392 บาทจากอัตราเดิม
หากทั้ง 2 คนเดินทางไกลและจ่ายเที่ยวละ 25 บาท ภาระที่เพิ่มขึ้นจะอยู่ที่ 17,952 บาทต่อปี ตัวเลขนี้ยังไม่รวมกรณีที่ต้องต่อรถหลายสาย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่องค่าโดยสารจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญไม่แพ้เรื่องรถใหม่และคุณภาพบริการ
| ผู้โดยสาร 2 คน | ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี | เพิ่มจากรถเมล์ 8 บาทต่อปี |
|---|---|---|
| เที่ยวละ 8 บาท | 8,448 บาท | - |
| เที่ยวละ 15 บาท | 15,840 บาท | 7,392 บาท |
| เที่ยวละ 20 บาท | 21,120 บาท | 12,672 บาท |
| เที่ยวละ 25 บาท | 26,400 บาท | 17,952 บาท |
รถเมล์ EV จะเริ่มวิ่งประมาณ 50 เส้นทาง
ขสมก. วางแผนนำรถเมล์ EV ไปให้บริการในระยะแรกประมาณ 50 เส้นทาง จากเส้นทางของ ขสมก. ทั้งหมดราว 107 เส้นทาง โดยจะเน้นเส้นทางในใจกลางเมืองและเส้นทางที่เชื่อมพื้นที่ชานเมืองเข้าสู่เขตเมือง
อย่างไรก็ตาม รายชื่อสายรถเมล์ที่จะได้รับรถใหม่และวันเริ่มให้บริการของแต่ละสายยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ ผู้โดยสารจึงยังไม่ควรสรุปว่ารถครีม-แดงในเส้นทางที่ใช้ประจำจะหยุดวิ่งทันทีตั้งแต่เดือนมีนาคม 2570
รัฐมีมาตรการช่วยลดภาระค่าโดยสารหรือไม่?
สิ่งที่ผู้โดยสารกำลังรอคำตอบคือมาตรการรองรับผู้มีรายได้น้อย ผู้ถือตั๋วรายเดือน นักเรียน ผู้สูงอายุ และคนที่ต้องต่อรถหลายสาย ปัจจุบันมีการกล่าวถึงแนวทางใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐและการพัฒนาโครงสร้างค่าโดยสารร่วม แต่ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดครบถ้วนสำหรับรถ EV ชุดนี้
ก่อนรถใหม่ออกให้บริการจึงต้องติดตามว่า อัตรา 15-25 บาทจะถูกนำมาใช้ตามกรอบเดิมหรือไม่ มีส่วนลดสำหรับผู้โดยสารกลุ่มใด และจะมีการกำหนดเพดานค่าโดยสารสำหรับคนที่ขึ้นหลายเที่ยวในหนึ่งวันหรือเปล่า เพราะมาตรการเหล่านี้จะมีผลต่อค่าใช้จ่ายจริงมากกว่าตัวเลขค่าโดยสารต่อเที่ยวเพียงอย่างเดียว
ขสมก. คาดรถเมล์ EV ช่วยลดต้นทุนปีละ 4,100 ล้านบาท
ในฝั่งของ ขสมก. การเปลี่ยนมาเช่ารถเมล์ไฟฟ้าคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนได้ประมาณ 4,100 ล้านบาทต่อปี แบ่งเป็นค่าเหมาซ่อมบำรุงที่ลดลงราว 2,000 ล้านบาท และค่าเชื้อเพลิงที่ลดจากประมาณ 2,000 ล้านบาท เหลือค่าไฟราว 800 ล้านบาท
ส่วนที่เหลือของผลประหยัดมาจากการลดภาระด้านบุคลากรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นประมาณการของหน่วยงาน ซึ่งต้องติดตามผลจริงหลังรถ EV เริ่มให้บริการครบตามแผน
สรุป รถเมล์ใหม่สะดวกขึ้น แต่คนใช้ประจำอาจจ่ายเพิ่มเท่าไร?
การเปลี่ยนจากรถเมล์ครีม-แดง 8 บาทตลอดสายเป็นรถ EV ปรับอากาศ ช่วยยกระดับคุณภาพบริการ ลดมลพิษ และลดต้นทุนของ ขสมก. แต่หากเก็บค่าโดยสารตามกรอบ 15-25 บาท คนที่ขึ้นรถไปกลับวันละ 2 เที่ยวอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 308-748 บาทต่อเดือน หรือ 3,696-8,976 บาทต่อปี
สำหรับผู้ที่ต้องต่อรถ 2 สายในแต่ละขา ภาระอาจเพิ่มเป็น 7,392-17,952 บาทต่อปี และหากมีสมาชิกในครอบครัวใช้รถเมล์มากกว่าหนึ่งคน ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้โดยสาร สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปจึงไม่ใช่เพียงว่ารถใหม่จะเริ่มวิ่งเมื่อใด แต่คือค่าโดยสารจริงและมาตรการช่วยเหลือที่จะประกาศก่อนรถครีม-แดงทยอยออกจากระบบ
แหล่งข้อมูล: องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และรายงานข่าวไทยพีบีเอส ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2569
ข้อมูลโครงการและกรอบค่าโดยสารอ้างอิงจาก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และ Thai PBS News โดยตัวเลขค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นการคำนวณจากสมมติฐานที่ระบุในบทความ ไม่ใช่อัตราเยียวยาหรือค่าโดยสารสุดท้ายที่ประกาศแล้ว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
