เงินเดือนเท่านี้ ถูกหักกี่บาท? เปิดตารางจ่าย "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" ใครเข้าข่ายเช็กเลย!

เช็กเงินเดือนตัวเอง! กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหัก 0.25% และ 0.50% คิดเป็นกี่บาท?
เงินเดือนเท่าเดิม แต่จะมีรายการหักเพิ่มหรือไม่? เป็นคำถามที่คนทำงานเริ่มให้ความสนใจ หลังมีการกำหนดให้เริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยช่วงแรก ลูกจ้างที่เข้าข่ายจะจ่ายเงินสะสมในอัตรา 0.25% ของค่าจ้าง และนายจ้างจ่ายเงินสมทบเพิ่มให้อีกเท่ากัน
ตัวเลข 0.25% อาจดูคำนวณยาก แต่จำง่าย ๆ ว่า ค่าจ้างทุก 1,000 บาท ลูกจ้างจ่าย 2.50 บาท เช่น เงินเดือน 15,000 บาท ถูกหัก 37.50 บาท ส่วนเงินเดือน 20,000 บาท ถูกหัก 50 บาท อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ลูกจ้างทุกคนที่จะต้องถูกหัก จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขการเป็นสมาชิกก่อนดูตารางของตัวเอง
ข้อมูลตรวจสอบ ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 ตารางต่อไปนี้เป็นตัวอย่างคำนวณ โดยสมมติว่าเงินเดือนที่ระบุเป็นค่าจ้างที่ใช้คำนวณทั้งจำนวน และได้รับค่าจ้างเต็มเดือน
ก่อนดูยอดหัก ใครต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างบ้าง?
หลักเกณฑ์สำคัญคือ ลูกจ้างในกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และอยู่ในขอบเขตการบังคับใช้ของกฎหมาย โดยไม่ได้รับยกเว้นจากการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือการจัดการสงเคราะห์ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ส่วนกิจการที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 10 คนไม่อยู่ในกลุ่มบังคับตามเกณฑ์นี้ และกิจการบางประเภทมีข้อยกเว้นเฉพาะ
จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ บริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่ได้แปลว่าพนักงานทุกคนได้รับยกเว้น หากบริษัทมี PVD แต่ลูกจ้างยังไม่ได้เป็นสมาชิก นายจ้างต้องตรวจสอบการนำลูกจ้างคนนั้นเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามเงื่อนไข ส่วนการจ่ายประกันสังคมอยู่แล้วไม่ได้เป็นเหตุให้ได้รับยกเว้น เพราะเป็นคนละระบบกัน
เริ่มหักเมื่อไร? เปิดอัตรา 0.25% และ 0.50% ให้เห็นชัด
ข้อมูลกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์รัฐบาลไทยระบุว่า การจัดเก็บแบ่งเป็นสองช่วง ดังตารางต่อไปนี้ โดยต้องแยก เงินสะสมของลูกจ้าง ออกจาก เงินสมทบของนายจ้าง เพราะยอดรวมเข้ากองทุนไม่ใช่จำนวนเงินที่หักจากเงินเดือนทั้งหมด
| ช่วงเวลาจัดเก็บ | ลูกจ้างจ่าย | นายจ้างสมทบ | รวมเข้ากองทุน |
|---|---|---|---|
| 1 ตุลาคม 2569–30 กันยายน 2574 | 0.25% ของค่าจ้าง | 0.25% ของค่าจ้าง | 0.50% ของค่าจ้าง |
| ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป | 0.50% ของค่าจ้าง | 0.50% ของค่าจ้าง | 1.00% ของค่าจ้าง |
ตัวอย่างเช่น ในช่วงอัตรา 0.25% หากค่าจ้าง 20,000 บาท ลูกจ้างถูกหัก 50 บาท และนายจ้างออกเพิ่มอีก 50 บาท รวมเข้ากองทุน 100 บาท ไม่ใช่การหักจากลูกจ้าง 100 บาท เพราะเงินสมทบของนายจ้างเป็นส่วนที่นายจ้างต้องรับผิดชอบเอง
ตารางหักเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เงินเดือน 10,000–100,000 บาท จ่ายเท่าไร?
ตารางนี้ใช้อัตรา ฝ่ายละ 0.25% สำหรับช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2574 โดยรวมฐานเงินเดือนตามภาพตัวอย่าง พร้อมเพิ่มระดับเงินเดือนอื่นเพื่อให้ค้นหายอดของตัวเองได้ง่ายขึ้น หากเงินเดือนไม่ตรงกับตาราง สามารถใช้สูตรในหัวข้อถัดไปคำนวณได้ทันที
| ค่าจ้างต่อเดือน (บาท) | ลูกจ้างถูกหัก 0.25% (บาท) | นายจ้างสมทบ 0.25% (บาท) | รวมเข้ากองทุนต่อเดือน (บาท) |
|---|---|---|---|
| 10,000 | 25.00 | 25.00 | 50.00 |
| 12,000 | 30.00 | 30.00 | 60.00 |
| 15,000 | 37.50 | 37.50 | 75.00 |
| 17,000 | 42.50 | 42.50 | 85.00 |
| 19,000 | 47.50 | 47.50 | 95.00 |
| 20,000 | 50.00 | 50.00 | 100.00 |
| 21,000 | 52.50 | 52.50 | 105.00 |
| 23,000 | 57.50 | 57.50 | 115.00 |
| 25,000 | 62.50 | 62.50 | 125.00 |
| 27,000 | 67.50 | 67.50 | 135.00 |
| 29,000 | 72.50 | 72.50 | 145.00 |
| 30,000 | 75.00 | 75.00 | 150.00 |
| 31,000 | 77.50 | 77.50 | 155.00 |
| 33,000 | 82.50 | 82.50 | 165.00 |
| 35,000 | 87.50 | 87.50 | 175.00 |
| 40,000 | 100.00 | 100.00 | 200.00 |
| 45,000 | 112.50 | 112.50 | 225.00 |
| 50,000 | 125.00 | 125.00 | 250.00 |
| 60,000 | 150.00 | 150.00 | 300.00 |
| 80,000 | 200.00 | 200.00 | 400.00 |
| 100,000 | 250.00 | 250.00 | 500.00 |
ตัวเลขนี้แสดงเฉพาะเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ไม่รวมประกันสังคม ภาษี หรือรายการหักอื่น และไม่ใช่ยอดเงินเดือนสุทธิที่จะได้รับ
เงินเดือนไม่ตรงตาราง คำนวณ 0.25% เองอย่างไร?
วิธีคิดคือ ค่าจ้าง × 0.25 ÷ 100 หรือใช้สูตรย่อ ค่าจ้าง × 0.0025 ก็ได้ อีกวิธีที่จำง่ายคือ นำค่าจ้างหารด้วย 400 ซึ่งจะได้ผลลัพธ์เดียวกัน
- ค่าจ้าง 18,000 บาท: 18,000 ÷ 400 = ถูกหัก 45 บาท
- ค่าจ้าง 22,500 บาท: 22,500 ÷ 400 = ถูกหัก 56.25 บาท
- ค่าจ้าง 28,000 บาท: 28,000 ÷ 400 = ถูกหัก 70 บาท
- ค่าจ้าง 42,000 บาท: 42,000 ÷ 400 = ถูกหัก 105 บาท
ข้อควรระวังคือ 0.25% ไม่ใช่ 25% จึงไม่ใช่การนำเงินเดือนคูณ 0.25 โดยตรง หากใช้เครื่องคิดเลขทั่วไปให้คูณ 0.0025 เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน ส่วนยอดที่มีเศษสตางค์เกินสองตำแหน่งควรตรวจสอบวิธีจัดการเศษตามหลักเกณฑ์และระบบนำส่งกับฝ่ายบุคคล
หักจากเงินเดือนก่อนหรือหลังประกันสังคม?
ฐานคำนวณคือ “ค่าจ้าง” ตามกฎหมาย ไม่ใช่ยอดเงินสุทธิหลังหักประกันสังคม ภาษี หรือหนี้สินของลูกจ้าง ดังนั้น หากค่าจ้างที่ใช้คำนวณอยู่ที่ 20,000 บาท ก็ใช้อัตรา 0.25% คูณกับ 20,000 บาท ไม่ใช่นำยอดหลังหักรายการอื่นมาคิด
อย่างไรก็ตาม ค่าจ้างที่ใช้คำนวณอาจไม่ตรงกับช่อง “เงินเดือนพื้นฐาน” หรือ “รายรับรวม” บนสลิปทุกกรณี เพราะต้องพิจารณาลักษณะเงินแต่ละรายการตามกฎหมาย หากมีค่าตอบแทนอื่น เช่น ค่าคอมมิชชันหรือเงินจ่ายประจำ ควรให้ HR อธิบายว่ารายการใดนำมารวมเป็นฐาน ไม่ควรสรุปเองว่าเงินทุกประเภทต้องรวมหรือไม่รวมทั้งหมด
สำหรับเดือนที่เริ่มงานกลางเดือน มีการเปลี่ยนค่าจ้าง หรือได้รับค่าจ้างไม่เต็มเดือน ยอดจริงอาจไม่ตรงกับตารางตัวอย่างข้างต้น ควรตรวจสอบค่าจ้างที่ใช้คำนวณในงวดนั้นกับฝ่ายบุคคลก่อน เพื่อให้เข้าใจที่มาของยอดหักได้ถูกต้อง
ถูกหักทุกเดือน ครบหนึ่งปีมีเงินเข้ากองทุนเท่าไร?
เมื่อคำนวณเป็นรายปี จะเห็นทั้งส่วนที่ลูกจ้างจ่ายและส่วนที่นายจ้างเพิ่มให้ชัดขึ้น ตัวอย่างต่อไปนี้สมมติว่าใช้อัตรา 0.25% ตลอด 12 เดือน ค่าจ้างไม่เปลี่ยน และมีการนำส่งครบทุกเดือน โดยยังไม่รวมดอกผล
| ค่าจ้างต่อเดือน (บาท) | ลูกจ้างจ่ายรวม 12 เดือน (บาท) | นายจ้างสมทบรวม 12 เดือน (บาท) | รวมเข้ากองทุน 12 เดือน (บาท) |
|---|---|---|---|
| 15,000 | 450 | 450 | 900 |
| 20,000 | 600 | 600 | 1,200 |
| 25,000 | 750 | 750 | 1,500 |
| 30,000 | 900 | 900 | 1,800 |
| 50,000 | 1,500 | 1,500 | 3,000 |
คำว่า 12 เดือนในตารางไม่ใช่ยอดของปี 2569 ทั้งปี เพราะเริ่มจัดเก็บวันที่ 1 ตุลาคม 2569 หากคิดเฉพาะค่าจ้างเดือนตุลาคมถึงธันวาคม จะมีสามเดือน ตัวอย่างค่าจ้าง 20,000 บาท จ่ายฝ่ายละ 150 บาท รวม 300 บาท ภายใต้สมมติฐานว่าเข้าเงื่อนไขและนำส่งครบทั้งสามเดือน
ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 หักเพิ่มเป็น 0.50% ต้องจ่ายเท่าไร?
ตามกำหนดอัตราที่ประกาศไว้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2574 ลูกจ้างและนายจ้างจะจ่ายฝ่ายละ 0.50% ของค่าจ้าง หากค่าจ้างเท่าเดิม ยอดของแต่ละฝ่ายจะเป็นสองเท่าของช่วงอัตรา 0.25% สูตรคำนวณคือ ค่าจ้าง × 0.005 หรือ ค่าจ้าง ÷ 200
| ค่าจ้างต่อเดือน (บาท) | ลูกจ้างถูกหัก 0.50% (บาท) | นายจ้างสมทบ 0.50% (บาท) | รวมเข้ากองทุนต่อเดือน (บาท) |
|---|---|---|---|
| 15,000 | 75 | 75 | 150 |
| 20,000 | 100 | 100 | 200 |
| 25,000 | 125 | 125 | 250 |
| 30,000 | 150 | 150 | 300 |
| 35,000 | 175 | 175 | 350 |
| 50,000 | 250 | 250 | 500 |
| 100,000 | 500 | 500 | 1,000 |
เงินที่ถูกหักไปได้อะไรกลับมา ลาออกเองมีสิทธิไหม?
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีฐานกฎหมายจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อช่วยสร้างหลักประกันแก่ลูกจ้างเมื่อออกจากงานหรือเสียชีวิต สำหรับระบบเงินสะสมและเงินสมทบ เมื่อสิ้นสุดการจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิรับเงินสะสมของตน เงินสมทบของนายจ้าง และดอกผลตามหลักเกณฑ์ โดยการออกจากงานครอบคลุมทั้งลาออก ถูกเลิกจ้าง เกษียณ และสิ้นสุดสัญญาจ้าง
กรณีลูกจ้างเสียชีวิต การจ่ายเงินจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้มีสิทธิรับเงิน ไม่ใช่การโอนให้บุคคลใดก็ได้โดยอัตโนมัติ ส่วนการขอรับเงินเมื่อออกจากงานควรตรวจสอบขั้นตอนและเอกสารกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และไม่ควรเข้าใจว่าเป็นบัญชีที่ถอนใช้ได้ตามต้องการระหว่างยังทำงาน
ก่อนเงินเดือนถูกหัก เช็ก 4 เรื่องนี้กับ HR
- เราเข้าข่ายหรือได้รับยกเว้น: ตรวจสถานะสมาชิก PVD และเงื่อนไขของกิจการให้ชัดเจน
- ฐานค่าจ้างเท่าไร: ขอรายละเอียดว่ามีรายรับรายการใดรวมอยู่ในการคำนวณบ้าง
- ยอดหักตรงกับอัตราหรือไม่: แยกเงินสะสมของลูกจ้างออกจากเงินสมทบของนายจ้าง
- ตรวจสอบการนำส่งและใช้สิทธิอย่างไร: เก็บสลิปเงินเดือนและสอบถามช่องทางตรวจสอบ รวมถึงขั้นตอนเมื่อออกจากงาน
สรุป เงินเดือนทุก 1,000 บาท ช่วงแรกถูกหัก 2.50 บาท
สำหรับลูกจ้างที่เข้าข่าย อัตราช่วงแรก 0.25% คิดง่าย ๆ ด้วยการนำค่าจ้างหาร 400 เช่น เงินเดือน 15,000 บาท จ่าย 37.50 บาท เงินเดือน 20,000 บาท จ่าย 50 บาท และเงินเดือน 30,000 บาท จ่าย 75 บาท โดยนายจ้างสมทบเพิ่มให้อีกเท่ากัน
สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มจัดเก็บจึงไม่ใช่แค่ดูว่าถูกหักกี่บาท แต่ต้องเช็กด้วยว่าตนเองอยู่ในกลุ่มที่ต้องเป็นสมาชิกหรือไม่ และบริษัทใช้ค่าจ้างจำนวนใดเป็นฐาน เมื่อเข้าใจครบทั้งเงื่อนไข อัตรา และสิทธิที่จะได้รับ ก็จะอ่านรายการหักบนสลิปเงินเดือนได้ชัดเจนขึ้น และวางแผนเงินใช้จ่ายได้ตรงกับความเป็นจริง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
