เงินเดือนเท่านี้ ถูกหักกี่บาท? เปิดตารางจ่าย "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" ใครเข้าข่ายเช็กเลย!

เงินเดือนเท่านี้ ถูกหักกี่บาท? เปิดตารางจ่าย "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" ใครเข้าข่ายเช็กเลย!

เงินเดือนเท่านี้ ถูกหักกี่บาท? เปิดตารางจ่าย "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" ใครเข้าข่ายเช็กเลย!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กเงินเดือนตัวเอง! กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหัก 0.25% และ 0.50% คิดเป็นกี่บาท? 

เงินเดือนเท่าเดิม แต่จะมีรายการหักเพิ่มหรือไม่? เป็นคำถามที่คนทำงานเริ่มให้ความสนใจ หลังมีการกำหนดให้เริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยช่วงแรก ลูกจ้างที่เข้าข่ายจะจ่ายเงินสะสมในอัตรา 0.25% ของค่าจ้าง และนายจ้างจ่ายเงินสมทบเพิ่มให้อีกเท่ากัน

ตัวเลข 0.25% อาจดูคำนวณยาก แต่จำง่าย ๆ ว่า ค่าจ้างทุก 1,000 บาท ลูกจ้างจ่าย 2.50 บาท เช่น เงินเดือน 15,000 บาท ถูกหัก 37.50 บาท ส่วนเงินเดือน 20,000 บาท ถูกหัก 50 บาท อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ลูกจ้างทุกคนที่จะต้องถูกหัก จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขการเป็นสมาชิกก่อนดูตารางของตัวเอง

ข้อมูลตรวจสอบ ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 ตารางต่อไปนี้เป็นตัวอย่างคำนวณ โดยสมมติว่าเงินเดือนที่ระบุเป็นค่าจ้างที่ใช้คำนวณทั้งจำนวน และได้รับค่าจ้างเต็มเดือน

ก่อนดูยอดหัก ใครต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างบ้าง?

หลักเกณฑ์สำคัญคือ ลูกจ้างในกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และอยู่ในขอบเขตการบังคับใช้ของกฎหมาย โดยไม่ได้รับยกเว้นจากการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือการจัดการสงเคราะห์ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ส่วนกิจการที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 10 คนไม่อยู่ในกลุ่มบังคับตามเกณฑ์นี้ และกิจการบางประเภทมีข้อยกเว้นเฉพาะ

จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ บริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่ได้แปลว่าพนักงานทุกคนได้รับยกเว้น หากบริษัทมี PVD แต่ลูกจ้างยังไม่ได้เป็นสมาชิก นายจ้างต้องตรวจสอบการนำลูกจ้างคนนั้นเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามเงื่อนไข ส่วนการจ่ายประกันสังคมอยู่แล้วไม่ได้เป็นเหตุให้ได้รับยกเว้น เพราะเป็นคนละระบบกัน

เริ่มหักเมื่อไร? เปิดอัตรา 0.25% และ 0.50% ให้เห็นชัด

ข้อมูลกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์รัฐบาลไทยระบุว่า การจัดเก็บแบ่งเป็นสองช่วง ดังตารางต่อไปนี้ โดยต้องแยก เงินสะสมของลูกจ้าง ออกจาก เงินสมทบของนายจ้าง เพราะยอดรวมเข้ากองทุนไม่ใช่จำนวนเงินที่หักจากเงินเดือนทั้งหมด

ช่วงเวลาจัดเก็บ ลูกจ้างจ่าย นายจ้างสมทบ รวมเข้ากองทุน
1 ตุลาคม 2569–30 กันยายน 2574 0.25% ของค่าจ้าง 0.25% ของค่าจ้าง 0.50% ของค่าจ้าง
ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป 0.50% ของค่าจ้าง 0.50% ของค่าจ้าง 1.00% ของค่าจ้าง

ตัวอย่างเช่น ในช่วงอัตรา 0.25% หากค่าจ้าง 20,000 บาท ลูกจ้างถูกหัก 50 บาท และนายจ้างออกเพิ่มอีก 50 บาท รวมเข้ากองทุน 100 บาท ไม่ใช่การหักจากลูกจ้าง 100 บาท เพราะเงินสมทบของนายจ้างเป็นส่วนที่นายจ้างต้องรับผิดชอบเอง

ตารางหักเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เงินเดือน 10,000–100,000 บาท จ่ายเท่าไร?

ตารางนี้ใช้อัตรา ฝ่ายละ 0.25% สำหรับช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2574 โดยรวมฐานเงินเดือนตามภาพตัวอย่าง พร้อมเพิ่มระดับเงินเดือนอื่นเพื่อให้ค้นหายอดของตัวเองได้ง่ายขึ้น หากเงินเดือนไม่ตรงกับตาราง สามารถใช้สูตรในหัวข้อถัดไปคำนวณได้ทันที

ค่าจ้างต่อเดือน (บาท) ลูกจ้างถูกหัก 0.25% (บาท) นายจ้างสมทบ 0.25% (บาท) รวมเข้ากองทุนต่อเดือน (บาท)
10,000 25.00 25.00 50.00
12,000 30.00 30.00 60.00
15,000 37.50 37.50 75.00
17,000 42.50 42.50 85.00
19,000 47.50 47.50 95.00
20,000 50.00 50.00 100.00
21,000 52.50 52.50 105.00
23,000 57.50 57.50 115.00
25,000 62.50 62.50 125.00
27,000 67.50 67.50 135.00
29,000 72.50 72.50 145.00
30,000 75.00 75.00 150.00
31,000 77.50 77.50 155.00
33,000 82.50 82.50 165.00
35,000 87.50 87.50 175.00
40,000 100.00 100.00 200.00
45,000 112.50 112.50 225.00
50,000 125.00 125.00 250.00
60,000 150.00 150.00 300.00
80,000 200.00 200.00 400.00
100,000 250.00 250.00 500.00

ตัวเลขนี้แสดงเฉพาะเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ไม่รวมประกันสังคม ภาษี หรือรายการหักอื่น และไม่ใช่ยอดเงินเดือนสุทธิที่จะได้รับ

เงินเดือนไม่ตรงตาราง คำนวณ 0.25% เองอย่างไร?

วิธีคิดคือ ค่าจ้าง × 0.25 ÷ 100 หรือใช้สูตรย่อ ค่าจ้าง × 0.0025 ก็ได้ อีกวิธีที่จำง่ายคือ นำค่าจ้างหารด้วย 400 ซึ่งจะได้ผลลัพธ์เดียวกัน

  • ค่าจ้าง 18,000 บาท: 18,000 ÷ 400 = ถูกหัก 45 บาท
  • ค่าจ้าง 22,500 บาท: 22,500 ÷ 400 = ถูกหัก 56.25 บาท
  • ค่าจ้าง 28,000 บาท: 28,000 ÷ 400 = ถูกหัก 70 บาท
  • ค่าจ้าง 42,000 บาท: 42,000 ÷ 400 = ถูกหัก 105 บาท

ข้อควรระวังคือ 0.25% ไม่ใช่ 25% จึงไม่ใช่การนำเงินเดือนคูณ 0.25 โดยตรง หากใช้เครื่องคิดเลขทั่วไปให้คูณ 0.0025 เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน ส่วนยอดที่มีเศษสตางค์เกินสองตำแหน่งควรตรวจสอบวิธีจัดการเศษตามหลักเกณฑ์และระบบนำส่งกับฝ่ายบุคคล

หักจากเงินเดือนก่อนหรือหลังประกันสังคม?

ฐานคำนวณคือ “ค่าจ้าง” ตามกฎหมาย ไม่ใช่ยอดเงินสุทธิหลังหักประกันสังคม ภาษี หรือหนี้สินของลูกจ้าง ดังนั้น หากค่าจ้างที่ใช้คำนวณอยู่ที่ 20,000 บาท ก็ใช้อัตรา 0.25% คูณกับ 20,000 บาท ไม่ใช่นำยอดหลังหักรายการอื่นมาคิด

อย่างไรก็ตาม ค่าจ้างที่ใช้คำนวณอาจไม่ตรงกับช่อง “เงินเดือนพื้นฐาน” หรือ “รายรับรวม” บนสลิปทุกกรณี เพราะต้องพิจารณาลักษณะเงินแต่ละรายการตามกฎหมาย หากมีค่าตอบแทนอื่น เช่น ค่าคอมมิชชันหรือเงินจ่ายประจำ ควรให้ HR อธิบายว่ารายการใดนำมารวมเป็นฐาน ไม่ควรสรุปเองว่าเงินทุกประเภทต้องรวมหรือไม่รวมทั้งหมด

สำหรับเดือนที่เริ่มงานกลางเดือน มีการเปลี่ยนค่าจ้าง หรือได้รับค่าจ้างไม่เต็มเดือน ยอดจริงอาจไม่ตรงกับตารางตัวอย่างข้างต้น ควรตรวจสอบค่าจ้างที่ใช้คำนวณในงวดนั้นกับฝ่ายบุคคลก่อน เพื่อให้เข้าใจที่มาของยอดหักได้ถูกต้อง

ถูกหักทุกเดือน ครบหนึ่งปีมีเงินเข้ากองทุนเท่าไร?

เมื่อคำนวณเป็นรายปี จะเห็นทั้งส่วนที่ลูกจ้างจ่ายและส่วนที่นายจ้างเพิ่มให้ชัดขึ้น ตัวอย่างต่อไปนี้สมมติว่าใช้อัตรา 0.25% ตลอด 12 เดือน ค่าจ้างไม่เปลี่ยน และมีการนำส่งครบทุกเดือน โดยยังไม่รวมดอกผล

ค่าจ้างต่อเดือน (บาท) ลูกจ้างจ่ายรวม 12 เดือน (บาท) นายจ้างสมทบรวม 12 เดือน (บาท) รวมเข้ากองทุน 12 เดือน (บาท)
15,000 450 450 900
20,000 600 600 1,200
25,000 750 750 1,500
30,000 900 900 1,800
50,000 1,500 1,500 3,000

คำว่า 12 เดือนในตารางไม่ใช่ยอดของปี 2569 ทั้งปี เพราะเริ่มจัดเก็บวันที่ 1 ตุลาคม 2569 หากคิดเฉพาะค่าจ้างเดือนตุลาคมถึงธันวาคม จะมีสามเดือน ตัวอย่างค่าจ้าง 20,000 บาท จ่ายฝ่ายละ 150 บาท รวม 300 บาท ภายใต้สมมติฐานว่าเข้าเงื่อนไขและนำส่งครบทั้งสามเดือน

ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 หักเพิ่มเป็น 0.50% ต้องจ่ายเท่าไร?

ตามกำหนดอัตราที่ประกาศไว้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2574 ลูกจ้างและนายจ้างจะจ่ายฝ่ายละ 0.50% ของค่าจ้าง หากค่าจ้างเท่าเดิม ยอดของแต่ละฝ่ายจะเป็นสองเท่าของช่วงอัตรา 0.25% สูตรคำนวณคือ ค่าจ้าง × 0.005 หรือ ค่าจ้าง ÷ 200

ค่าจ้างต่อเดือน (บาท) ลูกจ้างถูกหัก 0.50% (บาท) นายจ้างสมทบ 0.50% (บาท) รวมเข้ากองทุนต่อเดือน (บาท)
15,000 75 75 150
20,000 100 100 200
25,000 125 125 250
30,000 150 150 300
35,000 175 175 350
50,000 250 250 500
100,000 500 500 1,000

เงินที่ถูกหักไปได้อะไรกลับมา ลาออกเองมีสิทธิไหม?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีฐานกฎหมายจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อช่วยสร้างหลักประกันแก่ลูกจ้างเมื่อออกจากงานหรือเสียชีวิต สำหรับระบบเงินสะสมและเงินสมทบ เมื่อสิ้นสุดการจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิรับเงินสะสมของตน เงินสมทบของนายจ้าง และดอกผลตามหลักเกณฑ์ โดยการออกจากงานครอบคลุมทั้งลาออก ถูกเลิกจ้าง เกษียณ และสิ้นสุดสัญญาจ้าง

กรณีลูกจ้างเสียชีวิต การจ่ายเงินจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้มีสิทธิรับเงิน ไม่ใช่การโอนให้บุคคลใดก็ได้โดยอัตโนมัติ ส่วนการขอรับเงินเมื่อออกจากงานควรตรวจสอบขั้นตอนและเอกสารกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และไม่ควรเข้าใจว่าเป็นบัญชีที่ถอนใช้ได้ตามต้องการระหว่างยังทำงาน

ก่อนเงินเดือนถูกหัก เช็ก 4 เรื่องนี้กับ HR

  • เราเข้าข่ายหรือได้รับยกเว้น: ตรวจสถานะสมาชิก PVD และเงื่อนไขของกิจการให้ชัดเจน
  • ฐานค่าจ้างเท่าไร: ขอรายละเอียดว่ามีรายรับรายการใดรวมอยู่ในการคำนวณบ้าง
  • ยอดหักตรงกับอัตราหรือไม่: แยกเงินสะสมของลูกจ้างออกจากเงินสมทบของนายจ้าง
  • ตรวจสอบการนำส่งและใช้สิทธิอย่างไร: เก็บสลิปเงินเดือนและสอบถามช่องทางตรวจสอบ รวมถึงขั้นตอนเมื่อออกจากงาน

สรุป เงินเดือนทุก 1,000 บาท ช่วงแรกถูกหัก 2.50 บาท

สำหรับลูกจ้างที่เข้าข่าย อัตราช่วงแรก 0.25% คิดง่าย ๆ ด้วยการนำค่าจ้างหาร 400 เช่น เงินเดือน 15,000 บาท จ่าย 37.50 บาท เงินเดือน 20,000 บาท จ่าย 50 บาท และเงินเดือน 30,000 บาท จ่าย 75 บาท โดยนายจ้างสมทบเพิ่มให้อีกเท่ากัน

สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มจัดเก็บจึงไม่ใช่แค่ดูว่าถูกหักกี่บาท แต่ต้องเช็กด้วยว่าตนเองอยู่ในกลุ่มที่ต้องเป็นสมาชิกหรือไม่ และบริษัทใช้ค่าจ้างจำนวนใดเป็นฐาน เมื่อเข้าใจครบทั้งเงื่อนไข อัตรา และสิทธิที่จะได้รับ ก็จะอ่านรายการหักบนสลิปเงินเดือนได้ชัดเจนขึ้น และวางแผนเงินใช้จ่ายได้ตรงกับความเป็นจริง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล