สภากายภาพฯ ชู 4 มาตรการอุ้มระบบสุขภาพ ชี้เข้าไม่ถึงบริการทำไทยสูญเสียโอกาสเศรษฐกิจ

สภากายภาพฯ ชู 4 มาตรการอุ้มระบบสุขภาพ ชี้เข้าไม่ถึงบริการทำไทยสูญเสียโอกาสเศรษฐกิจ

สภากายภาพฯ ชู 4 มาตรการอุ้มระบบสุขภาพ ชี้เข้าไม่ถึงบริการทำไทยสูญเสียโอกาสเศรษฐกิจ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สภากายภาพบำบัดเตือน! ผู้ป่วยสโตรก 70% ขาดการฟื้นฟู ชง 4 มาตรการอุ้มระบบสุขภาพ รับสังคมสูงวัย

สภากายภาพบำบัด ร่วมกับ สมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย จัดเสวนา “ไทยพร้อมหรือยัง? สู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ด้วยกายภาพบำบัด” ในงาน Bio+Healthtech International 2026 ณ ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา เผยวิกฤตระบบสาธารณสุขไทยที่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคร้ายแรงยังเข้าไม่ถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเหมาะสม

ศ.กภ.ดร.ประวิตร เจนวรรธนะกุล นายกสภากายภาพบำบัด เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เพียงร้อยละ 30 ที่ได้รับบริการกายภาพบำบัดตามแนวทางที่กำหนด เช่นเดียวกับ ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจากการหกล้ม ประมาณร้อยละ 30 ได้รับการฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด สะท้อนช่องว่างการเข้าถึงบริการที่อาจลดโอกาสฟื้นตัวและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะติดบ้าน-ติดเตียง พร้อมเสนอ 4 แนวทางสำคัญ ทั้งการเพิ่มกำลังจำนวนนักกายภาพบำบัดและมาตรการรักษาบุคลากรให้อยู่ในระบบ การขยายบริการสู่ชุมชนผ่านระบบสุขภาพปฐมภูมิ และการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เพื่อรองรับสังคมสูงวัยของไทยอย่างมีคุณภาพ

pt_dtage_0

สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ ควรเป็นสังคมที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังคงกระฉับกระเฉง สามารถดูแลตนเอง ทำกิจวัตรประจำวัน เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม ออกกำลังกาย หรือทำงานได้อย่างอิสระ ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นให้คอยดูแล และมีผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง น้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม แม้ความก้าวหน้าทางการแพทย์จะช่วยให้คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 77.4 ปี แต่อายุขัยของการมีสุขภาพดียังอยู่ที่ประมาณ 68 ปี ทำให้คนไทยอาจต้องใช้ชีวิตช่วงเกือบ 10 ปีสุดท้าย ร่วมกับโรคเรื้อรังหรือข้อจำกัดทางสุขภาพ ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและครอบครัว ยังเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงคือ จำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2568 มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐ 162,049 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งมีจำนวนเกือบ 150,000 ราย การป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะเรื้อรัง ไม่ได้หายในทันที นั่นหมายความว่า เพียง 2 ปีที่ผ่านมา เรามีคนเป็นโรคหลอดเลือดสมองประมาณสามแสนคน ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสกลับมาเคลื่อนไหว ทำกิจวัตรประจำวัน และใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

pt_nhso_0

แนวทางการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ฉบับปี พ.ศ. 2567 ของสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้ผู้ป่วยควรได้รับกายภาพบำบัดประมาณ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมไม่น้อยกว่า 30 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 เดือน หลังพ้นระยะเฉียบพลันและมีอาการคงที่ โดยความถี่ของการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของผู้ป่วย แต่จากข้อมูลที่มีอยู่พบว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพียงร้อยละ 30 ได้รับบริการกายภาพบำบัดตามแนวทางดังกล่าว หมายความว่า ยังมีผู้ป่วยอีกร้อยละ 70 ที่อาจไม่ได้รับกายภาพบำบัดอย่างเพียงพอหรือต่อเนื่องในช่วงเวลาสำคัญของการฟื้นตัว

นอกจากนี้ ภาวะหกล้มยังเป็นปัญหาสำคัญในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยในปี 2568 มีผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจากการหกล้มเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐ 28,841 ราย ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับกายภาพบำบัดภายหลังการผ่าตัด เพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและความสามารถในการดำเนินชีวิต แต่พบว่า มีผู้ป่วยเพียงประมาณร้อยละ 30 ที่ได้รับการกายภาพบำบัด 

ส่วนข้อจำกัดและอุปสรรคสำคัญของการเข้าถึงบริการกายภาพบำบัดในโรงพยาบาลภาครัฐของผู้สูงอายุไทยที่เจ็บป่วย ทั้งโรคหลอดเลือดสมองและกระดูกสะโพกหัก คือ จำนวนบุคลากรและบริการที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องรอคิวเป็นเวลานาน ทั้งที่ช่วงเวลาหลังพ้นภาวะเฉียบพลันถือเป็นช่วงสำคัญของการฟื้นฟู หากผู้ป่วยเข้าถึงกายภาพบำบัดล่าช้าหรือได้รับบริการไม่ต่อเนื่อง โอกาสฟื้นตัวอาจลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะติดบ้าน ติดเตียงในระยะยาว

นายกสภากายภาพบำบัด กล่าวต่อว่า วิชาชีพกายภาพบำบัดยังมีบทบาทในการช่วยส่งเสริมสุขภาพและป้องกันความเสื่อมของร่างกายในผู้สูงอายุด้วย ผ่านการตรวจประเมินและวินิจฉัยทางกายภาพบำบัด เพื่อกำหนดวิธีการออกกำลังกายและให้คำแนะนำในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

pt_bma_0

สภากายภาพบำบัดจึงรณรงค์ให้นักกายภาพบำบัดทั่วประเทศร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด “สูงวัยสุขภาพดี เดินดี ไม่ลืม ไม่ล้ม อารมณ์แจ่มใส” เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุเดินไปได้ทุกที่อย่างมั่นคง ความจำยังดี ไม่เสี่ยงต่อการหกล้ม และมีสุขภาวะทางอารมณ์ที่ดี ร่าเริง ไม่ซึมเศร้า ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาวได้

สภากายภาพบำบัด เสนอ 4 มาตรการสำคัญขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ ได้แก่

  1. เร่งผลิตนักกายภาพบำบัดตามแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกำลังคนและภารกิจบริการสาธารณสุขในภาพรวมทั้งระบบระยะ 10 ปี ของกระทรวงสาธารณสุข
  2. เพิ่มกรอบอัตรานักกายภาพบำบัดในสถานพยาบาลของรัฐ พร้อมมาตรการรักษาบุคลากรให้อยู่ในระบบ
  3. ขยายบริการกายภาพบำบัดสู่ชุมชนผ่านระบบสุขภาพปฐมภูมิ เพื่อให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าถึงบริการใกล้บ้าน
  4. เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับผู้สูงอายุในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครอบคลุมการป้องกันภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย และการคัดกรองความเสี่ยงต่อการหกล้ม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล