ถอดแนวคิด รพ.วันเวลา การดูแลแบบประคับประคองที่มอบ “คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด” ในวันเปราะบาง

ถอดแนวคิด โรงพยาบาลวันเวลา กับการดูแลแบบประคับประคอง ที่มอบ “คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด” ทั้งการดูแลกาย-ใจผู้ป่วย และ Caregiver
ไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยสถิติตัวเลขผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปไปกว่า 14.8 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 22.5 ของประชากรทั้งประเทศ อีกทั้งจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อ อย่างมะเร็ง, เบาหวาน, ความดัน, หัวใจ และไขมันก็ยังมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อระบบสาธารณสุขของไทยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง ผู้ดูแล (Caregiver) ที่อยู่ในภาวะ Burnout ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ เวลา และค่าใช้จ่ายโดยไม่รู้ตัว
โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล ถือเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ที่ให้ความสำคัญมากกว่า "การรักษา" คือการฟื้นฟูด้านจิตใจ ช่วยให้ผู้ป่วย และครอบครัวสามารถใช้ทุกช่วงเวลาที่เหลืออยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอัครพล เอื้ออารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล เล่าถึงสาเหตุการจัดตั้งโรงพยาบาลวันเวลา เพราะต้องการฟื้นฟูจิตใจของผู้ป่วยให้กลับมา Full Feel มากขึ้น โดยจะให้บริการที่โรงพยาบาลทั่วไปให้ไม่ได้ โดยให้ความสำคัญยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้ป่วยเป็นหลัก โดยจะให้บริการภายใต้ความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาล, ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดพร้อมยืนยันว่า การที่ญาติส่งผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาแบบประคับประคอง ไม่ใช่การผลักภาระ หรือทอดทิ้ง แต่เป็นการกตัญญูเพื่อส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในช่วงเวลาที่เปราะบาง
"เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มช่องว่างของระบบสุขภาพไทย โดยยกระดับมาตรฐานการดูแลแบบประคับประคองให้เป็นมากกว่าการรักษาทางการแพทย์ แต่เป็นการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ เพราะเราเชื่อว่า ในทุกวันเวลามีคุณค่า และจิตสุดท้าย...คือจิตแรกของภพภูมิหน้า" นายอัครพล กล่าว

โรงพยาบาลวันเวลา ถูกออกแบบมาให้เหมือนอยู่บ้านมีการใช้วัสดุแนว Earth Tone ช่วยสร้างบรรกาศที่ดีให้กับผู้เข้ารับการรักษาเหมือนอยู่บ้านมากกว่าโรงพยาบาล โดยสามารถรองรับผู้ป่วยได้มากถึง 30 ห้อง 30 เตียง มีบุคลากรทางการแพทย์ 6 คน พยาบาล 10 คน คอยให้บริการทั้งแบบ Full Time และ Part Time

นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังมีบริการเฉพาะทางสำหรับผู้สนใจดูแลสุขภาพด้วย เช่น Hyperbaric Oxygen Therapy เหมาะสำหรับผู่ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูหลังผ่าตัด หรือรับบริการ IV Vitamin Drip ที่ช่วยเรื่องผิวพรรณ, การนอนหลับ หรือบำรุงสมอง เป็นต้น

ศ.พญ.ยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา Senior Palliative Care Specialist ระบุว่า ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลมากกว่าช่วงอื่นๆ ต้องการการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) มากกว่า 200,000 รายต่อปี ฉะนั้น Caregiver ต้องหมั่นเช็กผู้สูงอายุในบ้านว่าสุขภาพรวมถึงตนเองว่าเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้วางแผนร่วมกับโรงพยาบาล รวมถึงเข้ารับการรักษา ดูแลสุขภาพกาย-ใจ ได้อย่างตรงจุด และวางแผนเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนจากไปอย่างสงบ

"เป้าหมายของการดูแลแบบประคับประคองของเราจะครอบคลุม 4 มิติ คือ ร่างกาย ผู้ป่วยต้องไม่ทรมาน หรือเจ็บป่วย, จิตใจ ช่วยคลายปมในใจให้มีโอกาสได้พูดคุยกันกับญาติก่อนจากลา, สังคม เปิดโอกาสให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ไม่จำกัดเวลาเข้าเยี่ยม สร้างบรรยากาศให้เหมือนอยู่บ้าน และจิตวิญญาณ รองรับในทุกๆ ศาสนา" ศ.พญ.ยุวเรศมคฐ์ กล่าว

น.ส.สิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต "เคทีซี" กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพไม่ใช่แค่การรักษา แต่ยังรวมไปถึงการดูแลสุขภาพจิตใจ-อารมณ์ด้วย อีกทั้งการวางแผนสุขภาพระยะยาวก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนได้จากยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดโรงพยาบาลปี 68 ที่เติบโต 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มสมาชิกอายุ 50 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนการใช้จ่ายในหมวดโรงพยาบาลเกือบ 60% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด สะท้อนว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ และการเตรียมความพร้อมสำหรับคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากขึ้น
"เราต้องการมอบสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกบัตรได้รับการดูแลในทุกๆ ช่วงชีวิต รวมถึงสร้าง Wellness Ecosystem ที่แท้จริง" น.ส.สิรีรัตน์ กล่าว
การสร้าง Wellness Ecosystem ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ไม่เพียงแต่จะช่วยชุบชูสุขภาพกาย และจิตใจของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนทางการเงิน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ดูแล เพื่อให้ครอบครัวสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตในอนาคต

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี