3 ทางรอดหนี้ บัตรเครดิต! จากช่วยเพื่อน สู่หนี้บัตร 11 ใบ ที่ทำให้ชีวิตพังทลาย

3 ทางรอดหนี้ บัตรเครดิต! จากช่วยเพื่อน สู่หนี้บัตร 11 ใบ ที่ทำให้ชีวิตพังทลาย

3 ทางรอดหนี้ บัตรเครดิต! จากช่วยเพื่อน สู่หนี้บัตร 11 ใบ ที่ทำให้ชีวิตพังทลาย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
  • เปิดบัตรเครดิต ช่วยเพื่อนได้ยอด จุดเริ่มต้นหนี้ก้อนใหญ่
  • ความสุขตอนรูดบัตรวันนี้ คือกับดักภาระหนี้ในวันข้างหน้า
  • ทางออกจัดการหนี้ “รู้รายรับรายจ่าย – จัดการหนี้เป็นระบบ – เจรจาหาทางออกกับเจ้าหนี้”

ตลอดการลงพื้นที่จัดอบรมและให้คำปรึกษาเรื่องการเงินมากกว่า 10 ปี ผมเจอคนจำนวนมากที่เป็นหนี้ และสิ่งที่น่าสนใจคือ หลายคนไม่ได้เริ่มจากความขัดสนครับ

เคสนี้ก็เหมือนกัน เธอเป็นผู้หญิงเพิ่งเริ่มทำงาน เช่าบ้านอยู่ ใช้ชีวิตปกติแบบชนชั้นกลางทั่วไป แต่วันหนึ่งชีวิตเปลี่ยนไป เพียงเพราะ อยากช่วยเพื่อน

หลังจากที่เพื่อนเธอซึ่งเป็นเซลล์ขายบัตรเครดิต ร้องขอให้ช่วยเพิ่มยอดเปิดบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ตอนนั้นเธอตั้งใจจะช่วยเพื่อน และด้วยความที่ไม่มีความรู้เรื่องดอกเบี้ย บวกกับเพื่อนแนะนำว่า “นี่คือบัตรความสุข รูดไปก่อน จ่ายทีหลัง จ่ายขั้นต่ำได้” ทำให้ภายในวันเดียว เธอเปิดบัตรไปทั้งหมด 11 ใบ!

จ่ายขั้นต่ำ กับดักที่ทำให้หนี้บานปลาย

ตอนแรกเธอไม่ได้คิดจะใช้เงินมากมาย แต่เมื่อรู้ว่าสามารถรูดบัตรซื้อของเพื่อนำมาใช้ก่อนแล้วจ่ายทีหลัง หรือแม้กระทั่งกดเงินมาใช้ก่อน และจ่ายขั้นต่ำได้ ก็เหมือนประตูกิเลสถูกเปิดออก พฤติกรรมเริ่มเปลี่ยน ขาดความยับยั้งชั่งใจ

  • กินดีขึ้น เที่ยวบ่อยขึ้น ซื้อของง่ายขึ้น
  • ใช้เงินดูแลคนรอบตัว ทั้งสปอยล์ลูก ซื้อของให้ญาติ
  • ใช้เงินล่วงหน้า โดยไม่คิดถึงดอกเบี้ย
  • เริ่มหมุนเงินไปเรื่อย ๆ

สิ่งที่ไม่ทันตั้งตัวคือ เงินที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยค่อย ๆ ทับถมขึ้นทุกวัน กระทั่งถึงจุดที่เริ่มจ่ายไม่ไหว แม้จะเป็นแค่ยอดจ่ายขั้นต่ำก็ตาม โดยยอดหนี้ของบัตรทั้ง 11 ใบรวมเป็นเงินมากถึง 4 แสนกว่าบาท ซึ่งมียอดที่ต้องจ่ายต่อเดือน 5 หมื่นกว่าบาท และเมื่อเงินไม่พอ เธอก็เริ่มกู้หนี้นอกระบบมาโปะขั้นต่ำและใช้จ่ายต่อ

 

เมื่อยังไม่เริ่มแก้ปัญหา หนี้ก็ยิ่งโตเร็วขึ้น

ครั้งแรกที่เธอเข้ามาคุยกับผมเพื่อขอคำแนะนำ ผมพยายามขอให้เธอทำรายรับ-รายจ่ายแบบละเอียด เพื่อให้เห็นภาพการใช้เงินของตัวเองชัดขึ้น ก่อนเริ่มวางแผนจัดการหนี้อย่างจริงจัง แต่ตอนนั้นเธอมองว่ายุ่งยาก เลยขอกลับไปจัดการเอง

สามเดือนผ่านไป… เธอกลับมาหาผมใหม่ พร้อมหนี้ที่พอกพูนขึ้น

จากเดิมหนี้ในระบบที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด 4 แสนกว่าบาท ตอนนี้ยอดหนี้เพิ่มขึ้นเป็น 6 แสนกว่า นอกจากนี้ยังมีหนี้นอกระบบอีก รวมแล้วเกือบทะลุ 1 ล้าน!

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือ หนี้นั้นไม่ได้ก่อให้ประโยชน์เลยทั้งหมด แต่เกิดจากกิน เที่ยว และซื้อของฟุ่มเฟือยล้วน ๆ

หลายคนอาจลืมไปว่า ความสุขตอนรูดบัตรแล้วไม่ต้องจ่ายวันนี้ อาจกลายเป็นภาระหนี้ก้อนใหญ่ในวันข้างหน้า

นี่คือสิ่งที่ผมเจอบ่อยมากครับ ไม่ใช่แค่คนรายได้น้อยที่เผชิญปัญหาหนี้ แต่คนชนชั้นกลางที่มีรายได้ประจำ ซึ่งดูเหมือนบริหารจัดการง่าย ก็พลาดได้เหมือนกัน ถ้าไม่วางแผนใช้เงินอย่างเหมาะสม

3 วิธีจัดการหนี้บัตรเครดิต (เริ่มวันนี้ยังทัน)

จากเรื่องราวที่ผมเจอ ผมอยากแนะนำ 3 วิธีจัดการหนี้ แต่สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนเริ่มทุกขั้นตอนคือ หยุดสร้างหนี้เพิ่มครับ

  1. ก่อนนับหนี้ให้นับเงินในมือก่อน : รู้ให้ชัดว่าเรามีรายรับ-รายจ่ายเท่าไร จ่ายหนี้ไหวเดือนละเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายไหนไม่จำเป็นให้ตัดหรือปรับลดลง พร้อมมองหารายได้เพิ่ม
  2. รู้หนี้ทุกตัว จัดการหนี้เป็นระบบ : มองภาพรวมให้ชัด ว่าเรามีหนี้อะไรบ้าง จ่ายเดือนละเท่าไร ยอดหนี้คงเหลือเท่าไร และดอกเบี้ยร้อยละเท่าไรต่อปี ถ้ามีกำลัง ให้โปะหนี้ดอกสูงก่อน แต่ถ้าไม่ไหว การเริ่มปิดหนี้ก้อนเล็กเพื่อสร้างกำลังใจก็ไม่ผิดครับ
  3. เจรจาหาทางออกกับเจ้าหนี้ : รีบคุยกับเจ้าหนี้เพื่อขอปรับยอดจ่ายใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ในระบบหรือนอกระบบก็คุยได้ เพื่อช่วยไม่ให้ปัญหาบานปลาย และต้องหยุดกู้หนี้นอกระบบเด็ดขาด เพราะนั่นคือสัญญาณว่าเราควบคุมเงินไม่ได้แล้ว

สำหรับเคสนี้ หลังจากเธอนำ 3 วิธีนี้ไปปรับใช้ ก็ทำให้สถานการณ์การเงินดีขึ้นเรื่อย ๆ

หลายคนคิดว่า ต้องหาเงินเพิ่มถึงจะแก้หนี้ได้ แต่จากที่ผมเจอมา การจัดการเงินที่มีอยู่ สำคัญไม่แพ้กัน

และสิ่งสำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะต่อให้วันนี้หนี้หมด แต่ถ้านิสัยการใช้เงินยังเหมือนเดิม วันหนึ่งปัญหาเดิมก็อาจกลับมาอีก

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นแรงกระเพื่อมเล็ก ๆ ให้ใครบางคนเริ่มต้นใหม่ ในแบบที่เหมาะกับชีวิตของตัวเอง หากวันนี้คุณเริ่มมองเห็นหนี้ของตัวเองชัดขึ้น นั่นคือก้าวแรกที่สำคัญมากแล้ว และค่อย ๆ แก้ไขทีละจุด อย่างน้อยชีวิตก็เริ่มเดินไปข้างหน้าอีกครั้งครับ


เกี่ยวกับผู้เขียน“อ้ายหมอหนี้” หรือ “มิ่งขวัญ ประเสริฐศิวพร” หนึ่งในพนักงานบริษัทสินเชื่อ “เงินติดล้อ” มีภารกิจหลักคือตระเวนไปตามชุมชนทั่วประเทศ เพื่อเรียนรู้ ทำความเข้าใจปัญหาการเงินและหาวิธีแก้ไขโดยการสร้างโอกาสทางความรู้ด้านการเงิน ด้วยเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยความเชื่อว่า “ความรู้ ความคิด และวินัยทางการเงิน” จะช่วยให้ผู้คนมีชีวิตดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณและคนรอบข้าง เป็นแรงบันดาลใจให้เห็นถึงความสำคัญของความรู้และวินัยทางการเงิน และพอจะเป็นเสียงสะท้อนที่ทำให้หลายคนเข้าใจ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น หากใครที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทางการเงิน สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ TikTok อ้าย-หมอ-หนี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล