DPU จัดประชุม SUN Thailand 2569 ผนึก 60 มหาวิทยาลัย ขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่อนาคต

DPU จัดประชุม SUN Thailand 2569 ผนึก 60 มหาวิทยาลัย ขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่อนาคต

DPU จัดประชุม SUN Thailand 2569 ผนึก 60 มหาวิทยาลัย ขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่อนาคต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เป็นเจ้าภาพการประชุมเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย (SUN Thailand) สัญจร ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 รวมพลังกว่า 60 สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ขับเคลื่อนบทบาทมหาวิทยาลัยสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านความยั่งยืน ตอกย้ำความร่วมมือของภาคการศึกษาสร้างการพัฒนาประเทศสู่อนาคต

การประชุมเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย  (Sustainable University Network Thailand หรือ  SUN Thailand)  สัญจร ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 18-19 มิถุนายน 2569 จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)  มีผู้บริหารและคณาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 80 ท่านเข้าร่วมประชุม แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีพิธีเปิดที่ห้องประชุมไสว สุทธิพิทักษ์ DPU เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา

914987

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี DPU กล่าวว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ DPU ได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมขับเคลื่อนบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน การรวมตัวของสถาบันอุดมศึกษาครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือในการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของโลกในอนาคต โดยทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Economy) แม้จะต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการใช้กระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Premium ซึ่งภาคการศึกษามีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกำลังคนที่มีความเข้าใจทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวิทยาศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยโจทย์สำคัญในวันนี้ไม่ใช่เพียงว่ามหาวิทยาลัยจะปรับตัวอย่างไร แต่คือ มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร

“DPU มุ่งผลักดันแนวคิดความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร ควบคู่กับการพัฒนานักศึกษาให้มี Sustainability Mindset ผ่านการเรียนการสอน งานวิจัย และกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างบัณฑิตที่สามารถนำความรู้และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ในการประชุมครั้งนี้ DPU ได้นำเสนอนิทรรศการและผลงานด้านความยั่งยืนที่สะท้อนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยในหลากหลายมิติ ทั้งการพัฒนามหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการได้รับการขึ้นทะเบียน Carbon Footprint for Organization (CFO) ครอบคลุมทั้งมหาวิทยาลัย รวมถึงการจัดแสดงโครงงานและงานวิจัยของนักศึกษาที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมาย ผ่านหลักสูตร DPU CORE ตลอดจนโครงการ ‘ปรุงสุข’ นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพที่เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างแพทย์ นักโภชนาการ และเชฟ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนความยั่งยืนร่วมกัน” ดร.ดาริกา กล่าว

790208

ด้าน ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม และประธานเครือข่าย SUN Thailand กล่าวว่า เครือข่าย SUN Thailand เกิดจากความร่วมมือของสถาบันอุดมศึกษาทุกภาคส่วน ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาบัณฑิตให้เป็นผู้นำด้านความยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ชุมชน และประเทศ ปัจจุบันเครือข่ายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับการสนับสนุนจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ให้มีบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือด้านความยั่งยืนในระดับอุดมศึกษาของไทย และ SUN Thailand กำลังก้าวสู่การเป็นเครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนระดับโลก ซึ่งมีมหาวิทยาลัยชั้นนำจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ร่วมเป็นเครือข่ายเริ่มต้น นอกจากนี้ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายใต้สหประชาชาติ อาทิ UNDP หรือโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ และ ESCAP หรือ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก เพื่อยกระดับบทบาทของมหาวิทยาลัยไทยในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

“การประชุมสัญจรของ SUN Thailand ในแต่ละครั้ง จะกำหนดหัวข้อหลักที่แตกต่างกันตามความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยเจ้าภาพ เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีด้านความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยสมาชิกออกเป็น 5 คลัสเตอร์ความเชี่ยวชาญ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการขับเคลื่อนงานด้านความยั่งยืนในประเด็นต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน SUN Thailand ได้รวบรวมและจัดทำหนังสือ Best Practices ด้านความยั่งยืนจากมหาวิทยาลัยสมาชิกเกือบ 100 เรื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การลดการใช้พลังงาน การส่งเสริมสุขภาวะ การออกแบบพื้นที่และภูมิทัศน์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือกับชุมชนและสังคม และมีแผนที่จะจัดทำเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นต้นแบบการเรียนรู้และขยายผลสู่สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ” ดร.พรชัย กล่าว

290251

นายเผด็จ ลายทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืน : บทบาทมหาวิทยาลัยในยุคการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม”ว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยประเทศไทยได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่คำนึงถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ อย่างไรก็ตาม ปัญหาสิ่งแวดล้อมมีความเชื่อมโยงข้ามพรมแดนและส่งผลกระทบในระดับภูมิภาคและระดับโลก ประเทศไทยจึงไม่สามารถดำเนินการเพียงลำพังได้ เห็นได้จากปัญหาหมอกควัน หรือน้ำท่วม ดังนั้น “การปรับตัว” (Adaptation) จึงเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายและกลไกที่มีอยู่ เพื่อสร้างความร่วมมือจากทุกฝ่าย ในการรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“สถาบันอุดมศึกษามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืน ทั้งในฐานะแหล่งสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพ โดยมหาวิทยาลัยสามารถเป็นต้นแบบด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างจิตสำนึกด้านความยั่งยืนให้แก่เยาวชน ตลอดจนร่วมพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อรองรับความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและสังคมคาร์บอนต่ำ การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนไม่สามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานใดเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน SUN Thailand ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และผลักดันแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว”นายเผด็จกล่าว

a(2)_0_0

นอกจากนี้ ผู้ร่วมประชุมเครือข่าย SUN Thailand ยังได้เดินทางไปศึกษาดูงานและลงพื้นที่จริง ณ เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมีนางระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ให้การต้อนรับ ณ ศาลาดวงมณี วัดปรมัยยิกาวาส และ นายสุรจิตต์ ชื่นพันธุ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด บรรยายในหัวข้อ “เกาะเกร็ดการพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืน” โดยให้ข้อมูลว่าประชากรบนเกาะเกร็ดมี 3 เชื้อชาติหลัก ได้แก่ มอญ ไทย และอิสลาม เป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่มีมนต์เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก สร้างรายได้และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเกาะเกร็ด ในการศึกษาดูงานครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านกิจกรรมใน 3 ฐานการเรียนรู้สำคัญ ได้แก่ ฐานเครื่องปั้นดินเผา ฐานขนมหวานพื้นบ้าน และฐานนวดแผนไทย ซึ่งการเยี่ยมชมในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ให้ทั้งกับผู้เยี่ยมชมและสนับสนุนอาชีพคนในชุมชนร่วมกัน  

ทั้งนี้ในวันที่สองของการประชุม ที่ประชุมได้รับเกียรติจาก ดร.ศกยง พัฒนเวคิน จากบริษัท เวคิน (ประเทศไทย) จำกัด  ที่มาบรรยายในหัวข้อ AI in Climate Finance โดยท่านเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนแนวคิดการมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยี AI และ Data Analytics มาประเมินความยั่งยืนและข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งสามารถขยายผลถึงกลยุทธ์ธุรกิจและการลงทุนขององค์กรต่าง ๆ ได้   และหลังจากนั้นเป็นการบรรยายเรื่อง Wellness & Longevity : The Future of Human Potential โดย ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ  คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่มาให้คำแนะนำถึงการดูแลสุขภาพในแต่ละบุคคล โดยท่านได้จุดประกายมุมมองใหม่ในการเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพเข้ากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเน้นย้ำว่า "เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ" ไม่ใช่เพียงเรื่องของความงาม แต่เป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรกลุ่ม Sub-optimal Level หรือกลุ่มคนที่ร่างกายเริ่มเสื่อมถอยแต่ยังไม่ถึงขั้นเจ็บป่วย ซึ่งถือเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดในโลก ให้กลับมามีภาวะสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง พร้อมทั้งเปลี่ยนผ่านเป้าหมายจากการมีอายุที่ยืนยาวเฉยๆ (Lifespan) ไปสู่การมีช่วงอายุที่มีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้อย่างมีภาพรวมที่มีความสุข (Healthspan) อันเป็นการสร้างรากฐานความยั่งยืนที่แท้จริงให้แก่ศักยภาพของมนุษยชาติต่อไป

c(6)_0_0

ท้ายที่สุดทางที่ประชุมเครือข่าย SUN Thailand สัญจรได้เดินทางไปฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อ "PTT’s Transition Driving Thailand’s Energy towards a Sustainable Future" โดยมี ดร.ณัฐกร ไกรกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์และบริหารความยั่งยืน เป็นวิทยากรผู้บรรยาย ณ ห้องประชุม SPIRIT ชั้น 13 อาคาร 1 ปตท. สำนักงานใหญ่ โดยเนื้อหาการบรรยายได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ "TOGETHER FOR THAILAND SUSTAINABLE WORLD" ในการขับเคลื่อนองค์กรให้ "แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน" ภายใต้สภาวะความท้าทายและการเปลี่ยนผ่านสู่บริบทโลกใหม่ (The New Normal) นอกจากนี้ยังได้เล่าให้คณาจารย์รับทราบถึงกลยุทธ์ "PTT Group Strategy 2025" ที่มุ่งสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสมดุล ผ่านแนวคิดหลัก 3C ได้แก่ Decarbonization (การลดคาร์บอน), Transition and Sustainability-linked Growth (การเปลี่ยนผ่านและการเติบโตที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน) และ ESG Leadership (การเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง และก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 อย่างเป็นรูปธรรม

b(2)_0_0

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล