จากคนกู้ทุกวัน สู่คนมีเงินออมทุกเดือน : บทเรียนจากพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวริมทาง

- วงจร “กู้รายวัน–ขายของ–จ่ายหนี้” ทำให้ชีวิตไม่เดินหน้า แม้จะขยันแค่ไหน
- ไม่รู้ต้นทุน ไม่รู้กำไร หาได้เท่าไหร่ ก็ไม่มีวันเหลือ
- แค่แยกเงินเป็นถังแบบง่าย ๆ ต้นทุน/กำไร/ใช้ส่วนตัว/เผื่อฉุกเฉิน ก็เปลี่ยนชีวิตได้จริง
ทุกเช้า เสียง “ป๊อก ป๊อก” จากตะเกียบไม้ของ “พี่อุดม” พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวข้างศูนย์ฝึกอบรมบริษัทเงินติดล้อ คือสัญญาณเริ่มวันใหม่ของพนักงานออฟฟิศหลายคน
แต่สำหรับผม นี่คือเสียงของ “การดิ้นรน” ที่ซ่อนอยู่ในชีวิตจริงของคนหาเช้ากินค่ำคนหนึ่ง
กู้ (นอกระบบ) รายวัน ความเคยชินที่กลายเป็นกรอบชีวิต
วันที่ผมได้คุยกับพี่อุดม เขาพูดกับผมตรง ๆ ว่า “ผมหยุดกู้ไม่ได้หรอก ถ้าไม่กู้ก็ไม่มีของขายวันพรุ่งนี้”
จากประสบการณ์ลงพื้นที่ให้ความรู้ทางการเงินกับผู้คนมามากกว่า 10 ปี ผมรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องของพี่อุดมคนเดียว พ่อค้าแม่ค้าหลายคนก็เป็นแบบเดียวกัน ขยันทำมาหากิน แต่ไม่เคยเห็นภาพการเงินของตัวเองแบบชัด ๆ
พี่อุดมไม่เคยรู้เลยว่า…
- ต้นทุนเท่าไหร่
- ขายได้เท่าไหร่
- เหลือเป็นกำไรจริง ๆ เท่าไหร่

สูตรแบ่งเงินเป็น “ถัง” : เครื่องมือง่าย ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตได้
ผมแนะนำพี่อุดมด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด นั่นคือ “การแยกเงินเป็นถัง” เพื่อให้เห็นเงินชัดขึ้น :
- ถังต้นทุน – เงินที่ต้องกันไว้ก่อน เอาไว้ซื้อของมาขายต่อวันพรุ่งนี้
- ถังกำไร – เงินที่ได้จากการขายหักต้นทุน รอแบ่งเพื่อเอาไปใช้จ่ายที่จำเป็น
- ถังใช้ส่วนตัว – เงินที่แบ่งมาจากกำไร ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และจ่ายหนี้
- ถังฉุกเฉิน – เงินสำรองไว้สำหรับวันที่ขายไม่ได้ หรือมีเหตุจำเป็นไม่คาดฝัน
ผมกำชับว่า “พี่อย่าหยิบเงินในถังต้นทุนออกไปใช้นะ ถังกำไรใช้ได้ แต่ถังต้นทุนต้องอยู่ครบ เพื่อให้พี่มีเงินทุนไว้ซื้อของขายต่อได้ทุกวัน”
เมื่อเห็นเงินตัวเองแบ่งเป็นถัง ๆ พี่อุดมถึงกับยิ้ม แล้วพูดว่า “ผมไม่เคยเห็นเงินผมแบบนี้เลย”
จากคนที่เคยคิดว่าต้องกู้ทุกวัน เขาเริ่มเห็นว่า การวางแผนแค่วันต่อวัน ก็ช่วยให้ไม่ต้องกลับไปกู้ใหม่แล้ว

จากหนี้รายวัน...สู่วันที่มีเงินออมในบัญชี
ผมไม่เคยมองว่าพี่อุดมผิดที่กู้หนี้รายวัน เพราะในวันนั้น นั่นคือทางรอดเดียวของเขา
สิ่งที่ผมทำคือเสนอทางเลือก และร่วมสู้ไปกับเขา ผมถึงขั้นไปขอเจ้าหนี้นอกระบบให้หยุดปล่อยกู้ เพื่อให้พี่อุดมได้เริ่มต้นใหม่จริง ๆ
หลังจากที่ปัญหาการเงินพี่อุดมเริ่มคลี่คลายแล้ว สิ่งที่ผมแนะนำเพิ่มเติมคือ :
- สร้างวินัยการออม : ผมดูรายได้แล้ว เห็นว่าขายได้วันละราว ๆ 1,000-2,000 บาท เมื่อหักต้นทุน 40% ก็จะเหลือกำไรราว ๆ 600-1,200 บาท สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ผมจึงแนะนำให้ออมวันละ 300 บาท เพื่อเก็บไว้ใช้จ่ายยามจำเป็น
- ออมในที่ที่ถอนยาก : ผมพาไปเปิดบัญชีแบบไม่มีบัตร ATM เพื่อป้องกันการเผลอกดเงินออกมาใช้
- ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น : ทั้งเรื่องเหล้าและการพนัน ซึ่งพี่อุดมก็ทำได้ดีขึ้นตามลำดับ

เรื่องราวของพี่อุดมพิสูจน์ให้เห็นว่า บางครั้งสิ่งที่ทำให้ชีวิตเราไปต่อได้ ไม่ใช่เงินมากขึ้น แต่คือความเข้าใจเงินที่มากขึ้น
และสุดท้ายชีวิตจะดีขึ้นหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่ายังทำสิ่งที่ถูกต้องได้อย่างสม่ำเสมอหรือเปล่า
ผมหวังว่าเรื่องราวของพี่อุดม จะเป็นแรงกระเพื่อมเล็ก ๆ ให้ใครก็ตามที่ยังติดอยู่ในวงจรหนี้ ได้เข้าใจวิธีการจัดสรรเงินอย่างถูกต้อง เพื่อทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นได้ครับ
เกี่ยวกับผู้เขียน: “อ้ายหมอหนี้” หรือ “มิ่งขวัญ ประเสริฐศิวพร” หนึ่งในพนักงานบริษัทสินเชื่อ “เงินติดล้อ” มีภารกิจหลักคือตระเวนไปตามชุมชนทั่วประเทศ เพื่อเรียนรู้ ทำความเข้าใจปัญหาการเงินและหาวิธีแก้ไขโดยการสร้างโอกาสทางความรู้ด้านการเงิน ด้วยเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยความเชื่อว่า “ความรู้ ความคิด และวินัยทางการเงิน” จะช่วยให้ผู้คนมีชีวิตดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณและคนรอบข้าง เป็นแรงบันดาลใจให้เห็นถึงความสำคัญของความรู้และวินัยทางการเงิน และพอจะเป็นเสียงสะท้อนที่ทำให้หลายคนเข้าใจ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น หากใครที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทางการเงิน สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ TikTok อ้าย-หมอ-หนี้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี