BTS ดอดเข้าถือหุ้น KGEN ผู้บริหารปลื้มสะท้อนความเชื่อมั่นโมเดลธุรกิจ EV เติมเต็ม Supply Chain

BTS ดอดเข้าถือหุ้น KGEN ผู้บริหารปลื้มสะท้อนความเชื่อมั่นโมเดลธุรกิจ EV เติมเต็ม Supply Chain ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านยานยนต์ไฟฟ้าและโลจิสติกส์ ขณะที่นักวิเคราะห์แนะจับตามีสิทธิ์เพิ่มสัดส่วนลงทุน ชี้ธุรกิจ EV เป็นแรงขับสำคัญพลิกทำกำไรในอนาคต
ขณะนี้มีกระแสข่าว บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เข้าถือหุ้น บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN ในสัดส่วนประมาณ 4% ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ตลาดทุนกำลังจับตา ว่าเหตุใดกลุ่มทุนระดับประเทศอย่าง BTS จึงให้ความสนใจเข้ามาถือหุ้น KGEN โดยเป็นการเข้าซื้อจากผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของ KGEN ทั้งนี้การซื้อหุ้นดังกล่าวยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องประกาศต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ต้องถือเกิน 5% ขึ้นไป อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายมองว่าการที่ BTS ซื้อหุ้นในสัดส่วน 4% ถือเป็นการชิมลาง และส่งผลให้เป็นที่จับตาว่าในอนาคตจะมีการเข้าซื้อแบบ Big Lot หรือไม่ เนื่องจากปัจจุบัน KGEN กำลังเปลี่ยนผ่านการดำเนินการธุรกิจแบบเดิม ด้วยการปรับมุ่งสู่ธุรกิจการผลิตและจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก โดยมีจุดแข็งคือการเป็นพันธมิตรกับ Chery ในการเปิดโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

จากการสอบถามเรื่องดังกล่าวไปยัง KGEN ได้รับการเปิดเผยจาก นายนวพร เกียรติขจรวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความจริง โดยทางบริษัทได้รับทราบจากผู้ถือหุ้นว่าได้มีการขายหุ้นให้กับกลุ่ม BTS จริง เนื่องจากเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสัมพันธ์และรู้จักกันมาอย่างยาวนาน การเข้ามาถือหุ้นใน KGEN ส่วนตัวรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะ BTS เป็นบริษัทพันธมิตรที่มีศักยภาพ และมีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงระบบการขนส่ง ในขณะที่ KGEN กำลังปรับโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจมุ่งสู่ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก จะส่งเสริมโอกาสในการเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานของทั้งคู่ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ จ.ระยอง หลังเปิดอย่างเป็นทางการและเดินหน้าเข้าสู่การผลิตอย่างเต็มตัว ส่งผลให้บริษัทมีความพร้อมในการทยอยส่งมอบรถให้ลูกค้าได้ทันความกำหนดการ โดยมีกำลังการผลิต 50,000 คันต่อปี ขณะที่ยอดความต้องการรถ EV ทะลุ 50,000 คันแล้ว และในแผนระยะ 5 ปี (2569-2573) เป้ากำลังการผลิตจะอยู่ที่ 80,000 คันต่อปี ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของภูมิภาค โดยบริษัทมองว่าการเข้ามาของ BTS สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายใหญ่ที่มองเห็นโอกาสการเติบโตของบริษัทในระยะยาว เนื่องจากบริษัทอยู่ในช่วงที่เรียกว่า J Curve investment Phase คือผ่านการลงทุนหนักในช่วงแรก และจะเข้าสู่ช่วงของการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์
ขณะที่ นายมงคล พ่วงเภตรา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า การที่ BTS เข้ามาถือหุ้น KGEN ในสัดส่วนประมาณ 4% เป็นการเข้าลงทุนเพื่อดูทิศทางธุรกิจในระยะแรก โดย BTS มักลงทุนในธุรกิจหลากหลายตัวที่มีศักยภาพ ขณะที่ KGEN มีลักษณะคล้ายกับ Startup ที่มีธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจอย่างการผลิต EV เข้ามา และต้องติดตาม BTS จะเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นอีกหรือไม่ ซึ่งหากผลประกอบการเริ่มพลิกกลับมาเป็นกำไรดีตามที่คาดการณ์ อาจเป็นแรงจูงใจให้กลุ่ม BTS พิจารณาเพิ่มสัดส่วนการลงทุนได้อีก

ที่ผ่านมา KGEN มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เป็นหุ้นในกลุ่มสื่อ (เดิมชื่อหุ้น NBC) ปัจจุบันได้ตัดธุรกิจเดิมที่เคยเป็นภาระออกไปจนเกือบหมด และหันมาเริ่มต้นใหม่ในอุตสาหกรรมที่มีอนาคตอย่างโลจิสติกส์และยานยนต์ไฟฟ้า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา KGEN เริ่มมีรายได้ที่มั่นคงจากธุรกิจของ มนตรี ทรานสปอร์ต ซึ่งเป็นบริการขนส่ง และล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาได้มีความชัดเจนในการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นโครงการร่วมทุนกับ Chery ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งจะทำให้บริษัทเริ่มมีรายได้จากการลงทุนในส่วนนี้อย่างเป็นทางการ
ปัจจุบัน KGEN มีโรงงานผลิตรถยนต์รองรับ และมีแบรนด์ในมือที่น่าสนใจ ทั้ง แบรนด์ Chery แบรนด์ OMODA และ JAECOO รวมถึงแบรนด์ FARIZON ภายใต้ค่าย GEELY แม้จะมีความท้าทายด้านการแข่งขัน แต่ KGEN มีจุดเด่นเหนือคู่แข่งหลายประการ ทั้งการร่วมทุนกับ Chery ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีอันดับต้นๆ ในจีนและมีประสบการณ์การส่งออกสูง ขณะเดียวกันโรงงานของ KGEN จะได้รับคำสั่งซื้อจาก Chery เพื่อผลิตรถยนต์สำหรับการส่งออกและจำหน่ายในประเทศอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในการหาลูกค้าใหม่เองทั้ง 100% ขณะเดียวกันฝั่งพันธมิตรอย่าง Chery ยังอาจเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนหลักบางส่วน ทำให้ฐานการเงินของ KGEN ยังคงแข็งแกร่งและมีความเสี่ยงต่ำในการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต ซึ่งในงาน Motor Show ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายทุกแบรนด์มากกว่า 2 หมื่นคัน
“ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน KGEN เป็นหุ้นที่น่าจับตามอง จากปัจจัยบวกจากการที่ธุรกิจเดิมเริ่มอยู่ตัวและมีธุรกิจใหม่ EV เข้ามาเสริมทัพ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานมีโอกาสพลิกกลับมาเป็นกำไรในอนาคต แนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์เก็งกำไรตามการเติบโตของธุรกิจใหม่ โดยอาศัยจังหวะที่ราคาหุ้นยังสะท้อนมูลค่าในอดีต ขณะที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นเริ่มมี “ยักษ์ใหญ่” อย่าง BTS เข้ามาเป็นพันธมิตร ซึ่งอาจนำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในอนาคต” นายมงคลระบุ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี