ไทยช่วยไทยพลัส เปิดอินไซต์ กลุ่มไหนลงทะเบียนรับสิทธิ 4,000 บาท มากสุด

คลังเผยเปิดลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส วันแรก พบกลุ่ม Gen Y ลงทะเบียนสูงสุด ยอดลงทะเบียนสำเร็จ 18 ล้านคนไ
ไทยช่วยไทยพลัส กระทรวงการคลัง เปิดเผยข้อมูลการเปิดรับลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 69 พบว่ายอดประชาชนลงทะเบียนรวมทั้งสิ้น 24,439,670 ล้านราย จากเป้าหมายทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ แบ่งได้ดังนี้
- ผู้ลงทะเบียนสำเร็จ (เคยร่วมคนละครึ่งพลัส) จำนวน 18,322,038 ราย
- อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ จำนวน 5,705,982 ราย
- ไม่ผ่านคุณสมบัติ เพราะเป็นกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 411,650 ราย
จากการประมวลผลข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ของผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส จำนวน 18,322,038 คน พบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงจำนวน 10.8 ล้านคน หรือคิดเป็น 59% ส่วนผู้ชายมีจำนวน 7.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 41% ของยอดรวมทั้งหมด
เมื่อจำแนกสัดส่วนผู้ลงทะเบียนตามช่วงอายุ พบว่ามีการกระจายตัวอยู่ใน 5 กลุ่มหลัก ดังนี้
- กลุ่ม 31-45 ปี จำนวนผู้ลงทะเบียนกว่า 6.4 ล้านคน คิดเป็น 35% ของจำนวนทั้งหมด
- กลุ่ม 46-60 ปี จำนวนผู้ลงทะเบียนกว่า 5.3 ล้านคน คิดเป็น 29% ของจำนวนทั้งหมด
- กลุ่ม 21-30 ปี จำนวนผู้ลงทะเบียนกว่า 3.3 ล้านคน คิดเป็น 18% ของจำนวนทั้งหมด
- กลุ่มอายุมากกว่า 60 ปี จำนวนผู้ลงทะเบียนกว่า 2.6 ล้านคน คิดเป็น 14% ของจำนวนทั้งหมด
- กลุ่ม 18-20 ปี จำนวนผู้ลงทะเบียนกว่า 8 แสนคน คิดเป็น 4% ของจำนวนทั้งหมด
ในส่วนของผู้ประกอบการ ร้านค้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส พบว่ามีร้านค้ารายย่อย (Micro SMEs) ให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเพื่อรองรับกำลังซื้อสูงถึง 983,141 ราย
- ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม จำนวน 550,847 ราย
- ร้านธงฟ้า จำนวน 157,235 ราย
- ร้าน OTOP จำนวน 10,498 ราย
- ร้านค้าทั่วไป และอื่นๆ จำนวน 262,656 ราย
- กิจการขนส่งสาธารณะ จำนวน 1,838 ราย
- กิจการขนส่งมวลชน จำนวน 67 ราย
โดยโครงการนี้ยังครอบคลุมถึงภาคบริการด้านการเดินทาง โดยมีกิจการขนส่งสาธารณะรายย่อยเข้าร่วมจำนวน 1,838 ราย แบ่งเป็นรถแท็กซี่ 1,498 ราย, รถจักรยานยนต์สาธารณะ 287 ราย, รถยนต์สามล้อสาธารณะ 27 ราย และรถสองแถวรับจ้าง 26 ราย รวมไปถึงกิจการขนส่งมวลชนสาธารณะระดับองค์กรที่เข้าร่วมอีก 67 ราย นำโดยรถโดยสารประจำทาง 58 ราย, รถไฟฟ้าในเขตเมือง 5 ราย, รถไฟ 2 ราย และเรือโดยสาร 2 ราย
ขณะที่การลงทะเบียนร้านค้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส พบว่า หากแบ่งตามภูมิภาคจะพบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่ที่มีร้านค้าร่วมโครงการสูงสุด โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีร้านค้าร่วมโครงการจำนวน 192,685 ราย (คิดเป็น 19% ของทั้งหมด)
- กรุงเทพมหานคร มีร้านค้าร่วมโครงการจำนวน 146,841 ราย (15%)
- พื้นที่ปริมณฑล มีร้านค้าร่วมโครงการจำนวน 143,820 ราย (15%)
- ภาคใต้ มีร้านค้าร่วมโครงการจำนวน 140,639 ราย (14%)
- ภาคกลาง มีร้านค้าร่วมโครงการจำนวน 127,646 ราย (13%)
- ภาคตะวันออก มีร้านค้าร่วมโครงการจำนวน 103,596 ราย (10%)
- ภาคเหนือ มีร้านค้าร่วมโครงการจำนวน 90,997 ราย (9%)
- ภาคตะวันตก มีร้านค้าร่วมโครงการจำนวน 43,812 ราย (4%)
10 อันดับ จังหวัดที่มีจำนวนร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการสูงสุด มีรายละเอียดดังนี้
- อันดับ 1: กรุงเทพมหานคร 146,841 ราย (15%)
- อันดับ 2: ชลบุรี 46,708 ราย (5%)
- อันดับ 3: สมุทรปราการ 39,060 ราย (4%)
- อันดับ 4: นนทบุรี 35,637 ราย (4%)
- อันดับ 5: ปทุมธานี 34,799 ราย (4%)
- อันดับ 6: นครราชสีมา 32,717 ราย (3%)
- อันดับ 7: เชียงใหม่ 31,018 ราย (3%)
- อันดับ 8: สงขลา 28,274 ราย (3%)
- อันดับ 9: นครศรีธรรมราช 23,655 ราย (2%)
- อันดับ 10: นครปฐม 20,159 ราย (2%)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี