รวมลิสต์ร้านค้า ไทยช่วยไทยพลัส อะไรจ่ายได้-ไม่ได้ สรุปเงื่อนไข ที่นี่
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เช็กพิกัดร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส แฟรนไชส์ รถไฟฟ้า เดลิเวอรี่ อะไรใช้จ่ายได้-ไม่ได้
เช็กพิกัดร้านค้า และบริการที่ร่วมไทยช่วยไทยพลัส ใช้สิทธิซื้ออะไรได้-ไม่ได้? มาตรการบรรเทาค่าครองชีพประชาชนจากรัฐบาล รัฐจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% รวมร้านที่ใช้สิทธิได้-ไม่ได้ สินค้าต้องห้าม และเงื่อนไขการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ จะได้ไม่พลาดใช้สิทธิ
เปิดลิสต์ "ร้านค้า-บริการ" ที่เข้าร่วมโครงการ สแกนจ่ายอะไรได้บ้าง?
ประชาชนสามารถใช้สิทธิชำระเงินร่วมกับร้านค้าและบริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้อย่างครอบคลุม ดังนี้
1. ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป
-
ร้านค้ารายย่อย และบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
-
ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
-
ร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และวิสาหกิจชุมชน (ที่จดทะเบียนถูกต้อง)
-
นิติบุคคลขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
2. รถโดยสารและขนส่งสาธารณะรายย่อย
-
รถแท็กซี่มิเตอร์ และรถตู้โดยสารสาธารณะ
-
รถจักรยานยนต์สาธารณะ (วินมอเตอร์ไซค์)
-
รถสองแถวรับจ้าง และรถสามล้อถีบ
3. ขนส่งมวลชนสาธารณะขนาดใหญ่ (ซื้อตั๋วเที่ยวเดียวหน้าเคาน์เตอร์)
-
รถไฟฟ้า MRT: สายสีน้ำเงิน, สายสีม่วง, สายสีเหลือง และสายสีชมพู (ซื้อเหรียญ/ตั๋วเที่ยวเดียวเท่านั้น ไม่สามารถเติมเงินเข้าบัตรได้)
-
รถไฟฟ้า BTS & สายสีทอง: สแกนซื้อตั๋วเที่ยวเดียวที่จุดจำหน่ายตั๋วประจำสถานี
-
รถไฟฟ้าสายสีแดง & แอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL): ซื้อเหรียญโดยสารเที่ยวเดียวที่ห้องจำหน่ายตั๋ว
-
ขสมก.: สแกนจ่ายผ่านเครื่องรับชำระของพนักงานเก็บค่าโดยสารบนรถ
-
บขส.: ซื้อตั๋วได้ทุกเส้นทางที่ช่องจำหน่ายตั๋วทั่วประเทศ (หากค่าตั๋วเกินวงเงินสิทธิต่อวัน ต้องจ่ายส่วนต่างด้วยเงินสด)
-
เรือด่วนเจ้าพระยา: ชำระค่าโดยสารอัตราปกติได้ที่ท่าเรือที่กำหนด
4. สั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน (Food Delivery)
สามารถสั่งผ่าน 4 แพลตฟอร์มชั้นนำที่ได้รับการอนุมัติ ได้แก่:
-
Grab
-
LINE MAN
-
ShopeeFood
-
Robinhood
สินค้าและร้านค้าที่ "ไม่เข้าร่วม" โครงการไทยช่วยไทยพลัส
เพื่อกระจายรายได้สู่ฐานราก รัฐบาลจึงมีข้อกำหนดห้ามใช้สิทธิกับกลุ่มต่อไปนี้:
| ประเภท | รายการที่ไม่เข้าร่วมโครงการ | ข้อยกเว้น / แคมเปญทดแทน |
| ร้านสะดวกซื้อแฟรนไชส์ | ร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ทั่วไป | บุคคลธรรมดาที่ซื้อแฟรนไชส์ขนาดเล็ก (เช่น ชานมไข่มุก, ซูชิ) ยังใช้สิทธิได้ |
| ห้างค้าปลีก-ส่งขนาดใหญ่ | Big C, Lotus's, Makro, 7-Eleven, Tops | มีแคมเปญคู่ขนาน "ไทยช่วยไทย" ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ลดราคาสูงสุด 50-60% (ไม่ต้องสแกนสิทธิ) |
| กลุ่มธุรกิจบริการ | บริการนวด, สปา, ร้านทำเล็บ, ร้านทำผม | ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการในรอบปี 2569 ได้ |
| สินค้าต้องห้าม | สลากกินแบ่งรัฐบาล, เหล้า-เบียร์, ยาสูบ, บัตรกำนัล/บัตรเงินสด, การชำระค่าบริการล่วงหน้า | ไม่มีข้อยกเว้น |
5 เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ก่อนสแกนจ่าย "ไทยช่วยไทยพลัส"
-
สัดส่วน 60/40: รัฐช่วยจ่าย 60% เราจ่ายเอง 40% โดยจำกัดวงเงินไม่เกิน 200 บาท/วัน และไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน (รวมสูงสุด 4,000 บาท ตลอดระยะเวลา 4 เดือน)
-
ใช้ไม่หมด ตัดยอดทิ้งทุกสิ้นเดือน: วงเงินเดือนละ 1,000 บาท หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้นๆ ระบบจะตัดทิ้งทันที ไม่สามารถทบไปเดือนถัดไปได้
-
เช็กเวลาสแกนจ่าย: * หน้าร้านค้าและขนส่งสาธารณะ: ใช้สิทธิได้เวลา 06:00 - 23:00 น.
-
สั่งอาหารฟู้ดเดลิเวอรี: ใช้สิทธิได้เวลา 06:00 - 21:00 น. เท่านั้น
-
-
ทริกการสั่งฟู้ดเดลิเวอรี: รัฐช่วยจ่ายเฉพาะ "ค่าอาหารและเครื่องดื่ม" ไม่รวมค่าส่ง โดยคุณต้องจ่ายค่าส่งผ่านแอปฯ เดลิเวอรีก่อน จากนั้นต้องเข้าไปกดยืนยันชำระค่าอาหารส่วนที่เหลือผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" ภายใน 5 นาที (หากเกินเวลา ออเดอร์จะถูกยกเลิกอัตโนมัติ)
-
ตั๋วรถไฟฟ้าห้ามคืน: การซื้อตั๋วหรือเหรียญโดยสารรถไฟฟ้า ต้องใช้เดินทางภายในวันเดียวกันกับที่ซื้อเท่านั้น และไม่สามารถนำมาแลกคืนเป็นเงินสดได้ทุกกรณี
อ่านเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี