ไทยช่วยไทยพลัส ต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายในกี่วัน-บัตรคนจนร่วมได้-มือถือรุ่นไหนรองรับแอปฯ เป๋าตัง?

ไทยช่วยไทยพลัส ต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายในกี่วัน-บัตรคนจนร่วมได้-มือถือรุ่นไหนรองรับแอปฯ เป๋าตัง?

ไทยช่วยไทยพลัส ต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายในกี่วัน-บัตรคนจนร่วมได้-มือถือรุ่นไหนรองรับแอปฯ เป๋าตัง?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขข้อสงสัย ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ได้รับสิทธิ์แล้วต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายในกี่วัน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร่วมด้วยได้ไหม

หลายคนคงเตรียมวอร์มมือกันแล้วเพื่อเตรียมตัวกดลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ที่รัฐบาลจะแจกสิทธิ์คนละ 4,000 บาท ครอบคลุม 30 ล้านคน โดยใช้วงเงิน 120,000 ล้านบาท ภายใต้ พรก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยกำหนดเปิดลงทะเบียนขอรับเงิน 4,000 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ในวันที่ 25-29 พ.ค. 69 ตั้งแต่เวลา 06:00-22:00 น. โดยรัฐบาลได้กำหนดกรอบเวลาการใช้จ่ายสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. 69

แม้ว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะเป็นการต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งพลัส ที่เราคุ้นเคยกันมาในสมัยรัฐบาลลุงตู่ แต่ดูเหมือนบางอย่างจะไม่ได้เป็นเหมือนเดิม 100% เช่น รูปแบบการใช้จ่าย การคำนวณวงเงินต่างๆ รวมถึงการตัดสิทธิ์หากไม่มีการใช้จ่ายครั้งแรกตามที่รัฐบาลกำหนด เป็นต้น ซึ่งเราได้รวบรวมข้อสงสัยเกี่ยวกับวิธีการลงทะเบียนของประชาชน รวมถึงวิธีใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส มาฝากกัน

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับวิธีการลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส สำหรับประชาชน

คำถาม : โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 คืออะไร?

  • คำตอบ : โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

คำถาม : คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สำหรับประชาชนมีอะไรบ้าง?

  • คำตอบ : มีคุณสมบัติ 5 ข้อดังนี้
    • 1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
    • 2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
    • 3. มีบัตรประจำตัวประชาชน
    • 4. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิ์หรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 - 5 และโครงการคนละครึ่ง พลัส
    • 5. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พ.ค. 2569

คำถาม : สิทธิ์ประโยชน์โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สำหรับประชาชนมีอะไรบ้าง?

  • คำตอบ : สิทธิ์ประโยชน์มี 5 ข้อ
    • 1. รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40%
    • 2. ระยะเวลาโครงการ 4 เดือน (1 มิ.ย. 2569 - 30 ก.ย. 2569)
    • 3. สำหรับการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 - 30 ก.ย. 2569 ช่วงเวลา 06:00 - 23:00 น.
    • 4. สำหรับการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มผ่านฟู้ดเดลิเวอรีที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 2569 - 30 ก.ย. 2569 ช่วงเวลา 06:00 - 21:00 น.
    • 5. รัฐร่วมจ่ายไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ทั้งนี้ กรณีมีวงเงินสิทธิเหลือในเดือนใด จะไม่ทบสิทธิไปในเดือนถัดไป

คำถาม : ประชาชนกลุ่มใดบ้างที่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40

  • คำตอบ : ประชาชนที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ดังนี้
    • 1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
    • 2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
    • 3. มีบัตรประจำตัวประชาชน
    • 4. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิ์หรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 - 5 และโครงการคนละครึ่ง พลัส
    • 5. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พ.ค. 2569

คำถาม : ประชาชนสามารถลงทะเบียนสิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้เมื่อไหร่?

  • คำตอบ : เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 29 พ.ค. 2569 (เวลา 06:00 - 22:00 น.) จนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านคน หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 29 พ.ค. 2569 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน

คำถาม : การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ผ่านช่องทางใด

  • คำตอบ : ลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง โดยกดผ่านแบนเนอร์ 'โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
    เปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 25 พ.ค. - 29 พ.ค. 2569 เวลา 06:00 - 22:00 น. จนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านคน หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 29 พ.ค. 2569 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน

คำถาม : ช่วงเวลาที่ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 คือช่วงเวลาใด

  • คำตอบ : ช่วงเวลา 06:00 - 22:00 น. หรือจนกว่าสิทธิจะครบตามที่โครงการกำหนด

คำถาม : การลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สำหรับประชาชนจะแจ้งผลผ่านช่องทางใดบ้าง

  • คำตอบ : หลังจากกดปุ่มยืนยันการรับสิทธิผ่านแอปเป๋าตัง ระบบจะแจ้งผลการลงทะเบียน ดังนี้
    • ประชาชนที่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส จะได้รับการแจ้งเตือนบนแอปเป๋าตังทันทีหลังจากลงทะเบียน
    • ประชาชนที่ไม่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส จะได้รับ SMS แจ้งเตือนบนแอปเป๋าตัง (ทราบผลประมาณ 3 วัน หลังจากลงทะเบียน)

คำถาม : ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถลงทะเบียนไหม

  • คำตอบ : ผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) จะต้องไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พ.ค. 2569

คำถาม : หลังจากลงทะเบียนแล้วประชาชนจะทราบผลภายหลังการลงทะเบียนรับสิทธิโครงการภายในกี่วัน

  • คำตอบ : ทราบผลประมาณ 3 วัน หลังจากลงทะเบียน

คำถาม : การใช้จ่ายโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สำหรับประชาชน ต้องใช้จ่ายผ่านช่องทางใด

  • คำตอบ : ประชาชนต้องใช้จ่ายค่าสินค้าและบริการตามเงื่อนไขโครงการ
    • ใช้จ่ายผ่าน G Wallet บนแอปเป๋าตัง
    • ใช้จ่ายกับร้านค้าถุงเงินที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)

คำถาม : ประชาชนต้องสมัคร แอปฯ เป๋าตัง และผูกบริการ G Wallet เพื่อรองรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 หรือไม่

  • คำตอบ : ประชาชนต้องสมัครแอปฯ เป๋าตัง และผูกบริการ G Wallet ให้สำเร็จ

คำถาม : หลังจากที่ได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เรียบร้อยแล้วประชาชนต้องใช้สิทธิภายในกี่วัน เพื่อไม่ให้โดนตัดสิทธิ

  • คำตอบ : ไม่มีการตัดสิทธิ เริ่มใช้จ่ายเมื่อใดก็ได้ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. 2569 - 30 ก.ย. 2569

คำถาม : ประชาชนสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้ช่วงวัน และเวลาใด

  • คำตอบ : ใช้จ่ายผ่าน G Wallet บนแอปเป๋าตังกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้ดังนี้
    • ใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 23:00 น.
    • กรณีสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านฟู้ดเดลิเวอรี ใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 2569 - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 21:00 น.

รวมคำถามวิธีใช้งานแอปฯ เป๋าตัง

คำถาม : ระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือรุ่นใดที่สามารถรองรับการใช้งานแอปฯ เป๋าตังได้่

  • คำตอบ : สมาร์ทโฟนที่มีระบบปฏิบัติการ Android Version 10.0 ขึ้นไป และระบบ iOS Version 15.0 ขึ้นไป

คำถาม : กรณีเคยได้สิทธิ์คนละครึ่งพลัสมาก่อน เมื่อสิ้นสุดโครงการแล้วได้ทำการลบแอปฯ เป๋าตัง และปัจจุบันเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่แล้ว จะสามารถรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้หรือไม่

  • คำตอบ : สามารถรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้โดยประชาชนต้องลงทะเบียนและยืนยันตัวตนสำหรับบริการ G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง ใหม่อีกครั้ง


คำถาม : กรณีเคยได้สิทธิคนละครึ่ง ระยะที่ 5 เดิม แต่เมื่อสิ้นสุดโครงการแล้วได้ทำการลบแอปฯ เป๋าตังไป และปัจจุบันเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่แล้ว จะสามารถเข้าใช้งานแอปฯ เป๋าตังได้หรือไม่ เพื่อใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40

  • คำตอบ : สามารถลงทะเบียนเข้าใช้งานแอปฯ เป๋าตังได้ตามปกติ โดยต้องสมัครบริการ G Wallet ให้เรียบร้อย และกดยืนยันสิทธิการเข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ เป๋าตัง

คำถาม : กรณีเปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุล ชื่อที่แสดงบน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง จะแสดงเป็นชื่อเดิม หรือชื่อใหม่

  • คำตอบ : กรณีเปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุล ชื่อที่แสดงบน G Wallet จะแสดงเป็นข้อมูลใหม่ แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับการใช้สิทธิโครงการภาครัฐแต่อย่างใด เพราะสิทธิดังกล่าวยึดจากหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก

คำถาม : กรณีสแกนใบหน้าไม่สำเร็จต้องดำเนินการอย่างไร

  • คำตอบ : กรณีแสกนใบหน้าไม่สำเร็จสามารถดำเนินการติดต่อได้ช่องทางต่อไปนี้
    • ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง
    • ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทยที่สามารถยืนยันตนตัวตนได้ พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง

คำถาม : ช่องทางการยืนยันตัวตนเพื่อผูก G Wallet บนแอปฯ เป๋าตังมีช่องทางใดบ้าง

  • คำตอบ : ปัจจุบันช่องทางการยืนยันตัวตน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตังมี 1 ช่องทาง คือ การยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า

คำถาม : วิธีลงทะเบียน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง เพื่อรองรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40

  • คำตอบ : วิธีลงทะเบียน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง มีขั้นตอน ดังนี้
    • ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ เป๋าตังสำเร็จ
    • เลือก G Wallet เลือก "สมัครใช้บริการ"
    • กด ยินยอม การจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน
    • ถ่ายบัตรประชาชน และกรอกข้อมูลตามขั้นตอน
    • เลือกวิธีการยืนยันตัวตน "สแกนใบหน้า"
    • สแกนใบหน้า ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล
    • เข้าสู่หน้าหลัก เริ่มการใช้งาน

คำถาม : วิธีเติมเงิน G Wallet เพื่อรองรับการใช้จ่ายโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40

  • คำตอบ : ขั้นตอนการเติมเงินเข้า G Wallet มีขั้นตอน ดังนี้
    • เข้าไปที่หน้าแอปฯ เป๋าตัง
    • กดปุ่ม "เติมเงินเข้า G Wallet"
      ทั้งนี้ ช่องทางการเติมเงินเข้า G Wallet สามารถทำได้ 3 ช่องทางด้วยกัน
      • 1. Mobile Banking ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารยูโอบี โดยระบุ G Wallet ID 15 หลัก และจำนวนเงิน
      • 2. บัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกอยู่บนแอปฯ เป๋าตัง โดยต้องมีบัญชีกรุงไทย และผูกบนแอปฯ เป๋าตัง
      • 3. QR PromptPay โดยสแกน QR ด้วย Mobile Banking ทุกธนาคาร
      • 4. ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต โดยเลือกเมนูเติมเงินพร้อมเพย์ ระบุ G Wallet ID 15 หลัก และจํานวนเงิน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล