Chatrium Hotels & Residences สร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกรรมกว่า 293% ด้วยแพลตฟอร์มแบบครบวงจรของ Profitroom
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
Chatrium Hotels & Residences กลุ่มโรงแรมและเรสซิเดนซ์ลักชัวรีชั้นนำของไทยที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมประเทศไทย เมียนมา และญี่ปุ่น ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้านประสิทธิภาพการจองตรงและการบริหารจัดการ หลังนำแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจโรงแรมแบบครบวงจรของ Profitroom มาใช้งานในหลายโครงการภายใต้กลุ่มบริษัท

ความร่วมมือครั้งนี้ส่งผลให้มูลค่าธุรกรรมเฉลี่ยต่อผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 293% และอัตรา Session Conversion เพิ่มขึ้น 149% ขณะที่ Bounce Rate ลดลง 55% มูลค่าธุรกรรมเฉลี่ยต่อการจองเพิ่มขึ้น 50% อัตราการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน (Engagement Rate) เพิ่มขึ้น 46% และจำนวนการเข้าชมหน้าต่อเซสชัน (Page Views per Session) เติบโต 69% โดยผลลัพธ์ดังกล่าววัดจากโรงแรมทุกแห่งในเครือ Chatrium หลังใช้งานครบ 12 เดือน และยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ของ Chatrium ในการลดการพึ่งพาตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTAs) พร้อมยกระดับการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบครบวงจร ผ่านการใช้ข้อมูล First-Party Data และช่องทางการจองตรงของโรงแรมเอง
“Profitroom ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญสำหรับ Chatrium Hotels & Residences แพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายและข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย Data ช่วยให้เราสามารถเพิ่มยอดการจองตรงได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมยกระดับการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น”

แพลตฟอร์มเดียวที่เข้ามาแทนที่ระบบแยกส่วนจากผู้ให้บริการหลายราย
ก่อนร่วมงานกับ Profitroom ทาง Chatrium Hotels & Residences ใช้งานระบบจองห้องพักออนไลน์(Booking Engines) ระบบจัดการช่องทางการขาย (Channel Manager) ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) และแพลตฟอร์มสมาชิก (Loyalty Platform) จากผู้ให้บริการหลายรายแยกกันในแต่ละประเทศที่ดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้ข้อมูลลูกค้ากระจัดกระจาย และเพิ่มภาระงานที่ต้องดำเนินการด้วยตนเองให้กับทีมปฏิบัติการอย่างมาก
“ที่ผ่านมา เราต้องบริหารหลายระบบที่ไม่สามารถเชื่อมต่อหรือสื่อสารกันได้ ทีมงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการอัปเดตข้อมูลด้วยตนเอง และยังพลาดโอกาสในการสร้างรายได้ที่ควรเกิดขึ้นได้แบบอัตโนมัติ” ศุภสิน กล่าว
Chatrium ตัดสินใจนำแพลตฟอร์มแบบครบวงจรของ Profitroom มาใช้งานในโรงแรมทั้ง 11 แห่งในประเทศไทย เมียนมา และญี่ปุ่น โดยระบบดังกล่าวประกอบด้วย 6 โมดูลหลัก ได้แก่ Booking Engine 360, เว็บไซต์ที่ออกแบบเพื่อเพิ่มอัตราการจอง (Conversion-Optimised Websites), ระบบข้อเสนอเฉพาะบุคคล (Personalised Offers), Extras, โปรแกรมสมาชิก (Loyalty Programme) และ Corporate Connect ซึ่งทุกองค์ประกอบสามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแบบเรียลไทม์ ช่วยพลิกโฉมการบริหารช่องทางการขาย การกำหนดราคา และการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระดับกลุ่มโรงแรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกสาขา
นอกเหนือจากผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ Chatrium Hotels & Residences ยังสามารถนำเวลาทำงานที่แต่ละโรงแรมเคยใช้กับการอัปเดตข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยตนเอง เฉลี่ยประมาณ 3 ชั่วโมงต่อวันต่อโรงแรม กลับมาใช้เพื่อยกระดับการบริการลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพด้านรายได้ได้มากยิ่งขึ้น ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนหลังเริ่มใช้งาน ระบบการทำงานแบบ Manual แทบทั้งหมดถูกยกเลิก รายงานที่เคยต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งถูกแทนที่ด้วยแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์ ขณะที่การปรับราคาและการตอบสนองต่อแคมเปญส่งเสริมการขาย ซึ่งเดิมใช้เวลาหลายวัน ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ภายในไม่กี่นาที
“ทีมงานของเราเปลี่ยนจากการบริหารระบบ มาเป็นการบริหารกลยุทธ์อย่างแท้จริง วันนี้เราสามารถมุ่งเน้นในสิ่งที่สร้างรายได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแพ็กเกจ การปรับกลยุทธ์ราคา และการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า” ศุภสิน กล่าวเพิ่มเติม
ต้นแบบใหม่สำหรับอุตสาหกรรมโรงแรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับ Profitroom ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจโรงแรมระดับโลกที่ดูแลโรงแรมมากกว่า 4,500 แห่งในกว่า 50 ประเทศ ความร่วมมือกับ Chatrium Hotels & Residences ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการติดตั้งระบบแบบครบวงจรในหลายโรงแรม ซึ่งกำลังเป็นแนวทางที่กลุ่มโรงแรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ความสนใจมากขึ้น ท่ามกลางความท้าทายจากระบบเดิมที่แยกการทำงานออกจากกัน“ในทุกสัปดาห์ ฉันได้พูดคุยกับกลุ่มโรงแรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมาก ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาความไม่เชื่อมโยงของระบบเช่นเดียวกับที่ Chatrium เคยเจอ เรื่องราวของพวกเขาคือต้นแบบที่ชัดเจน ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการตัดสินใจเลือกใช้แนวทางแบบบูรณาการเพียงหนึ่งเดียว และ Chatrium ได้พิสูจน์แล้วว่าการตัดสินใจนั้นสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้”

ต่อยอดความสำเร็จสู่ตลาดใหม่
หลังจากแพลตฟอร์มได้รับการติดตั้งและใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในโรงแรมปัจจุบันของเครือ Chatrium Hotels & Residences กำลังเตรียมเปิดตัว “Chatrium Rawai Phuket” รีสอร์ตเต็มรูปแบบแห่งแรกของกลุ่มภายในปี 2569 โดยแทนที่จะต้องใช้เวลาหลายเดือนในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีใหม่ Chatrium จะสามารถนำระบบนิเวศของ Profitroom ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วมาใช้งานได้ทันทีตั้งแต่วันแรก ซึ่งช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้านความรวดเร็วในการเข้าสู่ตลาดอย่างชัดเจน
กรณีศึกษาฉบับเต็มเผยแพร่แล้วที่ Profitroom Case Study – Chatrium Hotels & Residences โดยการประกาศครั้งนี้มีขึ้นในช่วงเดียวกับงาน Hospitality Tech Conference 2026 หรือ HTC 2026 งานเทคโนโลยีด้านธุรกิจโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)