800 บาทต่อเดือน เลี้ยง 3 ชีวิต : อะไรคือวิธีคิดที่ทำให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ได้?

800 บาทต่อเดือน เลี้ยง 3 ชีวิต : อะไรคือวิธีคิดที่ทำให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ได้?

800 บาทต่อเดือน เลี้ยง 3 ชีวิต : อะไรคือวิธีคิดที่ทำให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ได้?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
  • ชีวิตที่อยู่ได้ด้วยเงินเพียง 800 บาทต่อเดือน สะท้อน “วินัยทางการเงินเพื่อการอยู่รอด”
  • จัดสรรเงินให้ชัด ยอมตัดรายจ่าย-ไม่สร้างหนี้-ถ้าไม่พอก็หาเพิ่ม
  • มองหาสวัสดิการรัฐอื่น ๆ เพิ่มเติม อย่างน้อยก็มีส่วนช่วยให้ดำรงชีวิตอยู่ได้

เรื่องจริงของ 3 ชีวิตในกรุงเทพฯ กับ 800 บาทต่อเดือน

ตลอด 10 ปีที่ผม “มิ่งขวัญ” ลงพื้นที่จัดอบรมและให้คำปรึกษาเรื่องการเงินแก่ชาวชุมชนทั่วประเทศ ผมพบว่าคนที่อยู่รอดได้ในสถานการณ์ยากลำบาก มักมีหลักคิดตรงกัน คือ ยอมตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ไม่สร้างหนี้ ถ้าไม่พอก็หาเพิ่ม

ระหว่างการลงพื้นที่ครั้งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผมได้พบป้าแป๊ดวัย 54 ที่ต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลแม่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์และอัลไซเมอร์ พร้อมกับพ่ออายุ 80 กว่า

สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจคือ รายได้ทั้งหมดของครอบครัวนี้ คือเงินผู้สูงอายุของแม่เดือนละ 800 บาท ต้องใช้เลี้ยงกัน 3 คนให้อยู่ได้ทั้งเดือน ในกรุงเทพฯ ที่ค่าครองชีพสูงลิ่ว!

3 วิธีจัดสรรเงินน้อยนิด ฉบับเน้นอยู่รอด

ป้าแป๊ดไม่ได้ใช้ทฤษฎีการเงินที่ซับซ้อน แต่ใช้ “สัญชาตญาณการอยู่รอด” ในการบริหารเงิน 800 บาทให้รอดใน 1 เดือน :

  • ใช้เงินซื้อผักทำกับข้าว ทำต้มจับฉ่ายหม้อใหญ่กินได้ 15 วัน บางวันเพื่อนบ้านเห็นใจแบ่งหมูไก่ให้กิน
  • แยกงบของใช้ในบ้าน ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ซื้อสบู่ ยาสีฟัน ใช้รวมกัน 3 คน เพื่อความประหยัด
  • ไม่สร้างหนี้สิน และโชคดีลูกสาวที่อยู่ห่างออกไปคอยจ่ายค่าไฟให้ เฉลี่ยไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน ส่วนบ้านไม่เสียค่าเช่า

ผมถามป้าว่าในชีวิตนี้อยากได้อะไรอีกไหม ป้าถอนหายใจแล้วบอกด้วยน้ำเสียงที่ผมไม่เคยลืม

“ไม่รู้จะอยากอะไรแล้ว มันมีแค่นี้ มันพอแล้ว”

3 ขั้นตอนสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยง

แม้ป้าแป๊ดจะจัดการเงินได้อย่างน่าทึ่ง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือความเสี่ยงด้านสุขภาพ หากล้มป่วยหรือร่างกายไม่ไหว ภาระทางการเงินอาจพังทลายลงทันที สำหรับคนรายได้น้อย การป้องกันความเสี่ยงจึงไม่ใช่แค่ประหยัด แต่คือการหารายได้เพิ่มเท่าที่ไหว ผมจึงแนะนำเพิ่มเติมคือ :

  1. ตรวจสอบสิทธิ์สวัสดิการรัฐ บัตรทอง (หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า) หรือสวัสดิการอื่น ๆ ของรัฐ นี่ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นสิทธิ์ที่รัฐจัดไว้ช่วยพยุง อย่างน้อยก็มีส่วนช่วยให้ดำรงชีวิตอยู่ได้
  2. หารายได้เสริม ด้วยงานเล็ก ๆ ในชุมชน เช่น รับจ้างซักรีด เย็บผ้า หรืองานเบ็ดเตล็ดทั่วไป ทำเท่าที่กำลังไหว แลกเป็นรายได้เสริมเพื่อสร้างเงินสำรอง ก่อนจะเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบ
  3. สร้างเกราะป้องกันความเสี่ยง หากมีรายได้เข้ามาบ้างแล้ว ให้ซื้อประกันภัยที่เบี้ยไม่สูงมากนัก เช่น ประกันอุบัติเหตุ (PA) ที่จ่ายเบี้ยเพียงหลักร้อยต้น ๆ ต่อปี เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจกลายเป็นภาระหนี้ก้อนโต และที่สำคัญจะได้ไม่ตกเป็นภาระของคนข้างหลัง

ความแข็งแกร่งคือการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

ป้าแป๊ดทำให้ผมเห็นว่า ความแข็งแกร่งไม่ได้อยู่ที่การมีเงินมาก แต่อยู่ที่ “ความสามารถในการปรับตัว” แม้รายได้จะต่ำกว่าเส้นความยากจน ที่กำหนดไว้ราว 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน (ข้อมูลสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ณ เดือน ก.ย. 2568) แต่ป้าแป๊ดสามารถจัดสรรเงินเพื่อเลี้ยง 3 ชีวิตจนถึงสิ้นเดือนได้ ด้วยการยอมตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และไม่ก่อหนี้เพิ่ม

นี่คือตัวอย่างของวินัยทางการเงินเพื่อการอยู่รอดที่เกิดจากความจำเป็น

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมพบว่าบางครั้งคุณค่าชีวิตไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขในบัญชี แต่อยู่ที่ความภูมิใจที่เราสามารถยืนหยัดและดูแลคนที่เรารักได้แม้ท่ามกลางข้อจำกัด ด้วยการจัดการสิ่งที่เราควบคุมได้ให้ดีที่สุด ทั้งการจัดสรรเงินให้ลงตัว ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และมีวินัยไม่สร้างหนี้เพิ่ม สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ว่า แม้เราเลือกต้นทุนชีวิตไม่ได้ แต่เราเลือกจัดการชีวิตให้ดีขึ้นได้ ด้วยมือของเราเอง

ผมหวังว่าทุกคนที่อ่านเรื่องราวนี้ อย่างน้อยจะได้รับแรงใจ แนวทางการจัดสรรเงินที่มีอยู่ หรือความหวังที่จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะต้องเริ่มต้นจากจุดไหน ชีวิตยังหมุนต่อได้เสมอครับ


เกี่ยวกับผู้เขียน“อ้ายหมอหนี้” หรือ “มิ่งขวัญ ประเสริฐศิวพร” หนึ่งในพนักงานบริษัทสินเชื่อ “เงินติดล้อ” มีภารกิจหลักคือตระเวนไปตามชุมชนทั่วประเทศ เพื่อเรียนรู้ ทำความเข้าใจปัญหาการเงินและหาวิธีแก้ไขโดยการสร้างโอกาสทางความรู้ด้านการเงิน ด้วยเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยความเชื่อว่า “ความรู้ ความคิด และวินัยทางการเงิน” จะช่วยให้ผู้คนมีชีวิตดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณและคนรอบข้าง เป็นแรงบันดาลใจให้เห็นถึงความสำคัญของความรู้และวินัยทางการเงิน และพอจะเป็นเสียงสะท้อนที่ทำให้หลายคนเข้าใจ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น หากใครที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทางการเงิน สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ TikTok อ้าย-หมอ-หนี้

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล