ยืนยันสิทธิ รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสูงสุด 1,000 บาท ได้ช่องทางไหนบ้าง

ยืนยันสิทธิ รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสูงสุด 1,000 บาท ได้ช่องทางไหนบ้าง

ยืนยันสิทธิ รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสูงสุด 1,000 บาท ได้ช่องทางไหนบ้าง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แจกเงินสูงสุด 1,000 บาท เป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เช็กช่องทางการยืนยันตัวตนได้ที่ไหนบ้าง

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือ เงินคนแก่ ล่าสุด ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน เปิดขั้นตอนการยืนยันสิทธิลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปีงบประมาณ 2570 พร้อมคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ และเอกสารที่ต้องเตรียม โดยมีรายละเอียดดังนี้

คุณสมบัติเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

  • สัญชาติไทย
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
      *นับอายุถึง วันที่ 1 ก.ย. 2569 (เกิดก่อน 2 ก.ย. 2510)
      *หรืออายุเกิน 60 ปีแล้ว แต่ไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน
  • ไม่มีรายได้ หรือ รายได้ไม่พอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด

ช่วงเวลา ยืนยันสิทธิ/ลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ยืนยันสิทธิ: ระหว่างเดือนมกราคม-เดือนธันวาคมของทุกปี
(กำหนดการขึ้นอยู่กับดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ให้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม)

ยืนยันสิทธิเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ไหน

กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเขตที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ
ต่างจังหวัด: ที่ว่าการอำเภอ, องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

กรณีไป “ด้วยตนเอง”

  1. บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย (ตัวจริง)
  2. ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน ที่เป็นปัจจุบัน (ตัวจริง)
  3. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์ ตัวจริงพร้อมสำเนา (ถ้ารับผ่านธนาคาร)

กรณี “มอบอำนาจให้ผู้อื่น”

  1. หนังสือมอบอำนาจ (ลงลายมือชื่อผู้มอบอำนาจและพยานครบถ้วน)
  2. สำเนาบัตรประชาชนผู้มีสิทธิ 1 ชุด
  3. สำเนาทะเบียนบ้านผู้มีสิทธิ 1 ชุด
  4. สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ 1 ชุด
  5. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีสิทธิ 1 ชุด (ถ้ารับผ่านธนาคาร)

วิธีรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

  • รับเงินสดด้วยตนเอง
  • รับเงินสดโดยผู้รับมอบอำนาจ
  • โอนเข้าบัญชีธนาคา ชื่อผู้มีสิทธิ
  • โอนเข้าบัญชีธนาคารชื่อผู้รับมอบอำนาจ

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจ่ายเงินวันไหน

  • จ่ายทุกวันที่ 10 ของเดือน ถ้าตรงวันหยุด รัฐจ่ายวันทำการก่อนหน้า
  • เริ่มจ่ายเดือนถัดไป หลังยืนยันสิทธิและตรวจคุณสมบัติครบ ยกเว้นผู้ที่เกิดวันที่ 1 รับเงินในเดือนนั้นได้

จ่ายเป็นรายเดือน อัตราแบบขั้นบันได

  • อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับ 600 บาท
  • อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับ 700 บาท
  • อายุ 80- 89 ปี จะได้รับ 800 บาท
  • อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท

หมายเหตุ

  • การจ่ายเงินให้ผู้รับมอบอำนาจ: เมื่อยืนยันตัวบุคคลตรงตามมอบอำนาจ และยืนยันว่าผู้มีสิทธิยังมีชีวิตอยู่ ณ วันที่ 1 ของทุกเดือน (จ่ายเต็มเดือน)
  • กรณีรับเงินโดยสุจริตทั้งที่ “ไม่มีสิทธิ”: ให้ อปท. ตรวจข้อเท็จจริง รายงานผู้บริหาร และ ระงับการจ่าย ต่อไป (งดเรียกคืนในกรณีสุจริต)

การย้ายที่อยู่ (ย้ายภูมิลำเนา)

การยืนยันสิทธิ

  • ต้องไปยืนยันสิทธิที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่

การจ่ายเบี้ยยังชีพหลังยืนยัน

  • เมื่อยืนยันสิทธิเรียบร้อยแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่จะเริ่มจ่ายใน “เดือนถัดไป” โดยต้องได้รับการยืนยันข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิม

หากไม่ยืนยันสิทธิ

  • จะยังได้รับเงินเบี้ยยังชีพจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิมจนถึงสิ้นปีงบประมาณที่แจ้งย้ายเท่านั้น

กรณีล่าช้า/ยังไม่ดำเนินการ

  • หากยืนยันสิทธิไม่ทันภายในปีงบประมาณที่แจ้งย้าย ยังสามารถยืนยันสิทธิภายหลังได้และจะเริ่มรับเงินเบี้ยยังชีพในเดือนถัดไปหลังยืนยัน

สรุป: เมื่อย้ายบ้าน/ภูมิลำเนาแล้ว รีบยืนยันสิทธิที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่ เพื่อไม่ให้ขาดสิทธิการรับเบี้ยยังชีพในอนาคต

การสิ้นสุดการได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

  • ผู้มีสิทธิเสียชีวิต
  • ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์
  • ผู้มีสิทธิ ยื่นสละสิทธิเป็นหนังสือ ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

หมายเหตุ : กรณีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีผู้สูงอายุสิ้นสุดลง ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ สั่งระงับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสำหรับบุคคลดังกล่าวทันที

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล