เคทีซี ผนึก PetGeneX ยกระดับการดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยสเต็มเซลล์ที่แรกในไทย รับตลาดบูมแสนล้านบาท
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/mn/0/ud/189/946860/ktc(9).jpgเคทีซี ผนึก PetGeneX ยกระดับการดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยสเต็มเซลล์ที่แรกในไทย รับตลาดบูมแสนล้านบาท

เคทีซี ผนึก PetGeneX ยกระดับการดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยสเต็มเซลล์ที่แรกในไทย รับตลาดบูมแสนล้านบาท

แชร์เรื่องนี้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนเลี้ยงสัตว์ในยุคปัจจุบัน มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะจากเดิมเป็นเพียงเฉพาะเจ้าของสัตว์เลี้ยง (Pet Ownership) ได้กลายมาเป็นการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) และกำลังก้าวสู่ยุคสัตว์เลี้ยงที่มีอายุยืน (Pet Longevity) สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่อยากจะให้สัตว์เลี้ยงอยู่ด้วยกันให้นานมากขึ้น ฉะนั้น ค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์เลี้ยงแบบ Pet Humanization จะมากถึง 50,500 บาทต่อตัวต่อปี ขณะที่ค่าใช้จ่ายการดูแลสัตว์เลี้ยงแบบ Pet Ownership จะเฉลี่ยอยู่ที่ 7,910 บาทต่อตัวต่อปี ที่สำคัญในกลุ่ม Pet Humanization พร้อมลงทุนในนวัตกรรมเพื่อยืดอายุและคุณภาพชีวิต ส่งผลให้ตลาดสินค้าและบริการด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงขยายตัวต่อเนื่องที่ 92,000 ล้านบาท ในปี 68 และคาดว่าปี 69 มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงจะเติบโตที่ราว 1.01 แสนล้านบาท

เคทีซี ผนึกกำลังกับ PetGeneX ยกระดับการดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยสเต็มเซลล์แห่งแรกในประเทศไทย ที่ก่อตั้งโดยสัตวแพทย์ และทีมนักวิจัยทางเทคโนโลยีชีวิภาพ เพื่อขานรับความต้องการของ Pet Parenting ในอนาคต

952828

น.ส.สิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เทรนด์ Pet Parenting เติบโตอย่างต่อเนื่อง สัตว์เลี้ยงได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และครอบครัว เจ้าของพร้อมลงทุนมากขึ้นในด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต เพื่อให้น้องหมาและน้องแมวอยู่กับเราได้นานที่สุด

ข้อมูลจากสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีในปี 2568 พบว่ายอดใช้จ่ายในหมวดสัตว์เลี้ยงมีมูลค่ารวมกว่า 1,125 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11% จากปี 2567 และสมาชิกบัตรฯ มีการใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอในทุกช่วงวัย สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากการดูแลสัตว์เลี้ยงทั่วไป สู่การลงทุนด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงในระยะยาว

ktcpetgenex2

อาจารย์สัตวแพทย์ชัยยศ ธารรัตนะ ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา PetGeneX กล่าวว่า ปัจจุบันสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในสมาชิกของหลายๆ ครอบครัวอย่างแท้จริง เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวขึ้น ปัญหาโรคเรื้อรังและโรคเสื่อมตามวัยจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อาทิ โรคระบบกระดูกและข้อ โรคไตและระบบขับถ่าย โรคตับและระบบทางเดินอาหาร โรคระบบผิวหนังและภูมิแพ้ โรคระบบประสาทและสมอง

การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงในยุคใหม่ต้องอาศัยมาตรฐาน ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในระดับเดียวกับการแพทย์มนุษย์ เราเชื่อว่า “สุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยง คือคุณภาพชีวิตที่ดีของครอบครัว” PetGeneX ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านการแพทย์ฟื้นฟู เพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ปัจจุบันธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ให้บริการคัดแยก เพาะเลี้ยงและจัดเก็บ สเต็มเซลล์ด้วยมาตรฐานระดับสากล เรานำเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับระบบชีวภาพของสัตว์เลี้ยง เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สัตว์เลี้ยงเลือกได้ตามความต้องการและความเหมาะสมของน้องๆ โดยมีแพ็คเกจเก็บสเต็มเซลล์ให้เลือกหลายรูปแบบ

757100

ตั้งแต่การเก็บระยะสั้นเพื่อเริ่มต้น ไปจนถึงการเก็บระยะยาวพร้อมเพาะเลี้ยงเพื่อใช้รักษาได้จริงในอนาคต ภายใต้การดูแลด้วยมาตรฐานห้องปฏิบัติการสากล ISO 9001:2015 และ ISO 13485:2016 พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสเต็มเซลล์และสัตว์แพทย์ มีการรายงานการตรวจสอบคุณภาพของเซลล์ทุกเคส เพื่อให้มั่นใจว่าสเต็มเซลล์ของจะถูกเก็บรักษาอย่างปลอดภัย และพร้อมใช้งานได้จริง รองรับการเก็บรักษาได้ยาวนานสูงสุดถึง 20 ปี

ดร.พงศกร กันหอม นักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพและผู้ร่วมก่อตั้ง PetGeneX กล่าวว่า Cryobank คือ “หลักประกันด้านสุขภาพในอนาคต” ของสัตว์เลี้ยง การจัดเก็บสเต็มเซลล์ต้องอาศัยทั้งวิทยาศาสตร์ ความโปร่งใสและมาตรฐานจริยธรรม เพื่อให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงมั่นใจว่าเซลล์ที่จัดเก็บไว้จะมีคุณภาพและพร้อมใช้งานจริง โดยเฉพาะ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ซึ่งมีศักยภาพในการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ลดการอักเสบเรื้อรัง และสนับสนุนการรักษาโรคที่ซับซ้อน เช่น โรคข้อเสื่อม โรคตับหรือไตเสื่อม และการบาดเจ็บของระบบประสาท

PetGeneX ให้บริการฝากเก็บและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จาก 3 แหล่งสำคัญ ได้แก่

  • เลือด (Peripheral Blood) ไม่ต้องผ่าตัด-วางยา-กินยา หรือฉีดยากระตุ้นเซลล์ก่อนจัดเก็บ สะดวกและปลอดภัย เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงในทุกช่วงวัย
  • ไขมัน (Adipose Tissue) สเต็มเซลล์ที่ถูกสกัดจากเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนังของสัตว์เลี้ยง ถือเป็นแหล่งสเต็มเซลล์ที่มีจำนวนมาก เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่กำลังผ่าตัดทำหมัน หรือผ่าตัดทั่วไป
  • สายสะดือ (Umbilical Cord) สเต็มเซลล์ที่ได้จากสายสะดือของสัตว์เลี้ยง หลังคลอดทันที เป็นแหล่งของเซลล์ต้นกำเนิดที่มีความบริสุทธิ์และศักยภาพสูงที่สุด ให้เซลล์อายุน้อย สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับสัตว์เลี้ยงตั้งแต่แรกเกิด

จากข้อมูลงานวิจัยและเคสที่เกิดขึ้นพบผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ด้านร่างกาย (Physical Improvement) มากกว่า 70% ของสุนัขที่มีโรคข้อเสื่อม สามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เดินและวิ่งได้นานขึ้น และลดการใช้ยาแก้ปวด ประมาณ 50–60% ของแมวที่เป็นโรคไตเรื้อรัง มีค่าการทำงานของไตดีขึ้น ภายใน 3–6 เดือนหลังได้รับสเต็มเซลล์ ในสัตว์เลี้ยงที่มีภาวะผิวหนังอักเสบหรือภูมิแพ้ มีอาการคันและผื่นแดงลดลงภายใน 1–2 เดือน ด้านคุณภาพชีวิต (Quality of Life) กว่า 80% จากการรักษารายงานว่า “น้องกลับมาสดใสขึ้น” เช่น กินอาหารได้ ขนเงางามและเล่นกับเจ้าของได้เหมือนเดิม

รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา น้อยสา หัวหน้าห้องปฏิบัติการวิเคราะห์และพัฒนานวัตกรรมด้วยเซลล์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 เป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย ที่ผลักดันให้งานวิจัยสามารถก้าวข้ามจากห้องแล็บออกมาสู่การใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์ การจัดเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในอนาคต จำเป็นต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวดในทุกขั้นตอน

938157

โดยต้องจัดเก็บในถังไนโตรเจนเหลวที่ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติตามมาตรฐานสากล ที่อุณหภูมิ –196 องศาเซลเซียส พร้อมระบบติดตามและสำรองฉุกเฉิน เพื่อคงศักยภาพของเซลล์ต้นกำเนิดให้พร้อมใช้งาน ซึ่ง แนวทางและกระบวนการดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐานการดำเนินงานของ PetGeneX ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความพร้อมของสเต็มเซลล์สำหรับการนำกลับมาใช้ฟื้นฟูสุขภาพสัตว์เลี้ยงในอนาคต ภายใต้ระบบห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานและสามารถตรวจสอบได้

479348

สำหรับสมาชิกบัตรเคทีซีที่ให้ความสนใจนวัตกรรมธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดสำหรับสัตว์เลี้ยง เคทีซี มอบสิทธิพิเศษสำหรับการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง โดยมีส่วนลด 5% ทุกแพ็กเกจบริการ พร้อมผ่อน 0% นาน 3 เดือน และใช้คะแนน KTC FOREVER แลกรับเครดิตเงินคืน 10% เมื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์ ระหว่างวันที่ 20 ม.ค. 69–28 ก.พ. 69

นอกจากนี้ เคทีซี ยังร่วมกับ 12 พาร์ทเนอร์ในธุรกิจสัตว์เลี้ยง ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาลสัตว์และ Pet Shop อาทิ เพ็ทช้อป อาทิ โรงพยาบาลสัตว์ฮาโตะ, โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7, เพ็ทคลับ, เพ็ทเลิฟเวอร์ เซ็นเตอร์ และเพ็ทซาฟารี เพื่อสนับสนุนให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงเข้าถึงการดูเลสุขภาพสัตว์เลี้ยงได้ง่ายขึ้น