SKF ขับเคลื่อนอนาคตด้วยนวัตกรรม-สร้างโซลูชั่นด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมไทย

SKF ขับเคลื่อนอนาคตด้วยนวัตกรรม-สร้างโซลูชั่นด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมไทย

SKF ขับเคลื่อนอนาคตด้วยนวัตกรรม-สร้างโซลูชั่นด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตลับลูกปืน เป็นชิ้นส่วนขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับการหมุนซึ่งมีอยู่ทุกที่ทุกอุตสาหกรรม เช่น มอเตอร์ ปั๊มน้ำ พัดลม หรือในอุตสาหกรรมสายพาน และเครื่องจักรต่างๆ ในโรงงานขนาดใหญ่ และชื่อของ SKF ก็มาจากคำว่า Svenska Kullagerfabriken เป็นภาษาสวีเดนแปลว่า โรงงานของสวีเดนที่ผลิตตลับลูกปืนเม็ดกลม เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีศตวรรษ SKF ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1907 ที่ประเทศสวีเดนเป็นผลิตภัณฑ์แรกของธุรกิจ ใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ เรือกลไฟ หรือรถไฟในสมัยก่อน

ต่อมาปี 1926 SKF ก่อตั้งบริษัท Volvo และถือกำเนิดที่เมืองเดียวกันคือ Gothenburg และแยกบริษัท Volvo ออกไปในปี 1935 และยังร่วมสปอนเซอร์ให้ Formula 1 และเฟอร์รารี่ ตั้งแต่ 1947 จนถึงปัจจุบัน

mr.tawiwatreongpunyaroj(man

สำหรับประเทศไทยนั้น นายทวิวัชร์ เรืองปัญญาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส เค เอฟ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า SKF เริ่มต้นเมื่อปี 1960 เมื่อบริษัท East Asiatic จากเดนมาร์กนำตลับลูกปืน SKF เข้ามาจำหน่าย ต่อมา SKF ตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการในปี 1987 โดยได้รับความร่วมมือที่ดีจากดีลเลอร์ในย่านเยาวราช คลองถม บางรายทำงานร่วมกันมาหลายสิบปี จนปัจจุบันมี Distribution Network เกิน 10 เจ้าที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ SKF มากว่า 30 ปี อีกทั้ง SKF ยังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จธุรกิจ และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของไทยหลายแห่ง เช่น อุตสาหกรรมน้ำตาล, แป้ง และยางพารา ซึ่งเป็น 3 อุตสาหกรรมที่ประเทศไทยเป็นเบอร์ 1 ของโลก และยังมีอีกหลายอุตสาหกรรมสำคัญในประเทศไทย

สำหรับพันธกิจของ SKF Global คือ Together, we re-imagine rotation for a better tomorrow คือการร่วมมือกันเพื่อคิดใหม่ทำใหม่ในเรื่องที่เกี่ยวกับ rotation หรือการหมุนอีกครั้งเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น ซึ่งในส่วนของ SKF ส่วนใน SKF ประเทศไทย มีเป้าหมาย 3 ข้อ

  1. Partnership – ให้ความร่วมมือ ร่วมพัฒนาธุรกิจไทยให้เจริญเติบโต ด้วยเทคโนโลยีของ SKF
  2. Transformation – ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายที่อยู่แถวคลองถม พารท์เนอร์ หรือแม้กระทั่งตัวบริษัทของ SKF เองก็ต้องมีการทรานส์ฟอร์มให้เหมาะสมกับตลาดในปัจจุบัน ปรับตัวจาก traditional trade > modern trade > e-commerce หรือเอาดาต้ามาวิเคราะห์ว่าทำอย่างไรที่จะสามารถอยู่ในตลาดและเติบโตได้
  3. Sustainability - เป็นสิ่งที่ SKF โฟกัสและให้ความสำคัญในเรื่องของความยั่งยืนเป็นอย่างมาก ทั้งในตัวสินค้า ธุรกิจ สิ่งแวดล้อม หรือบุคลากรต่างๆ

สำหรับจุดแข็งของ SKF คือ การคิดค้นตลับลูกปืนรูปแบบใหม่ๆ หรือผลิตตลับลูกปืนเฉพาะทางให้เหมาะกับแต่ละอุตสาหกรรม เช่น ตลับลูกปืน Food grade ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งมีการพัฒนานวัตกรรมทั้งในเรื่องของวัสดุที่น้ำหนักเบาและแข็งแรงขึ้นมาโดยตลอด ที่สำคัญ SKF ไม่ได้ขายแค่ตลับลูกปืนอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมี Solution Service ที่เป็น Total Solution ตั้งแต่การตรวจสอบด้วยระบบโดยทีมงาน และการให้คำแนะนำพร้อมอุปกรณ์ มีการเก็บข้อมูลออนไลน์เพื่อแจ้งการเปลี่ยน หรือหากเกิดความเสียหายของตลับลูกปืน ก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่าเกิดจากอะไร เพื่อการแก้ไขที่ตรงจุด

นายทวิวัชร์ มองว่า ปัจจุบันธุรกิจเติบโตแบบ K-Shaped คือบางธุรกิจโต บางธุรกิจถดถอย ดังนั้น SKF จึงได้เตรียมแนวทางไว้รองรับ 2 แบบเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า คือ ธุรกิจที่เติบโตจะนำเสนอนวัตกรรม สิ่งที่ดีมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่หากธุรกิจกลุ่มไหนเติบโตลดลง ก็จะนำเสนอ Solution ให้ลูกค้าสามารถใช้สินค้าได้นานและยั่งยืนที่สุด พร้อมกับมองว่าตลาดตลับลูกปืนในปีนี้คงที่ แต่จะเน้นการให้บริการเพราะยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่อง

ปัจจุบัน SKF ทั่วโลกมีศูนย์ Circular Solution Centre สำหรับปรับสภาพและฟื้นฟูตลับลูกปืน หรือ Remanufacturing อยู่ประมาณ 70 แห่ง โดยในไทยเพิ่งเปิดตัวศูนย์ฯ ที่จังหวัดอยุธยา เมื่อปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา โดยให้บริการปรับสภาพและฟื้นฟูตลับลูกปืนทุกแบรนด์ไม่ใช่เฉพาะของ SKF เพียงอย่างเดียว

2.staffworkingonremanufac

ส่วนทิศทางของธุรกิจตลับลูกปืนในระดับโลก นายทวิวัชร์ มองว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก อย่างการใช้ Smart Bearing หรือ ตลับลูกปืนอัจฉริยะ ในอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่ปัจจุบันเปลี่ยนจากรถสันดาปภายใน ใช้เครื่องยนต์ที่มีตลับลูกปืนหลายร้อยชิ้น มาเป็นรถ EV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ที่ใช้ตลับลูกปืนแค่สี่ชิ้นแทน ทำให้ปริมาณการใช้ตลับลูกปืนลดลง แนวทางของผลิตภัณฑ์ของ SKF จึงต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนา Smart Bearing หรือตลับลูกปืนที่มีเซนเซอร์อยู่ข้างในเพื่อส่งข้อมูลเข้าระบบควบคุมรถยนต์ ดังนั้นแม้จำนวนการใช้ตลับลูกปืนลดลง แต่มูลค่ากลับสูงขึ้น

3.inspectingmachinebearing

อีกเทรนด์ คือ Sustainability หรือความยั่งยืน SKF มีนวัตกรรมการนำตลับลูกปืนที่ใช้แล้วมาปรับปรุงสภาพและกลับมาใช้ใหม่ (Remanufacturing) เพราะนอกจากตัวตลับลูกปืนใหม่จะมีมูลค่าสูงแล้ว การผลิตตลับลูกปืนใหม่ต้องใช้ทรัพยากรมาก ทั้งเหล็กและการใช้พลังงานที่สูงมากในการหลอม ซึ่งนวัตกรรมนี้จะสามารถนำตลับลูกปืนเก่ากลับไปใช้ใหม่ไม่ต่ำกว่า 4 รอบ ช่วยประหยัดพลังงาน ลดคาร์บอน โดยกระบวนการฟื้นฟูตลับลูกปืนเก่า เริ่มที่การตรวจเช็คสภาพ โดยใช้การแจ้งเตือนจากระบบ Condition Monitoring ก่อนส่งมาปรับสภาพ หลังจากนั้นก็จะนำตลับลูกปืนมาซ่อมแซมพื้นผิว และเช็คการรับน้ำหนักหรือแรงกระแทกให้อยู่ในสภาพเหมือนใหม่ ก่อนส่งคืนลูกค้า การ Remanufacturing นอกจากจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และสร้างความยั่งยืนแล้ว ยังมีการรับรองคาร์บอนเครดิตให้กับทางลูกค้าด้วย

skf3

ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมของผลิตภัณฑ์ตลับลูกปืนประเทศไทยปี 2568 อยู่ที่ราว 25,000 ล้านบาท โดย SKF มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 10-11% แบ่งเป็นตลาดอุตสาหกรรมรถยนต์ 50% และตลาดอุตสาหกรรมทั่วไป 50%

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่อยู่ระหว่างการดำเนินการในไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่

  1. การปรับโครงสร้างธุรกิจที่เกี่ยวกับ Automotive ออกไป เพราะทิศทางของธุรกิจยานยนต์ และธุรกิจอุตสาหกรรมทั่วไปแตกต่างกัน โดยจะเริ่ม 1 เม.ย. 2026 ส่วนในประเทศไทย ตอนนี้ได้เริ่มดำเนินการตาม Direction ของ SKF Global แล้วเช่นกัน
  2. การก่อสร้าง Distribution Center ที่แหลมฉบัง พื้นที่กว่า 40,000 ตร.ม. เป็น Regional Hub ในการกระจายสินค้าในภูมิภาค ทั้ง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมา และซัพพอร์ตตลาดไทยโดยเฉพาะ
  3. การเปิด Circular Solution Centre ที่อยุธยา เปิดศูนย์ Remanufacturing ปรับปรุงตลับลูกปืนเก่าให้มีสภาพเหมือนใหม่ เมื่อ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา
  4. การใช้ EV track เพื่อประหยัดพลังงานและลดการเปล่อยคาร์บอน โดยร่วมกับพาร์ทเนอร์โลจิสติกส์ ใช้รถบรรทุกไฟฟ้า ขนส่งสินค้าให้ตัวแทนในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล