.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ ที่ประชุม ครม. เห็นชอบ ทบทวนหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมเพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะน้ำท่วมขังนาน 4 เดือน ผู้ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินเพิ่มอีก 20,000 บาท เป็นการ ให้เพิ่มจากเดิม ที่ได้รับเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท พร้อมกับเห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 เพิ่มเติม
โดยการเพิ่มกรณีผู้ได้รับผลกระทบไม่ได้อยู่ในอาคารบ้านเรือนที่มีน้ำท่วมขัง แต่อยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำล้วมรอบ และส่งผลกระทบต่อชีวิตนานเกิน 7 วันขึ้นไป (เดิมให้เฉพาะคนที่อยู่ในอาคารบ้าเรือนที่มีน้ำท่วม) จะได้รับเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท พร้อมกับประเมินว่าจะมีผู้ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกราว 21,176 ครัวเรือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 9,000 บาทมาก่อน
กรณีที่มีผู้ประสบอุทกภัยขึ้นใหม่ภายใต้หลักเกณฑ์นี้หากเคยได้รับเงินช่วยเหลือไปแล้ว จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือซ้ำอีก ส่วนหลักเกณฑ์ข้ออื่นๆ ยังคงเดิมตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 68
นอกจากนี้ นายกฯ ได้สั่งการให้ศึกษาแนวทางเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นเวลานาน โดยกระทรวงมหาดไทย ได้เสนอขอค่าเยียวยาเบื้องต้นให้กับครอบครัวผู้ประสบภัย ในกรณีน้ำท่วมขังบริเวณที่อยู่อาศัยประจำเป็นกรณีพิเศษต่อ ครม. โดยใช้กรอบวงเงินงบประมาณในการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากงบกลาง ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 68
ซึ่งตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 68 ได้เห็นชอบกรอบวงเงินใช้จ่ายงบกลางปี 69 เพื่อเยียวยาน้ำท่วมจำนวน 6,170 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากฤดูฝนปี 2568 ตั้งแต่ 15 พ.ค. 68 เป็นบ้านเรือนที่น้ำท่วมขัง ได้รับการเยียวยาเพียง 9,000 บาทต่อครัวเรือน โดยกระทรวงมหาดไทยได้ประเมินว่ามี 685,554 ครัวเรือน ใน 65 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ และได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว 2,520 ล้านบาท หรือคิดเป็น 49.84% ของวงเงินทั้งหมด
สรุป ถ้าประชาชนถูกน้ำท่วมมากกว่า 4 เดือน จะได้รับเงินเยียวยาเดิม + เกณฑ์ใหม่ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 29,000 บาท
ขณะเดียวกัน นายกฯ ยังได้มีข้อห่วงใยหากผู้ใดที่ถูกน้ำท่วมเกิน 4 เดือนขึ้นไป ขอให้คณะกรรมการฯ ไปคิดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเพื่อให้มีการอุดหนุนครั้งเดียว จากนั้นมารายงานให้ทราบต่อไป