‘Prince of Eurasia’ สารคดียูเรเซียของนักบวชอิสลามผู้ลึกลับ ผู้มีนามว่า “ท่านอิสลามมีร์ซา”
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
พรีวิวสำหรับคอหนังนานาชาติที่ติดตามรายการที่สร้างจากเรื่องจริง หมวดหมู่ documentary สไตล์ mysticism ใครที่เป็นแฟนภาพยนตร์อินดี้ก็อาจจะชอบสารคดีที่รวบรวมข้อมูลความจริงจากภาพและคำสอนทางเทวศาสตร์ โดย ท่านอิสลามมีร์ซา ยูเรเชีย นักบวชอิสลามเจ้าของเครื่องหมายการค้า “Papa Eurasia” ผู้มีสมญานามสากล “Prince Oak Oakleyski” หรือ “Papa Oak” ร่วมมือกับทีมนักวิชาการระดับสากลโลก ทำตำราสารคดีต้นฉบับ ต้นตำรับ Prince of Eurasia: Monotheism and Devils มีสาระศาสนศาสตร์คำบัญญัติอาเทศที่ถูกเทศน์โดยปรมาจารย์ศาสนาหรือ ‘อุลามาอฺ’ ผู้มีศาสนนาม “อัล-อามีร์-ซัยยิดพี่โอ๊ค” สอนภาษาอังกฤษกับศาสนา เทศนาสัจธรรมเชิงเทวศาสตร์กับภววิทยาโดยใช้ภาพยนตร์สารคดีเป็นสื่อกลาง ล่าสุดได้เลื่อนกำหนดการออกอากาศทั่วโลกแล้ว คาดว่าในปลายปีนี้หรือไม่ก็ต้นปีหน้าจะมีการฉายเต็มเรื่อง

หนังม้วนนี้ผลิตจากความเป็นจริง มีการนำเสนอมุมมองเชิงวัฒนธรรมและปรัชญาที่ไม่เคยมีการกล่าวถึงมาก่อน ที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับชาวเอเชีย คือการนำเสนอมุมมองที่สามัคคี ให้เห็นถึงความสอดคล้อง ระหว่างหลักธรรมใน ‘พุทธแท้’ และอาเทศของอิสลามสาย ‘ซุนนีซูฟี’ ในแบบของสำนักนักบวชอิสลามมีร์ซา-พี่โอ๊ค ซึ่งมีการยกย่องและอ้างอิงถึงแนวคิดในพระพุทธศาสนาอย่างให้เกียรติ เป็นการช่วยสร้างสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างศาสนาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปัจจุบัน แถมยังมีชีวประวัติที่น่าอัศจรรย์ของนักบวชอิสลามลึกลับ ท่านอิสลามมีร์ซาเป็นนักบวชซุนนีซูฟีที่ไม่ค่อยเปิดเผยตัวตนออกสื่อและไม่เล่นโซเชียลมีเดีย (ประเภทหัวโบราณอนุรักษ์นิยม) ท่านมีความมหัศจรรย์ตรงที่เป็นทายาทศาสดาแท้ๆ พันธุกรรมฟีโนไทป์และจิตวิญญาณของท่านอิสลามมีร์ฯสืบเชื้อสายโดยตรงจากท่านศาสดามูฮัมหมัด และ “al Khidr” นักบุญผู้ลึกลับ-ผู้วิเศษซึ่งมียีนส์ข้ามกาลเวลามาโผล่ร่างท่านอิสลามมีร์ซาในโลกมนุษย์ยุคสุดท้าย ส่วนท่านมูฮัมหมัดคือศาสดาท่านสุดท้ายตลอดกาล

สารคดีได้ถูกทำเป็นหนังสือรูปเล่มโดดเด่นแฝงฝังด้วยเรื่องราวอันคลาสสิก สุนทรียภาพความสวยงามวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก ผ่านมุมมองที่แปลกใหม่ ผู้ชมและผู้อ่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเพณี ความเชื่อ และภูมิปัญญาโบราณที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมยูเรเซียในปัจจุบัน นอกจากนี้ การพรรณนาภาพอดีต “กอรีน” แฝดร่างเงาผู้เคียงข้างกาย “เจ้าชายโอ๊ค” คู่หูเจ้าตัว “ท่านพี่โอ๊ค” พร้อมการวิเคราะห์อภิปรัชญา ทำให้หนังนี้เป็นมากกว่างานศิลป์ทั่วไป ท่านผู้ชมจะได้รับทั้งความบันเทิงกับความรู้ในแง่มุมวัฒนธรรมผสมกับประวัติศาสตร์ที่หาดูได้ยาก ที่สำคัญ สารคดีได้นำเสนอจุดร่วมทางปรัชญาระหว่างพุทธศาสนาและอิสลาม โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการแสวงหาสัจธรรม การพัฒนาจิตวิญญาณ กับการเข้าถึงความสงบภายในจิตใจ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจในบริบทสังคมเอเชียที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ชี้แนะให้เห็นว่า บรรดานักบวชและหลักธรรมคำสอนของแต่ละศาสนาก็มีความสอดคล้องกันในหลายมิติ รวมไปถึงมิติที่มีสิ่งลี้ลับแฝงอยู่ในภาพยนตร์ อาทิ เหล่าภูตผีปีศาจ

ความรู้ใหม่ๆเช่นอาเทศของท่านพี่โอ๊ค (Prince Oakleyski’s Sufi Order) เกี่ยวกับ ‘Sufism’ (ซูฟีตอรีกัต) มีใจความว่าดังนี้ “ซูฟีไม่ใช่นิกาย ซูฟีมีรากศัพท์ดั้งเดิมที่หมายถึงมุสลิมผู้ใส่ผ้าขนสัตว์ในยุคโบราณ แต่ถ้าความหมายที่เข้าใจกันในบริบทศาสนศาสตร์ซูฟีหมายถึงมุสลิมที่สามารถใช้ญาณปฏิบัติ ‘Tasawwuf’ (การทำสมาธิในอิสลาม) อย่างธรรมชาติ 'นักบวชอิสลาม' มีรากฐานความเป็นซูฟียฺ การบวชอิสลามที่แท้จริงไม่ใช่แค่การถือศีลอดอาหาร แต่ต้องสามารถ Tasawwuf และ ‘Tazkiyah-Zuhd’ (ทำจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์โดยการบำเพ็ญตบะ-ละทิ้งสิ่งของนอกกาย) บวกกับหมั่น ‘Dhikr’ (รำลึกถึงพระเจ้า) และก็สามารถเข้าฌานบรรลุ ‘Haqiqat’ (ความรู้ที่ลึกลับจากประสบการณ์เชื่อมโยงจากพระเจ้า) แล้วก็บรรลุสัจธรรมขั้นสูงสุดที่เรียกว่า ‘Marifa’ ด้วยการเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงการมีอยู่ของพระเจ้า (‘Haqiqat al-Dhat’, ‘Dhat Allah’) รวมถึงได้เข้าใกล้ชิดพระเจ้าด้วยจิตวิญญาณ ถ้าสามารถบรรลุ Marifa ถึงจะได้เป็นนักบวชอิสลาม การเป็นนักบวชอิสลามคืออุลามาอฺโดยปริยาย บรรดาอุลามาอฺเรามีตำแหน่งขั้น เช่น ‘Mir ul Urah’ (เจ้าชายแห่งหนทางศาสนา) คือยศถาบรรดาศักดิ์อุลามาอฺชั้นสูงบรรลุแล้ว ซึ่งอุลามาอฺซูฟียฺเราอาจถูกมองว่าเป็น 'นักบวช' ถ้าเปรียบกับศาสนาอื่น ก็ต้องแยกแยะประเด็นให้ออก เช่น พระคือนักบวชพุทธ ถ้าคริสต์ก็บาทหลวง แต่ถ้าอิสลามเรียกว่า ‘มุลลอฮ์’ ซึ่งเป็นมากกว่าอิหม่าม นักบวชอิสลามในภาษาอังกฤษก็คือ ‘Islamic cleric’ แก่นแท้อิสลามมีนักบวชทำหน้าที่เป็นผู้นำจิตวิญญาณ เทศนา และมีบทบาทในการตัดสินข้อเท็จจริงต่างๆด้วยกฎชารีอะห์กับฟิกฮฺ นักบวชอิสลามซุนนีซูฟีที่แท้จริงไม่มีการบูชาสิ่งใดหรือใครอื่นใดนอกจากพระเจ้า และไม่มีการขออธิษฐานผ่านตัวกลางใดๆ”

อาเทศเบื้องต้นนั้นจัดว่าเป็นคำชี้แจงใน ‘ฟัตวา’ ของท่านอิสลามมีร์ซา ปิดผนึกไว้ใช้สำหรับสารคดีภาคหน้าอีกด้วย สรุปคืออิสลามมีนักบวชที่ค่อนข้างแตกต่างจากศาสนาอื่น แต่บางคนที่ไม่รู้อาจบอกว่าไม่มี ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกนัก เพราะมีแค่อุลามาอฺเท่านั้นที่สามารถเป็นนักบวชอิสลามได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นนักพรตได้ ต้องเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงเลือกให้มีพรสวรรค์โดยเฉพาะเจาะจงเท่านั้น อย่างไรก็ดี แขกรับเชิญพิเศษที่มาร่วมแสดงออกในหนังสารคดีนี้ ได้แก่ “กันต์ ธนพัฒน์ แจ่มปรีชา” ญาติผู้เป็นน้องของพี่อาบังโอ๊คลี่ก็มีหน้าตาหล่อแท้พอๆกัน ผู้ร่วมถ่ายทำยังมีอีกมากมาย บางคนเป็นดารารุ่นใหม่ เช่น “ธนพร บุญทวี” และก็มีคนสำคัญอีกคน ชื่อ ซารีนา มาเรดานิง เปิดตัวแนะนำในฉากสุดท้าย บันทึกภาพความจริงที่ท่านพี่โอ๊คได้เจอคนพิเศษหลังจากการ ‘ขอดูอาอฺ’ เพื่อให้มีมุสลิมสาวโสดสวยๆมาปรากฏตัว ปิดท้ายจุดจบสารคดีแล้วพลิกผันเป็นจุดเริ่มต้นเกริ่นนำไฟล์ภาคต่อไป ทีแรกท่านพี่โอ๊คได้ทำการดูอาอฺตั้งแต่ริเริ่มถ่ายทำ คือขอพระองค์อัลลอฮฺให้ได้พบเจอกับมุสลีมะห์สวยโสดและมีชื่อที่เกี่ยวข้องกับ “แสงสว่างที่บริสุทธิ์” ดันบังเอิญมาตรงกับชื่อคุณซารีนา ความหมายชื่ออารบิกนั้นซารีนาก็คือ ผู้บริสุทธิ์ ผู้ดีที่มีแสงสว่างสง่างาม ซึ่งกรณีนี้เขาคือ “คนในดูอาอฺ” ของพี่โอ๊ค ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวกับ ‘Karamat’ (ปาฏิหาริย์ของนักบวชอิสลาม) ท่านพี่โอ๊คได้ประจักษ์ถึงความขลังของอิสลามให้ท่านผู้ชมต่างศาสนิกได้รับรู้ บนผืนแผ่นทวีปยูเรเซียของพระเจ้า

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

