เตรียมเปิดลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ผ่านแอป ทางรัฐ เริ่ม ส.ค. 68
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เตรียมเปิด ลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ผ่านแอปฯ ทางรัฐ เริ่มลงทะเบียนเดือน ส.ค. 68 เช็กเงื่อนไข และรายละเอียดได้ที่นี่
รัฐบาลประกาศเดินหน้าโครงการ "รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย" ครอบคลุม 8 สายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เริ่มลงทะเบียนเดือน ส.ค. และเริ่มใช้จริง 1 ตุลาคม 2568 โดยผู้มีสิทธิ์ต้องลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ผ่านแอป “ทางรัฐ” ภายในเดือนสิงหาคม และชำระค่าโดยสารผ่านบัตร EMV Contactless หรือ Rabbit Card เท่านั้น รัฐบาลตั้งงบชดเชย 5,512 ล้านบาท หวังช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้ขนส่งสาธารณะ ขณะเดียวกันยังต้องจับตาการผ่านกฎหมาย 3 ฉบับที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีผลต่อการขยายสิทธิให้ครบทั้ง 8 สายตามแผน
เงื่อนไขลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
- ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ยืนยันตัวตน เพื่อให้ระบบสามารถจัดการค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ให้บริการที่ต่างกันได้
- มีเลขประจำตัวประชาชนไทย 13 หลัก
- กรอกหมายเลขบัตรประชาชนและกรอกข้อมูลบัตรที่จะใช้ชำระค่าโดยสาร
- เปิดลงทะเบียนเดือน ส.ค. 68
- บัตรที่ได้รับการยืนยันการลงทะเบียนจะได้สิทธิโดยอัตโนมัติ
- เริ่มใช้สิทธิ์วันที่ 1 ต.ค. 68
- ผู้โดยสารไม่มีบัตรที่รองรับหรือลงทะเบียนไม่ทันตามกำหนด จะต้องชำระค่าโดยสารในอัตราปกติ
- ในอนาคตจะมีการเปิดระบบสแกน QR Code ในมือถือแทนการใช้บัตร
วิธีลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
ก่อนใช้งานจริง ประชาชนต้อง ลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ในเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งจะเชื่อมโยงกับเลขบัตรประชาชน 13 หลักและข้อมูลบัตรโดยสารที่ใช้ ได้แก่ EMV Contactless เช่น บัตรเครดิต/เดบิต (เฉพาะบัตรเดบิตธนาคารกรุงไทยเท่านั้น) และ Rabbit Card
- ดาวน์โหลดแอป “ทางรัฐ” ได้จาก
- Google Play: คลิกที่นี่
- App Store: คลิกที่นี่
- เข้าสู่ระบบด้วยเลขบัตรประชาชน
- กรอกข้อมูลบัตรโดยสารที่ใช้งาน เช่น Rabbit / EMV
- ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องแล้วกดยืนยัน
หากไม่ลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หรือใช้บัตรประเภทอื่น เช่น MRT Plus หรือบัตรเติมเงินสายสีแดง จะไม่ได้รับสิทธิ์ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย
บัตร Rabbit Card (บัตรเติมเงิน) ใช้กับรถไฟฟ้าเส้นทางไหนบ้าง
- สีเหลือง
- ชมพู
- สายสีเขียว
- สีทอง
บัตรเครดิต Visa/Mastercard สามารถใช้กับรถไฟฟ้า 6 สาย ดังนี้
- สีม่วง
- สีชมพู
- สีเหลือง
- สายสีแดง
- สายสีน้ำเงิน
- ARL (ไม่รวมสีทองและสีเขียว) โดยในอนาคตจะมีการเปิดระบบสแกน QR Code
รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย มีสายไหนบ้าง
เส้นทางรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จำนวน 13 เส้นทาง ระยะทางรวม 279.84 กิโลเมตร 194 สถานี เริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค. 68
รถไฟฟ้าสายสีเขียว (สุขุมวิท)
- เส้นทางหมอชิต – สมุทรปราการ ระยะทาง 37.10 ก.ม. จำนวน 31 สถานี
- เส้นทางหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต ระยะทาง 18.70 ก.ม. จำนวน 16 สถานี
รถไฟฟ้าสายสีเขียว (สีลม)
- เส้นทางสนามกีฬาแห่งชาติ – บางหว้า ระยะทาง 14 ก.ม. จำนวน 13 สถานี
รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
- เส้นทางบางซื่อ – หัวลำโพง ระยะทาง 20 ก.ม. จำนวน 18 สถานี
- เส้นทางหัวลำโพง – บางแค (หลักสอง) ระยะทาง 14 ก.ม. จำนวน 11 สถานี
- เส้นทางบางซื่อ – ท่าพระ ระยะทาง 13 ก.ม. จำนวน 9 สถานี
รายไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม
- เส้นทาง กรุงเทพอภิวัฒน์ – รังสิต ระยะทาง 26.30 ก.ม. จำนวน 10 สถานี
รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน
- เส้นทาง กรุงเทพอภิวัฒน์ –ตลิ่งชัน ระยะทาง 15.26 ก.ม. จำนวน 5 สถานี
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์
- เส้นทางพญาไท – สุวรรณภูมิ ระยะทาง 28.70 ก.ม. จำนวน 8 สถานี
รถไฟฟ้าสายสีม่วง
- เส้นทางบางใหญ่ – เตาปูน ระยะทาง 23 ก.ม. จำนวน 16 สถานี
รถไฟฟ้าสายสีเหลือง
- เส้นทางลาดพร้าว – สำโรง ระยะทาง 30.40 ก.ม. จำนวน 30 สถานี
รถไฟฟ้าสายสีชมพู
- เส้นทางแคราย – มีนบุรี ระยะทาง 34.50 ก.ม. จำนวน 30 สถานี
รถไฟฟ้าสายสีทอง
- เส้นทางกรุงธนบุรี – คลองสาน ระยะทาง 1.88 ก.ม. จำนวน 3 สถานี
ยังต้องรอกฎหมาย 3 ฉบับ หากไม่ผ่าน จะใช้ได้แค่ 5 สาย
แม้ ครม.จะเห็นชอบแล้ว แต่มาตรการนี้ยัง ต้องรอกฎหมาย 3 ฉบับผ่านสภา ได้แก่
- พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย – เพื่อให้ รฟม. นำเงินสะสมเข้า “กองทุนตั๋วร่วม”
- พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม – ตั้งกองทุนตั๋วร่วมแบบยั่งยืน
- พ.ร.บ.การขนส่งทางราง – ให้กรมการขนส่งทางรางควบคุมมาตรฐาน-ความปลอดภัย
หากกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ ไม่ผ่านภายในปลายเดือน ก.ค. 2568 โครงการอาจดำเนินการได้แค่ 5 สาย คือ
- สายสีแดง (ใช้งบชดเชยโดยตรง)
- สายสีม่วง, สีน้ำเงิน, สีชมพู, สีเหลือง (ใช้เงินสะสม รฟม.)
- ส่วน สีเขียว, สีทอง และ ARL อาจยังไม่สามารถดำเนินการได้
อ่านเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)


.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
