ประกันสังคม จับมือ 6 ธนาคาร เปิดสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท หนุนสภาพคล่องสถานประกอบการ
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/mn/0/ud/187/939339/sso(1).jpgประกันสังคม จับมือ 6 ธนาคาร เปิดสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท หนุนสภาพคล่องสถานประกอบการ

ประกันสังคม จับมือ 6 ธนาคาร เปิดสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท หนุนสภาพคล่องสถานประกอบการ

แชร์เรื่องนี้

ประกันสังคม จับมือ 6 ธนาคาร เปิดสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท หนุนสภาพคล่องสถานประกอบการ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2568 - 2569) ระหว่างสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กับ 6 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน)

โดยประกันสังคม มีภารกิจในการบริหารกองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน โดยตระหนักถึงความจำเป็นในการช่วยเหลือสถานประกอบการให้มีสภาพคล่องและศักยภาพที่จะรักษาการจ้างงาน ทำให้ผู้ประกันตนมีงานทำต่อเนื่องและอยู่ในระบบประกันสังคม เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับความคุ้มครองให้มีหลักประกันในการดำรงชีวิตที่มั่นคง จึงได้จัดทำโครงการสินเชื่อฯดังกล่าว โดยมีวงเงินสินเชื่อสำหรับสถานประกอบการรวม 30,000 ล้านบาท

  • กรณีสถานประกอบการที่มีจำนวนลูกจ้างไม่เกิน 200 คน สถานประกอบการจะได้รับสินเชื่อไม่เกิน 15 ล้านบาท ต่อสถานประกอบการ
  • กรณีสถานประกอบการที่มีจำนวนลูกจ้างตั้งแต่ 201 คน - 500 คน สถานประกอบการจะได้รับสินเชื่อไม่เกิน 30 ล้านบาท ต่อสถานประกอบการ
  • กรณีสถานประกอบการที่มีจำนวนลูกจ้างตั้งแต่ 501 คนขึ้นไป สถานประกอบการจะได้รับสินเชื่อไม่เกิน 50 ล้านบาท ต่อสถานประกอบการ

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ 3 ปีแรกสำหรับทุกธนาคาร ในกรณีที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 2.35% ต่อปี คงที่ 3 ปี และในกรณีที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือ ใช้บุคคลค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 4.75% ต่อปี คงที่ 3 ปี เฉพาะธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

กรณีเป็นลูกค้ารายเดิมที่เคยได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานก่อนหน้านี้ ซึ่งมีประวัติการชำระเงินดี และยื่นขอสินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 2% ต่อปี คงที่ 3 ปี ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่แต่ละธนาคารกำหนด

ทั้งนี้ สำหรับธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน)ในกรณีที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ย MRR - 2 % ต่อปี และในกรณีที่ไม่มีหลักทรัพย์คำประกันหรือใช้บุคคล ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ย MRR + 3.00% ถึง 5.00% ต่อปี ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของผู้ขอรับสินเชื่อ

โดยธนาคาร สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขอสินเชื่อจากผู้ขอสินเชื่อ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการจัดการให้กู้ค่าทำนิติกรรมสัญญา ค่าอากรแสตมป์ตามระเบียบธนาคาร เป็นต้น

ทั้งนี้ ภาครัฐจะใช้หนี้ประกันสังคมกว่า 10,000 ล้านบาท โดยได้นำเงินส่วนนี้มารวมอยู่ในวงเงินงบประมาณ 30,000 ล้านบาทสำหรับโครงการนี้ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ