.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
กยศ. ตอบคำถามกรณีหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท พร้อมเผยวิธีแก้ไข-ทางออกที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
จากกรณีที่ชาวเน็ตมีการแชร์ภาพจาก กยศ. ถึงนายจ้าง แจ้งหักเงินเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนจากผู้ค้างชำระหนี้ โดยจะหักเพิ่มรายละ 3,000 บาท สำหรับผู้กู้ยืมที่มีสถานะค้างชำระ โดยมีผลตั้งแต่เดือน เม.ย. 68 เป็นต้นไป สร้างความกังวลให้กับผู้กู้จำนวนไม่น้อย
ซึ่งทาง กยศ. ก็ได้รวบรวมคำถามเกี่ยวกับกรณี กองทุน ฯ เพิ่มจำนวนหักเงินเดือนบัญชีละ 3,000 บาท (สำหรับผู้กู้ยืม) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ยอดค้างชำระหนี้ของผู้กู้ยืมอาจเกิดจาก
ผู้กู้ยืมสามารถตรวจสอบข้อมูลการค้างชำระหนี้ได้ด้วยตนเองผ่านทาง Mobile Application "กยศ. Connect"
มี 2 ทางเลือกหลักในการแก้ไข
1. ดำเนินการขอปรับโครงสร้างหนี้
โดยกองทุนจะแจ้งจำนวนเงินการหักเงินเดือนตามยอดผ่อนชำระใหม่ ในเดือนถัดจากเดือนที่ผู้กู้ยืมได้ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว เช่น ในกรณีที่ท่านทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ภายในเดือน เม.ย. 68 (กลุ่มข้าราชการที่ได้รับเงินเดือนจากกรมบัญชีกลาง ให้ดำเนินการภายในวันที่ 20 เมษายน 2568) กองทุนจะแจ้งยอดผ่อนชำระใหม่ในเดือน พ.ค. 68 ดังนั้น เดือน เม.ย. 68 ท่านจะถูกหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท เพียง 1 เดือนเท่านั้น
2. ชำระยอดหนี้ค้างให้เสร็จสิ้น หากผู้กู้ยืมชำระแล้ว ให้ผู้กู้ยืมเงินนำหลักฐานการชำระแจ้งต่อนายจ้าง แล้วให้นายจ้างลบยอดออก 3,000 บาท จากยอดหักเงินเดือนในเดือน เม.ย. 68 ได้

การปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ. ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มก่อนฟ้องคดี, กลุ่มที่บอกเลิกสัญญาแล้วแต่ยังไม่ฟ้องคดี, กลุ่มที่ฟ้องคดีแล้วแต่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา, กลุ่มที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วแต่ยังไม่บังคับคดีและได้บังคับคดีไปแล้ว และกลุ่มอื่น ๆ ทั้งหมด
กองทุนฯ จะนำรายการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมนับแต่วันที่ครบกำหนดชำระหนี้ครั้งแรกมาคำนวณใหม่ตามที่กฎหมายกำหนด
ในกรณีคำนวณยอดหนี้ใหม่แล้วไม่มียอดหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยคงเหลือ กองทุนฯจะปรับโครงสร้างหนี้ให้ผู้กู้ยืมและให้ส่วนลดเบี้ยปรับ 100% โดยถือว่าผู้กู้ยืมได้ชำระหนี้ปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว
สำหรับผู้กู้ยืมที่มียอดหนี้คงเหลือและอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ กองทุนฯจะนำรายการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินแต่ละรายนับแต่วันครบกำหนดชำระหนี้ครั้งแรกมาคำนวณตัดชำระหนี้ใหม่ จากเดิมตัดเบี้ยปรับ ดอกเบี้ย และเงินต้น แต่เมื่อปรับโครงสร้างหนี้ใหม่จะตัดเงินต้น (เฉพาะส่วนที่ครบกำหนด) ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับตามลำดับ
เป็นมาตรการบังคับของ กยศ. กับลูกหนี้ที่มียอดค้างชำระ และยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เช่น ชำระหนี้ หรือขอปรับโครงสร้างหนี้ โดยมีรายละเอียดว่า
1. ขอปรับโครงสร้างหนี้ (Restructure)
ผู้กู้ยืมสามารถทำสัญญาใหม่กับ กยศ. ได้ โดยมีสิทธิประโยชน์หลายอย่าง เช่น:
หากทำสัญญาภายในเดือนเมษายน 2568 จะถูกหักเพิ่ม 3,000 บาทเพียงเดือนเดียว จากเดือนพฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป จะถูกหักตามยอดผ่อนชำระใหม่
2. ชำระยอดหนี้ค้างทั้งหมด
ผู้กู้สามารถชำระยอดค้างชำระทั้งหมดได้ทันที แล้วให้นำ หลักฐานการชำระเงิน ไปแจ้งให้นายจ้างทราบ เพื่อ ยกเลิกการหักเงินเพิ่ม 3,000 บาท ได้เลยในเดือนถัดไป
เว็บไซต์ https://slfregis.studentloan.or.th
อ่านเพิ่มเติม