มหากาพย์ "ที่ดินอัลไพน์" จากธรณีสงฆ์ สู่คดีทุจริตอื้อฉาวกับค่าโง่ 7,700 ล้านบาทที่ใครจ่าย?

มหากาพย์ "ที่ดินอัลไพน์" จากธรณีสงฆ์ สู่คดีทุจริตอื้อฉาวกับค่าโง่ 7,700 ล้านบาทที่ใครจ่าย?

มหากาพย์ "ที่ดินอัลไพน์" จากธรณีสงฆ์ สู่คดีทุจริตอื้อฉาวกับค่าโง่ 7,700 ล้านบาทที่ใครจ่าย?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มหากาพย์ ที่ดินอัลไพน์ จากที่ดินของผู้ใจบุญ สู่ธรณีสงฆ์ ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนไปเป็นสนามกอล์ฟของเอกชน จนกลายเป็นคดีสุดอื้อฉาว พบอดีตนักการเมือง-ข้าราชการเอี่ยวทุจริตพรึ่บ

มหากาพย์ 35 ปี คดีอัลไพน์ เป็นอีกหนึ่งดังสุดอื้อฉาวแห่งยุค เพราะมีนักการเมือง และบิ๊กข้าราชการ หลายคนในช่วงเวลานั้นใช้อำนาจโดยมิชอบบิดพริ้วข้อกฎหมายที่ส่อไปในทาง "เอื้อผลประโยชน์" ให้กับพรรคพวก จนมีคนรับเคราะห์ติดคุกติดตารางก็ไม่น้อยเลยทีเดียว คดีนี้มีจุดเริ่มต้นเป็นอย่างไร Sanook Money ได้รวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง และอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวอิศรา เพื่อนำมาสรุปเป็นไทม์ไลน์ให้ทราบกัน

เปิดไทม์ไลน์มหากาพย์ ที่ดินอัลไพน์

ประวัติ นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา (มีชีวิตช่วงปี 2439-2514)  เจ้าของที่ดินที่มอบธรณีสงฆ์ 924 ไร่

nun

นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา เป็นน้องสาวต่างมารดาของ คุณหญิงดำรงธรรมสาร ผู้สร้างวัดธรรมิการามวรวิหาร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในปี 2465

นางเนื่อม สมรสกับพันโทพระชำนาญชาติศักดา นายแพทย์ทหารบก ไม่มีบุตรร่วมกัน

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2512 - ทำพินัยกรรมมอบที่ดินรวมจำนวน 3 แปลง ให้กับวัด

นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ทำพินัยกรรมมอบที่ดินรวมจำนวน 3 แปลง ให้กับวัด และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมอบให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และมูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์

1 2
3 4


ข้อสำคัญในพินัยกรรมของนางเนื่อม ที่กลายมาเป็นข้อพิพาทภายหลังคือ ข้อที่นางเนื่อม ระบุในพินัยกรรมว่า ต้องการมอบที่ดินรวมกว่า 900 ไร่ ให้กับวัดธรรมิการามวรวิหาร ซึ่งอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

  • ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 20 ต.คลองซอยที่ 5 ฝั่งตะวันออก (บึงตะเคียน) อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื้อที่ 730-1-51 ไร่ ให้แก่วัดธรรมิการามวรวิหาร
  • ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 1446 ต.บึงอ้ายเสียบ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื้อที่ 194-1-24 ไร่ ให้แก่วัดธรรมิการามวรวิหาร

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2533 - วัดถูกห้ามรับมรดกที่ดิน จึงให้มูลนิธิฯ จัดการแทน

นางเนื่อม เสียชีวิต เมื่อปี 2514 ต่อมา นายเสนาะ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำกับดูแลกรมที่ดิน ในขณะนั้น (ในยุครัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ) สั่งไม่อนุญาตให้วัดได้มาซึ่งที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน ตามมาตรา 84 ว่าที่ดินวัดที่เกิน 50 ไร่ ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน จึงเป็นที่มาไม่ให้ที่ดินนี้ตกเป็นธรณีสงฆ์

กระทั่งมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น ต่อมาที่ประชุมของคณะสงฆ์วัดธรรมิการามวรวิหาร มีสังฆมติจะไม่รับโอนที่มรดกโดยจะมอบให้ "มูลนิธิมหามงกุฎราชวิทยาลัย" เป็นผู้จัดการมรดก ตามพินัยกรรม คือ ขายที่ดิน เพื่อนำเงินมาบำรุงวัดแทน เนื่องจากที่ดินอยู่จังหวัดปทุมธานี แต่วัดธรรมิการามวรวิหาร อยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

วันที่ 21 สิงหาคม 2533 - มูลนิธิฯ ขายที่ดิน 142 ล้าน ให้บริษัทที่มีภริยานายเสนาะถือหุ้น

มูลนิธิมหามงกุฎราชวิทยาลัย ในฐานะผู้จัดการมรดก จดทะเบียนขายที่ดินทั้ง 2 แปลง ในราคา 142 ล้านบาท ให้กับบริษัท 2 แห่ง คือ

  • บริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด
  • บริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด

ที่น่าสนใจคือ มีนายชูชีพ หาญสวัสดิ์ และนางอุไรวรรณ เทียนทอง (ภริยานายเสนาะ เทียนทอง) เป็นผู้ถือหุ้น

ปี 2540 - บริษัท อัลไพน์ฯ ขายหุ้นให้คุณหญิงพจมาน 500 ล้านบาท

บริษัท อัลไพน์ฯ ขายหุ้นให้กับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) ในมูลค่า 500 ล้านบาท

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 - กฤษฎีกาชี้ ที่ดินต้องตกเป็นที่ธรณีสงฆ์

คณะกรรมการกฤษฎีกา (ที่ประชุมใหญ่) มีความเห็นว่าที่ดินตกเป็นที่ธรณีสงฆ์ ต้องโอนที่ดินมรดกตามพินัยกรรมให้แก่วัดเท่านั้น จะโอนให้แก่บุคคลอื่นนอกเหนือจากวัดไม่ได้

วันที่ 20 ธันวาคม 2544 - กรมที่ดินเพิกถอนการโอนที่ดินอัลไพน์ฯ ที่ดินต้องเป็นธรณีสงฆ์ตามพินัยกรรม

กรมที่ดินมีการตรวจสอบ พบว่า การโอนที่ดินให้กับ บริษัท อัลไพน์ฯ เมื่อปี 2533 มิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากที่ดินดังกล่าว ควรตกเป็นธรณีสงฆ์ทันที ตามพินัยกรรมของนางเนื่อม ที่ระบุไว้ แม้ทางวัดจะไม่ได้รับโอนที่ดินเลยก็ตาม อธิบดีกรมที่ดิน มีคำสั่ง 2308/2544 เพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดิน 2 แปลงดังกล่าว ทันที เพื่อคืนที่ดินเป็นธรณีสงฆ์

วันที่ 5 มกราคม 2545 - ผู้ซื้อบ้าน ที่ดินอัลไพน์ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอน

คนซื้อบ้านอยู่ และผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย เกิดการทักท้วง ยื่นอุทธรณ์คำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน โดยอธิบดีกรมที่ดินเห็นว่า อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้นจึงส่งเรื่องให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อไป

วันที่ 13 มีนาคม 2545 - ยงยุทธ สั่งคืนโฉนดให้อัลไพน์ฯ ยกเลิกคำสั่งเพิกถอนของกรมที่ดิน

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวง และเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้ออุทธรณ์ของประชาชนในกรณีดังกล่าว กลับมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน แปลว่า "คืนที่ดิน คืนโฉนด ให้กับบริษัท อัลไพน์ฯ"

วันที่ 1 เมษายน 2545

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สรุปว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีความผิดทางวินัยที่ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา

ปลัดกระทรวงฯ คนต่อมาอาจเพิกถอน คำสั่งวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้

  หลังจาก นายยงยุทธ เกษียณอายุราชการในปี 2545 ก็ได้เข้าสู่สนามการเมืองอย่างเต็มตัว และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเคยดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ช่วงปี 2554-2557) ด้วย 

วันที่  12 มิถุนายน 2555 - ป.ป.ช.ชี้มูลยงยุทธ ผิดวินัยร้ายแรง

ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้พิจารณาข้อกล่าวหา นายยงยุทธ กรณีมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ที่ให้ยกเลิกโฉนดที่ดิน ซึ่งจดทะเบียนในนาม "สนามกอล์ฟอัลไพน์" ที่แบ่งแยกออกมาจากโฉนดที่ดินทั้ง 2 แปลง อันเป็นการโอนที่ธรณีสงฆ์โดยมิชอบ

โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติด้วยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง ชี้มูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ขณะดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย

วันที่ 8 สิงหาคม 2555 - ป.ป.ช.ขอปลัดมหาดไทย เพิกถอนคำสั่งยงยุทธ

สำนักงาน ป.ป.ช. ขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพิกถอนคำสั่ง นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

วันที่ 9 สิงหาคม 2560 - ศาลพิพากษายงยุทธผิด ม.157 จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

ศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ จำเลย ได้วินิจฉัยอุทธรณ์โดยจงใจตีความ และใช้กฎหมายให้ผิดเพี้ยนไปจากที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้วินิจฉัยให้ความเห็นไว้ และยังจงใจฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และมิชอบ อันเป็นความผิดตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พิพากษาให้จำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 - ศาลอุทธรณ์ยืนโทษจำคุกยงยุทธ 2 ปี ชี้เอื้อประโยชน์อัลไพน์

ศาลอุทธรณ์คดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 2 ปี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ โดยศาลพิจารณาจากข้อเท็จจริง พบว่า เดิมสมัยจำเลยเป็นอธิบดีกรมที่ดิน ที่ดินมรดกดังกล่าวเป็นของกลุ่มบริษัทอัลไพน์ ที่มีนายเสนาะเป็นเจ้าของโดยพฤตินัย ต่อมาปี 2542 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) ซื้อหุ้นกลุ่มบริษัทอัลไพน์ต่อจากนายเสนาะ

หลังจาก จำเลย ดำเนินการเรื่องดังกล่าวแล้วเสร็จ จำเลยได้รับตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย และดำรงตำแหน่งทางการเมืองดีๆ มาโดยตลอด จึงถือว่าเป็นผลจากการกระทำดังกล่าว ทำให้เอื้อประ โยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คือจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 - ยงยุทธ ติดคุกตามคำพิพากษา

ศาลฎีกา มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกา คดีถึงที่สุด

เดือนกุมภาพันธ์ 2563 : นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ติดคุกตามคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ของศาล

เดือนกันยายน 2563 - ยงยุทธติดคุก 7 เดือน ชาดารื้อคดี ขอคืนสิทธิ์ที่ดินเป็นธรณีสงฆ์

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ได้รับการปล่อยตัว จากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องจากเข้าข่ายเงื่อนไขเกณฑ์การพักโทษ รวมเวลาจำคุกทั้งหมด 7 เดือน

จากนั้นเป็นต้นมา ก็มีปัญหาข้อพิพากษาตามมาเป็นจำนวนมากหลายยุคหลายสมัย และคำสั่งเพิกถอนเรื่องที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ก็ยังคาราคาซังมาต่อเนื่อง กระทั่งนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น (สมัยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน) ได้ทำหนังสือบันทึกที่ มท 0100.3/324 ลงวันที่ 3 กันยายน 2567 ไปถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาเพิกถอน คำวินิจฉัยอุทธรณ์เดิม ของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีที่ดินอัลไพน์ 

พร้อมให้กระทรวงมหาดไทย วินิจฉัยอุทธรณ์ใหม่ เพื่อให้คำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ที่ 2308/2544 ที่ให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดิน 2 แปลง ตลอดจนรายการจดทะเบียนลำดับต่อๆ มาจากรายการข้างต้น กลับมามีผลเนื่องจากเป็นที่ธรณีสงฆ์

วันที่ 16 มกราคม 2568 - รองปลัด มท. เซ็นเพิกถอนที่ดินอัลไพน์ ค่าความเสียหายประเมิน 7,700 ล้าน

นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เซ็นเพิกถอนการจดทะเบียนฯ และนิติกรรมต่างๆ ในที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์แล้ว ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนของกรมที่ดิน ซึ่งเคยประเมินค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้น (ข้อมูล ณ วันที่ 2 ก.ย.2567) โดยมูลค่าตามราคาตลาดโดยการประมาณ และทุนทรัพย์จำนองอยู่ที่ 7,700 ล้านบาท

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล