วิธีเช็คยอดเงินประกันสังคม มาตรา 33 และมาตรา 39 รู้ทันทีได้กี่บาท

วิธีเช็คยอดเงินประกันสังคม มาตรา 33 และมาตรา 39 รู้ทันทีได้กี่บาท

วิธีเช็คยอดเงินประกันสังคม มาตรา 33 และมาตรา 39 รู้ทันทีได้กี่บาท
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิธีเช็คยอดเงินประกันสังคม มาตรา 33 และมาตรา 39 ข้อมูลเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ผ่านระบบออนไลน์ ทำได้ง่ายๆ แค่ 5 ขั้นตอน

นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ระบุ ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไม่หยุดนิ่ง ล่าสุด เพิ่มวิธีเช็คยอดเงินประกันสังคม ช่องทางการให้บริการผู้ประกันตนสามารถขอข้อมูลเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ บนระบบงานบริการผู้ประกันตน (e-Self Service)

ผู้ประกันตน ประกันสังคม สามารถขอข้อมูลเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของตนเอง โดยสำนักงานประกันสังคมได้จัดทำให้มีลายน้ำของสำนักงานประกันสังคม เพื่อเป็นการรับรองว่าเป็นเอกสารที่ออกจากสำนักงานประกันสังคม ซึ่งลักษณะรูปแบบจะลักษณะเดียวกับการขอรายการเดินบัญชีของธนาคาร (Statement)

เงินสมทบประกันสังคม คืออะไร

เงินสมทบประกันสังคม คือ เงินที่นายจ้าง และลูกจ้าง ต้องร่วมกันนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน โดยคำนวณจากค่าจ้างของลูกจ้าง ในอัตราร้อยละ 5 ของฐานค่าจ้าง ซึ่งมีข้อกำหนด ดังนี้

  • ฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
  • ดังนั้น เงินสมทบขั้นต่ำ คือ 83 บาท/เดือน และ สูงสุดไม่เกิน 750 บาท/เดือน
  • นายจ้างต้องเป็นผู้หักเงินสมทบจากค่าจ้างของลูกจ้าง และส่งให้สำนักงานประกันสังคมทุกเดือน

วิธีขอข้อมูลเงินสมทบกองทุน ประกันสังคม ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Self Service)

  1. เข้าเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคมที่ www.sso.go.th

  2. เข้าสู่ระบบ ผู้ประกันตน/สมัครสมาชิก

  3. เลือกเมนู ข้อมูลการส่งเงินสมทบ

  4. เลือกปีที่ต้องการขอข้อมูล

  5. กดปุ่ม ค้นหา

  6. ระบบจะแสดงข้อมูลเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ให้ผู้ประกันตนกดปุ่มพิมพ์ใบแจ้งยอดเงินสมทบ สามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการหักภาษีเงินได้ หรือ ยื่นทำธุรกรรมต่างๆ กับสถาบันการเงิน ฯลฯ ได้เลย

ใครมีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จชราภาพ?

  • ผู้ประกันตนที่ จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป
  • เป็นผู้ประกันตนที่ ไม่ได้จ่ายครบ 180 เดือน (15 ปี)
  • เงินบำเหน็จชราภาพ ที่ได้รับ = จำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างส่งให้ประกันสังคม พร้อมผลประโยชน์ทดแทน

คำนวณเงินบำเหน็จชราภาพอย่างไร?

สำนักงานประกันสังคมจะคำนวณเงินบำเหน็จจากฐานเงินเดือน สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

หลักการคำนวณ

  1. เงินสมทบส่วนของผู้ประกันตน (3%)
  2. เงินสมทบส่วนของนายจ้าง (3%)
  3. เงินสมทบส่วนของรัฐบาล (1%) (ในบางกรณี)
  4. ดอกผลจากการลงทุนของประกันสังคม

เงินชราภาพประกันสังคม มาตรา 33 กับ มาตรา 39 ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อ มาตรา 33 มาตรา 39
ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณ คิดจากฐานเงินเดือนจริง (สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) คิดจากฐานเงินเดือนคงที่ 4,800 บาท
จำนวนเงินที่ได้รับ ได้รับ บำนาญรายเดือน 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ได้รับ บำนาญรายเดือน 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 4,800 บาท
เงื่อนไขการได้รับ ต้องจ่ายเงินสมทบ ครบ 180 เดือน (15 ปีขึ้นไป) ต้องจ่ายเงินสมทบ ครบ 180 เดือน (15 ปีขึ้นไป)

หากจ่ายไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเงินก้อน (บำเหน็จ) แทน

ข้อสรุป

  • มาตรา 33 ได้รับเงินมากกว่า เพราะคำนวณจากฐานเงินเดือนจริง
  • มาตรา 39 ได้เงินน้อยกว่า เนื่องจากใช้ฐานเงินเดือนคงที่

นอกจากนี้ ผู้ประกันตน ประกันสังคม สามารถติดต่อสำนักงานประกันสังคมได้สะดวกขึ้น โดยสำนักงานประกันสังคมได้เปิดบริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Self Service) เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ทดแทนใน 7 กรณี คือ กรณีชราภาพ, ว่างงาน, เจ็บป่วย, ทันตกรรม, สงเคราะห์บุตร, คลอดบุตร, ทุพลภาพ และเสียชีวิต โดยที่ผู้ประกันตนไม่ต้องเดินทางไปติดต่อยื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคม ซึ่งอยู่ที่ไหน ก็สามารถยื่นเรื่องเพื่อขอรับเงินสิทธิประโยชน์ได้ ช่วยลดการเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเน้นกรอกเอกสารเท่าที่จำเป็น ไม่ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชน ส่วนวิธีการรับเงินจะโอนเข้าบัญชี ของผู้ประกันตนตามที่แจ้งไว้ ในบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนไม่เสียค่าบริการ และได้รับเงินสะดวก รวดเร็วไม่เกิน 5 วันทำการอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล