วิธีเช็คยอดเงินประกันสังคม มาตรา 33 และมาตรา 39 รู้ทันทีได้กี่บาท

วิธีเช็คยอดเงินประกันสังคม มาตรา 33 และมาตรา 39 ข้อมูลเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ผ่านระบบออนไลน์ ทำได้ง่ายๆ แค่ 5 ขั้นตอน
นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ระบุ ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไม่หยุดนิ่ง ล่าสุด เพิ่มวิธีเช็คยอดเงินประกันสังคม ช่องทางการให้บริการผู้ประกันตนสามารถขอข้อมูลเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ บนระบบงานบริการผู้ประกันตน (e-Self Service)
ผู้ประกันตน ประกันสังคม สามารถขอข้อมูลเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของตนเอง โดยสำนักงานประกันสังคมได้จัดทำให้มีลายน้ำของสำนักงานประกันสังคม เพื่อเป็นการรับรองว่าเป็นเอกสารที่ออกจากสำนักงานประกันสังคม ซึ่งลักษณะรูปแบบจะลักษณะเดียวกับการขอรายการเดินบัญชีของธนาคาร (Statement)
เงินสมทบประกันสังคม คืออะไร
เงินสมทบประกันสังคม คือ เงินที่นายจ้าง และลูกจ้าง ต้องร่วมกันนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน โดยคำนวณจากค่าจ้างของลูกจ้าง ในอัตราร้อยละ 5 ของฐานค่าจ้าง ซึ่งมีข้อกำหนด ดังนี้
- ฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
- ดังนั้น เงินสมทบขั้นต่ำ คือ 83 บาท/เดือน และ สูงสุดไม่เกิน 750 บาท/เดือน
- นายจ้างต้องเป็นผู้หักเงินสมทบจากค่าจ้างของลูกจ้าง และส่งให้สำนักงานประกันสังคมทุกเดือน
วิธีขอข้อมูลเงินสมทบกองทุน ประกันสังคม ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Self Service)
-
เข้าเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคมที่ www.sso.go.th
-
เข้าสู่ระบบ ผู้ประกันตน/สมัครสมาชิก
-
เลือกเมนู ข้อมูลการส่งเงินสมทบ
-
เลือกปีที่ต้องการขอข้อมูล
-
กดปุ่ม ค้นหา
-
ระบบจะแสดงข้อมูลเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ให้ผู้ประกันตนกดปุ่มพิมพ์ใบแจ้งยอดเงินสมทบ สามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการหักภาษีเงินได้ หรือ ยื่นทำธุรกรรมต่างๆ กับสถาบันการเงิน ฯลฯ ได้เลย
ใครมีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จชราภาพ?
- ผู้ประกันตนที่ จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป
- เป็นผู้ประกันตนที่ ไม่ได้จ่ายครบ 180 เดือน (15 ปี)
- เงินบำเหน็จชราภาพ ที่ได้รับ = จำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างส่งให้ประกันสังคม พร้อมผลประโยชน์ทดแทน
คำนวณเงินบำเหน็จชราภาพอย่างไร?
สำนักงานประกันสังคมจะคำนวณเงินบำเหน็จจากฐานเงินเดือน สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
หลักการคำนวณ
- เงินสมทบส่วนของผู้ประกันตน (3%)
- เงินสมทบส่วนของนายจ้าง (3%)
- เงินสมทบส่วนของรัฐบาล (1%) (ในบางกรณี)
- ดอกผลจากการลงทุนของประกันสังคม
เงินชราภาพประกันสังคม มาตรา 33 กับ มาตรา 39 ต่างกันอย่างไร?
| หัวข้อ | มาตรา 33 | มาตรา 39 |
|---|---|---|
| ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณ | คิดจากฐานเงินเดือนจริง (สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) | คิดจากฐานเงินเดือนคงที่ 4,800 บาท |
| จำนวนเงินที่ได้รับ | ได้รับ บำนาญรายเดือน 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย | ได้รับ บำนาญรายเดือน 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 4,800 บาท |
| เงื่อนไขการได้รับ | ต้องจ่ายเงินสมทบ ครบ 180 เดือน (15 ปีขึ้นไป) | ต้องจ่ายเงินสมทบ ครบ 180 เดือน (15 ปีขึ้นไป) |
หากจ่ายไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเงินก้อน (บำเหน็จ) แทน
ข้อสรุป
- มาตรา 33 ได้รับเงินมากกว่า เพราะคำนวณจากฐานเงินเดือนจริง
- มาตรา 39 ได้เงินน้อยกว่า เนื่องจากใช้ฐานเงินเดือนคงที่
นอกจากนี้ ผู้ประกันตน ประกันสังคม สามารถติดต่อสำนักงานประกันสังคมได้สะดวกขึ้น โดยสำนักงานประกันสังคมได้เปิดบริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Self Service) เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ทดแทนใน 7 กรณี คือ กรณีชราภาพ, ว่างงาน, เจ็บป่วย, ทันตกรรม, สงเคราะห์บุตร, คลอดบุตร, ทุพลภาพ และเสียชีวิต โดยที่ผู้ประกันตนไม่ต้องเดินทางไปติดต่อยื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคม ซึ่งอยู่ที่ไหน ก็สามารถยื่นเรื่องเพื่อขอรับเงินสิทธิประโยชน์ได้ ช่วยลดการเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเน้นกรอกเอกสารเท่าที่จำเป็น ไม่ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชน ส่วนวิธีการรับเงินจะโอนเข้าบัญชี ของผู้ประกันตนตามที่แจ้งไว้ ในบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนไม่เสียค่าบริการ และได้รับเงินสะดวก รวดเร็วไม่เกิน 5 วันทำการอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)