
ส่องเงินเดือนหมอนวดไทย ได้มากได้น้อยขึ้นอยู่กับโครงสร้างรายได้ของผู้ประกอบการแต่ละแห่ง และความรู้ความสามารถ ความขยัน สกิลการนวด และฝีมือของหมอนวด Therapy ด้วย
เว็บไซต์ siamskill ได้เผยแพร่บทความของผู้เชี่ยวชาญในวงการนวด และสปามามากกว่า 20 ปี ได้กล่าวถึงรายได้พนักงานนวด หมอนวดไทย หรือ Therapy ว่างานนวด และงานสปา Therapy มีโครงสร้างรายได้หลากหลายขึ้นอยู่กับราคาค่าบริการ ระดับ หรือประเภทของร้านนวดร้านสปา ความหนาแน่ของลูกค้า สวัสดิการ หน้าที่ความรับผิดชอบ ตำแหน่ง สัญญาจ้าง นโยบายของสถานประกอบการ อาจเป็นโครงสร้างที่มีเงินเดือน หรือ คอมมิสชั่น ผสมผสานกัน ปัจจุบันโครงสร้างหลักๆ ที่นิยมกันในตลาดการนวด และสปาในประเทศไทย มีดังนี้
ระบบทวีคูณแบบขั้นบันได แนวคิดคือ ยิ่งทำชั่วโมงได้มาก ค่าตอบแทนต่อชั่วโมงจะสูงขึ้นตาม โดยหลักคิดแบบขั้นบันได แบ่งออกเป็นสองวิธี คือ
แบบ A การคูณรวมทุกชั่วโมง โดยนำชั่วโมงงานทั้งหมด มาคูณตามเรทที่ตั้งไว้
| ชั่วโมงทำงานที่ | เรทค่าชั่วโมง (บาท) |
| 1-99 | 120 |
| 100-119 | 130 |
| 120-139 | 140 |
| 150 ขึ้นไป | 150 |
เท่ากับว่า ยิ่งทำมากยิ่งได้มาก
แบบ B การเพิ่มเงินพิเศษให้ เมื่อเกินชั่วโมงงานที่กำหนด
หลักการไม่ได้ต่างจากวิธีแรกมาก เพียงแต่การคำนวณ จะเป็นการเพิ่มเงินเข้าไปในส่วนชั่วโมงที่เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เช่น
ชั่วโมงที่ 1–99 ได้ 150 บาทต่อชั่วโมง เกินกว่านี้ เพิ่มให้อีกชั่วโมงละ 30 บาท หากพนักงานทำงานได้ 120 ชั่วโมง จะสามารถคำนวณได้ดังนี้
| เรทแรก 99 x 150 = 14,850 |
| เรทสอง 21 x 180 = 3,780 |
| สรุปรายได้จึงเท่ากับ 14,850 + 3,780 = 18,630 บาท |
ผู้ประกอบการที่เลือกใช้วิธีนี้ มักต้องการสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน ในการทำงานให้ถึงเรทที่กำหนด เพื่อให้บรรลุยอดขาย พนักงานได้เยอะ สถานประกอบการก็ได้เยอะเช่นกัน
เป็นการจ้างงานของพนักงานประจำ โดยปกติฐานเงินเดือนพนักงานนวดจะมีเริ่มตั้งแต่ 9,000-20,000 บาท ขึ้นอยู่กับ โครงสร้างคอมมิชชั่น อายุการทำงานของพนักงาน กระบอกเงินเดือนของตำแหน่งนั้นๆ แม้กระทั้งความรู้ความสามารถ ใบอนุญาตต่างๆ ก็สามารถนำมาเป็นตัวพิจารณาฐานเงินเดือนได้
โดยมากตำแหน่งพนักงานนวดมักจะเริ่มที่ราคาไม่สูง แต่จะมีรายได้แปรผันมาจากจำนวนชั่วโมงการทำงาน เช่น โครงสร้างที่มีฐานเงินเดือน 10,000 บาท ค่าคอมมิสชั่นแบบตายตัว ชั่วโมงละ 100 บาท ค่าเฉลี่ยของการทำงานต่อเดือน อยู่ระหว่าง 100 – 140 ชั่วโมงต่อเดือน เฉลี่ย 120 ชั่วโมงต่อเดือน สูตรการคำนวณ คือ
| เงินเดือน+ค่าคอม+รายได้อื่น = 10,000+100(120)+รายได้อื่น = 22,000+รายได้อื่น |
สถานประกอบการที่ใช้โครงสร้างนี้มักจะเป็น Day SPA ที่มีชื่อเสียง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะทาง wellness และสปาที่เน้นการเสริมความงาม โดยราคาการให้บริการมักจะเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง โดยมากมักเริ่มต้นที่ 500–950 บาทต่อชั่วโมง
โดยมาก Hotel SPA หรือ Day SPA / Destination SPA / Wellness ระดับ High end มักจะใช้กัน โดยกลุ่มสถานประกอบการนี้จะมีค่าบริการที่สูง ถ้าสังเกตที่ราคาที่แสดง จะมีเครื่องหมาย ++ ต่อท้าย เช่น ค่าบริการ 1,000++ เท่ากับว่า จะต้องชำระค่าบริการจริงที่
| ค่าบริการ + เซอร์วิสชาร์จ + ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
ดังนั้น จากสูตร 1,000++ จะทำการคำนวณด้วยการนำ 1,000 + Service Charge 10% (โดยทั่วไปจะคิดกันที่ 10%) จึงเท่ากับ 1,100 บาท เมื่อนำมาบวก Vat ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 7% จะได้ค่าบริการที่ต้องชำระสุทธิที่ 1,177 บาท
สปาในโรงแรมของประเทศไทยส่วนใหญ่ จะใช้ระบบโครงสร้างนี้ โดยราคาขายมักจะเริ่มต้นที่ 1,000++ จนถึง 1,200++ บาทต่อชั่วโมง โดยลูกค้าหลัก ก็จะเป็นลูกค้าที่พักในโรงแรม ลูกค้าที่มาจากข้างนอกโรงแรมมีจำนวนไม่มาก ฐานเงินเดือนของพนักงานมักจะไม่สูงมาก ค่าคอมมิชชั่นมักจะคิดให้เป็นเปอร์เซ็นต์ แต่เนื่องจากราคาขายที่สูง ตัวเลขค่าคอมมิสชั่นจึงไม่สูงมาก มักอยู่ระหว่าง 3–5% โดยประมาณ
แต่ไฮไลท์ของรายได้จะอยู่ที่ Service Charge ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยว ฤดูกาลการท่องเที่ยว ตั้งแต่ไม่กี่พัน จนถึงหลักหมื่นต่อเดือน เคยมีข่าวว่าโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งทางภาคใต้ เคยได้เซอร์วิสชาร์จกันสูงถึง 40,000–60,000 บาท ในบางเดือนเลยก็มี
การคำนวณรายได้ คือ
| Salary + Commission + Service Charge + รายได้อื่นๆ |
| สมมุติว่าได้รับ Service Charge ในเดือนนั้น 15,000 บาท |
| จะคำนวณได้เป็น 9,000 + 3,000 + 15,000 + รายได้อื่นๆ = 27,000 + รายได้อื่นๆ |
ด้วยจำนวนหมอนวด หรือ Therapy ที่มีไม่มาก ผู้ประกอบการที่ไม่ได้ใช้ระบบเงินเดือน จึงต้องหาวิธีมาช่วยเหลือ และสร้างความมั่นคง ความมั่นใจให้กับพนักงานเทอราปิส ด้วยการการันตรีรายได้รายวัน หรือ รายเดือน หรือที่เรียกว่า ประกันมือ หมายถึง ร้านที่จ่ายค่ามือแบบส่วนแบ่ง จะมีรายได้ประกันมือจำนวนหนึ่งตั้งไว้ หากพนักงานมาทำงานในช่วงเวลาที่กำหนด จะได้ทำงานหรือไม่ก็ตาม ก็จะมีรายได้ตามที่แจ้งไว้แน่นอน แต่หากได้ทำงานเยอะจนส่วนแบ่งเกินกว่าประกันมือ ก็จะได้รับตามจริง เว้นแต่เป็นการจ้างแบบเหมาวัน จะได้รับค่าเหนื่อยตามที่ตกลงกันแต่แรกแบบตายตัว ซึ่งจะต้องจ่ายราคาสูงกว่าการประกันมือปกติ
ตัวอย่าง ร้านนวด A ค่ามือชั่วโมงละ 120 บาท ประกันมือวันละ 400 บาท
บางร้านนวดและร้านสปา อาจใช้วิธีการประกันมือเป็นรายเดือน เช่น ประกันรายได้เดือนละ 12,000 บาท แต่ก็จะมีเงื่อนไขการทำงานงานที่ให้เกิดความยุติธรรมกับนายจ้างด้วย เช่น ต้องทำงาน 20 วันขึ้นไป เป็นต้น ปัจจุบันค่าประกันมือ บางสปาหรูย่านสุขุมวิท เสนอค่าประกันมือกันถึงวันละ 1,000 บาทเลยก็มี
เป็นเงินที่ได้นอกเหนือจากเงินเดือน ค่าคอมมิชชั่น และ Service Charge เช่น
หากเป็นสปาโรงแรมหรู การให้ความสำคัญของสวัสดิการจะสูงมาก ทั้งอาหาร ซักชุดทำงาน ค่าเดินทางหรือรถรับส่ง ที่พักฟรี ส่วนลด ทำงาน 5 วัน หยุด 2 วัน ทุนเรียน ประกันสังคม ประกันภัย กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งมักจะมีให้เป็นมาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นคง และคุณภาพที่ดีที่สุดให้กับพนักงานเทอราปิส ซึ่งหลายสปา ก็ได้นำมาใช้เช่นกัน อาจจะเท่ากัน มากกว่าหรือน้อยกว่า ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการแต่ละแห่ง
ดังนั้น รายได้ขั้นต่ำของงานนวดในไทย หากทำงานในร้านที่ค่ามือชั่วโมงละ 100 ก็จะมีรายได้จากค่าคอมอย่างเดียวประมาณ 10,000–15,000 บาทต่อเดือน ไปจนถึงหลายหมื่นบาท หรือเฉียดแสนบาทในสปาหรู
รายได้เฉียดแสนนั้นยังพอหาได้ในประเทศไทย อยู่ที่ช่องทาง ฝีมือ และการให้บริการของพนักงานเอง บางครั้งการไปทำงานต่างประเทศในหลายๆ ประเทศก็มีรายได้ไม่ต่างจากเมืองไทยมากนัก หรือ อาจจะน้อยกว่ารายได้ในประเทศไทยด้วยซ้ำ
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :siamskill