ขุนคลัง ยันเก็บภาษีหุ้นไม่กระทบสภาพคล่องตลาด ปัดเอื้อนักลงทุนรายใหญ่

ขุนคลัง ยันเก็บภาษีหุ้นไม่กระทบสภาพคล่องตลาด ปัดเอื้อนักลงทุนรายใหญ่

ขุนคลัง ยันเก็บภาษีหุ้นไม่กระทบสภาพคล่องตลาด ปัดเอื้อนักลงทุนรายใหญ่
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ หรือภาษีหุ้น (FTT) ว่า ภายหลัง ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.ก. การจัดเก็บภาษีหุ้น เมื่อรวมภาษีท้องถิ่นช่วงแรกอยู่ที่อัตรา 0.055% หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว 90 วัน ไปจนถึงสิ้นปี 2566 จากนั้นจะจัดเก็บในอัตราตามประมวลรัษฎากรในปีต่อๆ ไปที่ 0.11% เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการชำระภาษีของผู้ที่มีรายได้และลดความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้

ทำให้เกิดเสียงคัดค้านจากผู้เล่นในตลาดหลักทรัพย์ ประเด็นดังกล่าวถูกยกเว้นตั้งแต่ปี 2535 เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มก่อตั้งใหม่ ปัจจุบันมาร์เกตแคปอยู่ที่ 20 ล้านล้านบาท ถือเป็นเวลาที่เหมาะสม ภาษีหุ้นจึงควรถูกนำกลับมาใช้ให้เป็นสากล โดยเลือกเก็บให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ หากไทยมีการจัดเก็บภาษีหุ้น จะมีต้นทุนการทำธุรกรรมสูงขึ้นจาก 0.17% เป็น 0.22%

ซึ่งต้นทุนโดยรวมยังต่ำกว่าฮ่องกงและมาเลเซีย และจัดเก็บจากผู้ขายเท่านั้น ทั้งนี้ในปีแรกของการจัดเก็บที่ลดอัตราภาษีต้นทุนจะอยู่ที่ 0.195% ซึ่งไม่กระทบสภาพคล่องของตลาดหลักทรัพย์ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เอื้อนักลงทุนรายใหญ่ โดยยกเว้นภาษีให้แก่ผู้ดูแลสภาพคล่อง และกองทุนบำนาญ เพื่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ