กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ กฟผ. คิกออฟ “EV GO ทริปปิดดีล” ชวนลองขับรถ EV 4 เส้นทาง

นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “จากวิกฤตโลก ทั้งเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน ราคาก๊าซธรรมชาติและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าน้ำมันร้อยละ 90 ซึ่งเราต้องบริหารจัดการความผันผวนของราคาให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด ทำให้เกิดการมองหาพลังงานในรูปแบบอื่นๆ ขึ้นมาทดแทน จนเกิดเป็นเทรนด์การใช้นวัตกรรมจากพลังงานในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าในยานยนต์ทดแทนน้ำมัน

คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติเล็งเห็นในจุดนี้ จึงได้ออกนโยบาย 30@30 ผลักดันให้ไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไร้มลพิษ (Zero Emission Vehicle : ZEV) ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2030 กระทรวงพลังงานได้เตรียมพร้อมด้านการผลิตและจัดส่งพลังงานไฟฟ้ารองรับไว้แล้ว เพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจ และกล้าหันมาเปลี่ยนใช้รถอีวีได้เร็วขึ้นกว่าที่เราตั้งเป้าหมายไว้ในปี ค.ศ. 2030 และจากกิจกรรมของ กฟผ. ที่จัด “EV GO ทริปปิดดีล” ขึ้น ถือเป็นการตอบโจทย์ และเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะช่วยผลักดันให้นโยบาย 30@30 ไปสู่เป้าหมายได้เป็นผลสำเร็จ”
ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะทำงานสร้างความตระหนักรู้การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน กล่าวเสริมว่า “คณะทำงานขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักรู้เรื่องการอนุรักษ์พลังงาน เกิดขึ้นจากความต้องการสร้างความรับรู้ให้กับประชาชน ชวนกันมาเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าเรา และเมื่อทุกคนช่วยกันก็จะสามารถลดต้นทุนของประเทศอีกด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยให้ประเทศเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 ได้อย่างเป็นจริง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนเราได้อย่างยั่งยืนนั้นจะต้องมีมากกว่าการรับรู้ แต่ต้องมีความรู้ที่ถูกต้องและสร้างโอกาสทำให้เกิดการสัมผัสด้วยตัวเอง และสุดท้ายจะนำไปสู่การบอกต่อ ซึ่งสอดคล้องกับ แคมเปญ “ทราบแล้วเปลี่ยน” 4ป 3ช ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน เช็ค(รถ)-ชัวร์(เส้นทาง)-ใช้(รถสาธารณะ) กิจกรรม “EV GO ทริปปิดดีล” ถือเป็นไฮไล้ต์สำคัญ เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ใช้ได้ทดลองขับขี่จริง ซึ่งจะส่งผลต่อ 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ การสร้างให้ผู้ใช้เกิดความมั่นในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น, สร้างให้เกิดดีมานด์ในประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุน และเดินหน้าสู่ Smart Electronic Industry ของประเทศเรา”
ในส่วนของ กฟผ. นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า “สถานีชาร์จไฟฟ้า ตอนนี้เรามีทั้งหมด 68 สถานี และจะเพิ่มเป็น 100 สถานีในสิ้นปีนี้ ตอนนี้ ทุกภาคส่วนเราช่วยกัน ร่วมมือกันในการทำให้โครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จไฟฟ้ามีอย่างเพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น กฟผ. จึงเร่งขยายสถานีชาร์จไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ EleX by EGAT ให้ครอบคลุมเส้นทางหลักทุกภูมิภาค
นอกจากนี้ เรายังมีแอปพลิเคชัน EleXA ที่คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้รถอีวี ตั้งแต่การค้นหาและใช้ระบบนำทางพาไปยังสถานีชาร์จ ตรวจสอบสถานะความพร้อม และจองใช้งานสถานี รวมถึงชำระเงิน และอีกหลายฟังก์ชั่นที่ช่วยให้การใช้รถอีวีเป็นเรื่องง่ายในชีวิตยุคใหม่ รวมทั้ง เรายังได้ร่วมกับ Charging Operator อีก 4 Platforms แสดงผลสถานะสถานีแบบ Real-Time ร่วมกัน และเพื่อตอกย้ำความมั่นใจนำไปสู่การปรับพฤติกรรม และกล้าเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์แห่งอนาคต รถยนต์ไฟฟ้านั้นมีประสิทธิภาพที่ดี ใช้พลังงานน้อยกว่า อย่างขับรถไปต่างจังหวัด คิดค่าน้ำมันได้ประมาณสามบาทต่อกิโล แต่ถ้าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเติมพลังงานที่บ้านในราคาไม่ถึงบาท
หากเติมที่สถานีชาร์จไฟฟ้าราคา 1.50-1.60 บาทต่อกิโล เมื่อได้ลองเองแล้วจะรู้ เราจึงได้คิกออฟกิจกรรม “EV GO ทริปปิดดีล” ภายใต้แคมเปญ “ทราบแล้วเปลี่ยน” ของกระทรวงพลังงาน เพื่อชวนคนไทยที่สนใจได้สัมผัสประสบการณ์ และคุ้นเคยกับไลฟ์สไตล์ใหม่ เรียนรู้การออกแบบเส้นทาง ทดลองขับขี่รถอีวีอย่างชาญฉลาด และปลอดภัย รวมถึงได้ทดลองใช้ Mobile Application EleXA และสถานีชาร์จไฟฟ้า EleX by EGAT ใน 4 เส้นทาง ได้แก่ หัวหิน สัตหีบ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขาใหญ่
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมทริป ยังจะได้ทำกิจกรรม CSR สุดกรีน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำไปกับโครงการปลูกป่าล้านไร่อย่างมีส่วนร่วมของ กฟผ. เตรียมล้อหมุนกันได้ในช่วงวันที่ 21 พ.ย. ถึง 2 ธ.ค. 2565 นี้”
อัลบั้มภาพ 8 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)