สคฝ. จับมือสถาบันประกันเงินฝาก หาทางรับมือความท้าทายทางการเงินยุคดิจิทัล

สคฝ. จับมือสถาบันประกันเงินฝาก หาทางรับมือความท้าทายทางการเงินยุคดิจิทัล
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

วันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นทางการเงินของประเทศ​ ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาประจำปีคณะสถาบันประกันเงินฝากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้สมาคมสถาบันประกันเงินฝากระหว่างประเทศ ครั้งที่ 220 ภายใต้หัวข้อ Gearing Towards the New Financial Landscape โดยมีประเทศสมาชิกเข้าร่วมกว่า 300 คน จากทั้งประเทศไทยและนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับภูมิทัศน์ใหม่ภาคการเงิน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางการเงินของโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นความท้าทายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาวิกฤต เช่น การฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง 

อาคม เติมพิยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า ภาคการเงินทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน จากปัจจัยต่าง ๆ ที่เข้ามามีอิทธิพลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ประเทศไทยก็กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายสำคัญ ทั้งการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19 และปัญหาอัตราเงินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรงจากการกำหนดราคาสินค้าอีกด้วย อย่างไรก็ตาม มาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจของภาครัฐ ก็ส่งผลให้การบริโภคสินค้าและบริการภายในประเทศปรับตัวดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว และช่วยลดความเดือดร้อนของประชาชน 

“ระบบเศรษฐกิจและการเงินเป็นเรื่องที่กระทบต่อสังคมในทุกระดับ นอกจากความท้าทายที่ผู้มีบทบาทต้องให้ความสำคัญในการสร้างมาตรการแก้ไขแล้ว ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานตาข่ายความมั่นคงทางการเงิน ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เป็นสิ่งสำคัญมากในภาวะที่ภูมิทัศน์ภาคการเงินเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประเทศพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทางการเงิน และรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินอย่างต่อเนื่องและมั่นคง” อาคมกล่าว 

ด้านทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) ระบุว่า การสัมมนาในครั้งนี้ช่วยให้มองเห็นความยืดหยุ่นในการปรับตัวของสถาบันประกันเงินฝากในหลายประเทศ ให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ทางการเงินทั่วโลก รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการคุ้มครองเงินฝากที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด 

ปัจจุบันประเทศไทยมีสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองเงินฝาก ทั้งหมด 34 แห่ง และวงเงินคุ้มครองเงินฝากอยู่ที่ 1 ล้านบาท ครอบคลุมผู้ฝาก 85,146,784 ล้านราย (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2565) หรือคิดเป็น 98% ของผู้ฝากทั้งประเทศ