วิธีลงทะเบียนลดค่าน้ำ ค่าไฟ 2565 เฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน หมดเขตเดือน ก.ย. นี้

วิธีลงทะเบียนลดค่าน้ำ ค่าไฟ 2565 เฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน หมดเขตเดือน ก.ย. นี้
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

วิธีลงทะเบียนลดค่าไฟฟ้า-ลดค่าน้ำประปา สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน สูงสุด 315 บาท นาน 1 ปี หมดเขตเดือน ก.ย. 2565

ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 ที่เห็นชอบการขยายเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนโดย "ลดค่าไฟฟ้า" ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 ใช้สิทธิ์ลงทะเบียนลดค่าไฟฟ้า ลดค่าน้ำประปา ในวงเงิน 315 บาทต่อครัวเรือน นาน 1 ปี สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน ผ่านเว็บไซต์ของการประปา และการไฟฟ้าได้  

ส่วนวิธีขอรับส่วนลดค่าไฟฟ้า สำหรับผู้ที่ที่ยังไม่เคยลงทะเบียน สามารถ ลงทะเบียนรับสิทธิ "ลดค่าไฟ" และ "ลดค่าน้ำประปา" ได้ต่อเนื่อง ซึ่งจะหมดเขตในเดือนกันยายน 2565 ตามตามมติคณะรัฐมนตรี สำหรับ ผู้ที่เคยลงทะเบียนแล้ว จะยังคงได้รับสิทธิต่อเนื่องถึง ก.ย. 65 โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ และ หากใครยังไม่เคยลงทะเบียนรับสิทธิ สามารถลงทะเบียนใหม่ เพื่อรับสิทธิได้ จนถึงเดือนกันยายน 2565 

วิธีลงทะเบียนลดค่าไฟฟ้า กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

  1. ไปที่เว็บไซต์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค คลิก

  2. กด “ยอมรับเงื่อนไข”

  3. กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก

  4. กรอกเลขบัตรสวัสดิการเเห่งรัฐ

  5. กรอกเลขเบอร์โทรศัพท์มือถือ 

  6. กรอกหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า 

  7. กรอกรหัสเครื่องวัดไฟฟ้า

  8. เลือกบิลประจำเดือน

  9. กรอกจำนวนเงินค่าไฟฟ้าตามบิลประจำเดือนที่เลือกไว้

  10. กด “ยืนยันข้อมูล”
    ลงทะเบียนลดค่าไฟฟ้า กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคลงทะเบียนลดค่าไฟฟ้า กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

วิธีลงทะเบียนลดค่าไฟฟ้า กับการไฟฟ้านครหลวง

  1. ไปที่เว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวง คลิก

  2. กรอกข้อมูลรหัสเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้่ (เลขมิตเตอร์ไฟฟ้า) ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ (เฉพาะหมายเลข 8 หลัก) 

  3. กรอกบัญชีเเสดงสัญญา (เฉพาะหมายเลข 9 หรือ 10 หลัก)

  4. ชื่อ นามสกุล เเละที่อยู่จะเเสดงตามที่ระบบค้นหาจากรหัสเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า

  5. กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลักตามที่ระบุในบัตรสวัสดิการเเห่งรัฐ

  6. ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์และ e-mail ของผู้ลงทะเบียน (ถ้ามี)

  7. กดปุ่ม “ลงทะเบียน” 
    ลงทะเบียนลดค่าไฟฟ้า กับการไฟฟ้านครหลวงลงทะเบียนลดค่าไฟฟ้า กับการไฟฟ้านครหลวง

เงื่อนไขรับสิทธิลงทะเบียนลดค่าไฟฟ้า 2565

  1. ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องเป็นผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ 1 สิทธิต่อครัวเรือนต่อบิลเดือน และต่อหนึ่งหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น

  2. กรณีที่ค่าไฟฟ้าเกิน 315.-บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จะไม่ได้สิทธิจากมาตรการนี้

  3. ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องชำระเงินค่าไฟฟ้าเต็มจำนวนตามที่ระบุในใบแจ้งค่าไฟฟ้า และกรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินคืนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ต่อไป

  4. ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิไฟฟ้าฟรีไม่เกิน 50 หน่วยในเดือนใด จะไม่ได้รับสิทธิตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเดือนนั้น

  5. ต้องกรอกข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน

  6. เริ่มตั้งแต่ค่าไฟฟ้าประจำเดือน ต.ค. 2564 – ก.ย. 2565 

วิธีลงทะเบียนลดค่าน้ำ จากการประปาส่วนภูมิภาค

  1. ลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำ สำหรับส่วนภูมิภาค คลิก การประปาส่วนภูมิภาค สำหรับการประปานครหลวง คลิก  การประปานครหลวง 

  2. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ชื่อ-นามสกุลของผู้ลงทะเบียน (ตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ)

  3. กรอกเลขบัตรประชาชนของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้ลงทะเบียน

  4. กรอกอีเมลล์ของผู้ลงทะเบียน (ถ้ามี), เบอร์โทรศัพท์ของผู้ลงทะเบียน (ถ้ามี)

  5. เลือกสาขาของบ้านที่จะใช้สิทธิสวัสดิการ

  6. กรอกเลขที่ผู้ใช้น้ำ เลขที่ผู้ใช้น้ำของบ้านที่จะใช้สิทธิสวัสดิการ

  7. เลือกรูปภาพที่ปรากฏให้ถูกต้อง และคลิกที่ปุ่ม ตกลง
    ลงทะเบียนลดค่าน้ำ จากการประปาส่วนภูมิภาคลงทะเบียนลดค่าน้ำ จากการประปาส่วนภูมิภาค

เงื่อนไขรับสิทธิลดค่าน้ำ

  1. เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (1 ครัวเรือน ใช้ได้เพียง 1 สิทธิ เท่านั้น)

  2. ค่าน้ำประปาที่ได้รับสิทธิ คือ ค่าน้ำประปาประจำเดือน ตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 (ใบแจ้งค่าน้ำประปาเดือนพฤศจิกายน 2564 – ตุลาคม 2565) รวมระยะเวลา 12 เดือน

  3. สนับสนุนวงเงินค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท ต่อครัวเรือน ต่อเดือน (ตามจำนวนเงินที่ใช้จริง)

    • กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท จะได้รับการสนับสนุนวงเงินค่าน้ำประปาจำนวน 100 บาท
    • หากมีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท จะไม่ได้รับการสนับสนุนวงเงินค่าน้ำประปา

  4. ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ลงทะเบียนแล้วสามารถชำระเงินค่าน้ำประปาที่สำนักงาน กปภ.สาขา หรือชำระเงินผ่านช่องทางรับชำระของ กปภ. ได้ตามปกติ

  5. กรมบัญชีกลาง จะจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่องกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (ช่อง e-Money) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564