สหภาพยุโรปเปิดตัวโปรฯ EU Food HoReCa ครั้งแรกในไทย

สหภาพยุโรป (EU) เปิดตัวแคมเปญ “Colours by Europe. Tastes of Excellence.” “สีสันรสชาติอาหาร อันยอดเยี่ยมจากยุโรป” พร้อมเปิดตัวโปรโมชัน HoReCa ครั้งแรกในไทยผ่าน 6 ร้านอาหารชั้นนำทั่วกรุงเทพ ฯ ระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน ไปจนถึง 26 มิถุนายน 2565 เพื่อผลักดันและนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากสหภาพยุโรป รวมถึงชูจุดเด่นเฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์ทั้ง 27 ประเทศทั่วภูมิภาคยุโรป ที่มีชื่อในด้าน คุณภาพ ความเป็นต้นตำรับ ความหลากหลาย ความปลอดภัย และความยั่งยืน
ร่วมเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์แสนพิเศษพร้อมโปรโมชันดี ๆ กับแคมเปญ “สีสันรสชาติอาหาร อันยอดเยี่ยมจากยุโรป” โดยเชฟมากฝีมือทั้ง 6 จะรังสรรค์เมนูอาหารจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยมจากยุโรปที่ให้รสชาติอร่อยเป็นเลิศ อาทิ ชีส น้ำมันมะกอก เนื้อสัตว์ ผลไม้ และอื่น ๆ อีกมากมาย ได้ที่ 6 ร้านอาหารชั้นนำ ได้แก่ Cocotte Farm Roast & Winery, Victoria by Cocotte, You Hunt We Cook, Maison Bleue, Olive Bangkok และ WORKSHOP Restaurant

เริ่มกันด้วยเมนูเด็ดจากร้านแรก Cocotte Farm Roast & Winery ที่เสิร์ฟ Truffle & Foie Gras Pasta (พาสต้าทรัฟเฟิลและฟัวกรา) โดยคัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยม ได้แก่ ฟัวกราจากฝรั่งเศสที่เป็นพระเอกของจาน ทรัฟเฟิลจากอิตาลี มอเรลจากโปแลนด์ พาสต้าจากอิตาลี ชีส Comté PDO จากฝรั่งเศส เนย จากไอร์แลนด์ และ น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นแบบออร์แกนิก Zakynthos PGI จากกรีซ จานนี้รังสรรค์โดย เชฟ Benjamin Lefevre เลือกสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพจากยุโรปที่มั่นใจได้ถึงมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการลงทะเบียนเป็นสินค้าโลโก้ PDO โดยสามารถเชื่อมโยงไปยังสถานที่ผลิต ทุกขั้นตอนในกระบวนการผลิต การแปรรูป และ โลโก้ PGI เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่มีการผลิตสินค้านั้นจริงๆ โดยมีความเฉพาะเจาะจงกับชื่อของผลิตภัณฑ์ ที่ซึ่งมีคุณภาพ ชื่อเสียง หรือลักษณะเฉพาะอื่นๆ ผลิตภัณฑ์โดยส่วนใหญ่อย่างน้อย 1 ขั้นตอนจะต้องอยู่ในภูมิภาคนั้นๆ

ต่อด้วยร้าน Victoria by Cocotte กับเมนูเด็ด Escargots “Snails” (หอยทากเอสคาโก้) รังสรรค์โดยหัวหน้าเชฟ Freddy Loaec ที่นำหอยทากเบอร์กันดีฝรั่งเศสจับคู่กับเนยเดนมาร์ก กระเทียมจากอิตาลี Zakynthos PGI จากกรีซ และเกลือสินเธาว์จากโปรตุเกส ทำให้รสชาติอาหารอร่อยและน่าค้นหายิ่งขึ้น
เมนูนี้เลือกใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ (Extra virgin Olive Oil) เป็นน้ำมันมะกอกที่จัดอยู่ในหมวดหมู่ที่มีคุณภาพสูงสุด โดยมีคุณภาพที่แม่นยำในกรรมวิธีการผลิตทางรสชาติและองค์ประกอบทางเคมี เพื่อให้ได้รับการรับรองฉลาก “Extra Virgin”

ตามด้วยเมนูฮิตอย่างสปาเกตตี all'Amatriciana จากร้าน You Hunt We Cook จากเชฟมากฝีมือ อนุพร จันทร์ชุ่ม ที่พร้อมให้ทุกท่านได้ลิ้มรสเมนูพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบชั้นดีจากสหภาพยุโรป อาทิ สปาเกตตีออร์แกนิกจากฝรั่งเศส ซอสมะเขือเทศออร์แกนิกจากอิตาลีที่ทำจากมะเขือเทศสดชุ่มฉ่ำ หมูจากสเปน น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นออร์แกนิก Zakynthos PGI จากกรีซ และอีกมากมาย
ผลิตภัณฑ์จากสหภาพยุโรปสามารถรับประกันคุณภาพในด้านผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอินทรีย์ของสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งผลิตและจำหน่ายในรูปแบบ 'ออร์แกนิก' โดยรับประกันได้ว่าส่วนผสมอย่างน้อย 95% เป็นอาหารออร์แกนิก ปฏิบัติตามเงื่อนไขการผลิต ทั้งในด้านการแปรรูป การขนส่ง และการเก็บรักษาที่เข้มงวด ลดการเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยสังเกตได้จากโลโก้ออร์แกนิก

ต่อด้วยร้าน Maison Bleue ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสที่ให้บริการอาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็นใจกลางกรุงเทพฯ โดยเชฟเอกคณิต แก้วศรี พร้อมเสิร์ฟเมนูอย่าง Rossini Duck Breast “Ispahan” (อกเป็ดรอสซินีย่างกระทะ)ให้ลิ้มลอง โดยประกอบไปด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูงจากสหภาพยุโรป อาทิ ราสเบอร์รีจากโปรตุเกส โปแลนด์ และสเปน ฟัวกราจากฮังการี น้ำมันมะกอกออร์แกนิกจากอิตาลี และเนยเดนมาร์กรสชาติเข้มข้น เข้าคู่กับเมนูเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสหภาพยุโรปที่คัดสรรมาอย่างดี
เมื่อพูดถึงยุโรปแล้ว ถือได้ว่าเป็นภูมิประเทศที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกผักและผลไม้คุณภาพสูงตั้งแต่แอปเปิล กีวี ไปจนถึงราสป์เบอร์รี และเมื่อพูดถึงการคัดสรรคุณภาพทั้งผลไม้หรือผักของสหภาพยุโรป สามารถมั่นใจได้ว่าผลิตผลที่ได้รับการเก็บเกี่ยวภายใต้สภาพภูมิอากาศของทวีปยุโรปนั้นได้รับมาตร ฐานและความปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้นการเก็บเกี่ยวตามฤดูกาล คุณภาพความเหมาะสมของดิน และสภาพการเพาะปลูกในพื้นที่เฉพาะของยุโรป ทำให้ผลผลิตนั้นมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ผลิตผลทั้งหมดยังมีการควบคุมการใช้สารกำจัดศัตรูพืชเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการเพาะปลูกจากสถานที่ที่ปลอดภัย

หัวหน้าเชฟ Zaw Lin Aung จาก Olive Bangkok รังสรรค์เมนู Moussaka (มูซาก้า) และ Greek Salad (กรีกสลัด) ขึ้นมาเป็นพิเศษ คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีที่ส่งตรงจากสหภาพยุโรป โดยจะชูรสชาติอันโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ ชีสปาร์มีจาโนเรจจาโน PDO ของอิตาลี น้ำมันมะกอกจากสเปน ครีมจากเดนมาร์ก มะกอก Elia Kalamatas PDO จากกรีซ และเนยไอริช ที่เข้าคู่กับไวน์กรีกชั้นดี
ชีสและผลิตภัณฑ์จากนมของสหภาพยุโรปเป็นที่นิยมโดยทั่วไป ด้วยทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์ของยุโรปเป็นอาหารชั้นดีสำหรับวัว แพะ แกะ และควาย เนื่องจากฝูงสัตว์ที่แข็งแรงและได้รับอาหารอย่างดีจะผลิตนมที่มีคุณภาพดีกว่า จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร ด้วยการรับรองความเป็นเลิศนี้เชื่อมโยงกับความหลากหลายของภูมิประเทศในยุโรป ซึ่งช่วยให้วัว แกะ แพะ และควายสามารถให้นมคุณภาพสูงสุดได้ ในการรีดนมแต่ละครั้ง นมจะถูกกรองและเก็บไว้ที่อุณหภูมิและจำนวนวันที่กำหนด ตัวอย่างจะถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมคุณภาพของนมให้เป็นไปตามข้อกำหนด
สัตว์ที่ถูกเลี้ยงในฟาร์มจากสหภาพยุโรปได้รับการจดทะเบียน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังฟาร์มและเกษตรกรได้ นมจากสหภาพยุโรปผลิตขึ้นตามมาตรฐานความปลอดภัยและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูง ซึ่งรวมถึงเนยด้วย
เนยจากยุโรปเป็นเนื้อครีมและมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ เนื่องจากมีไขมันสูงและปริมาณน้ำต่ำ ตัวอย่างเช่น เนยไอริชผลิตขึ้นตามกฎระเบียบที่เข้มงวดที่กำหนดโดยสหภาพยุโรป เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณไขมันนมไม่น้อยกว่า 80% แต่น้อยกว่า 90% ปริมาณน้ำสูงสุด 16% และปริมาณน้ำนมที่ไม่มีไขมันสูงสุด 2% จึงจะสามารถอ้างสิทธิ์ได้ภายใต้ชื่อ 'เนย' ปริมาณไขมันทำได้โดยการปั่นครีมสดจนได้อย่างน้อย 80% ของไขมัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มรสชาติที่เด่นชัดให้กับครีมที่ใส่ลงไป

จัดเต็มไปกับ WORKSHOP Restaurant ที่รังสรรค์ 4 เมนูโดยการชูวัตถุดิบคุณภาพจากยุโรป โดยเชฟชาวฝรั่งเศส Hernandez Clément ที่พร้อมเนรมิตมื้ออาหารรวมสี่คอร์ส ประกอบด้วย FRENCH WHITE ASPARAGUS (หน่อไม้ฝรั่งขาวฝรั่งเศส) SPANISH SEA BASS (ปลากระพงสเปน) DUTCH VEAL LOIN (เนื้อลูกวัวดัตซ์) และ ITALIAN STYLE POACHED PEAR (ลูกแพร์ตุ๋นสไตล์อิตาเลียน) ทั้งหมดนี้ผ่านการปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพเหนือชั้นจากประเทศต่าง ๆ ทั่วยุโรป อันรวมไปถึงหอยแมลงภู่ไอริชสด เนื้อลูกวัวจากเนเธอร์แลนด์ ทรัฟเฟิลดำจากฝรั่งเศส ช็อกโกแลตจากโรมาเนีย ครีมของเดนมาร์ก และอื่น ๆ อีกมากมาย เสิร์ฟคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสหภาพยุโรปที่คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม ซึ่งช่วยเสริมรสชาติให้กับมื้ออาหารได้อย่างไร้ที่ติ
อาหารยุโรปมีเอกลักษณ์เฉพาะด้วยเนื้อสัตว์และความแตกต่างในแต่ละภูมิประเทศ เกษตรกรในหลายๆ รุ่น ได้ใช้เทคนิคการทำฟาร์มที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาคต่างๆ รวมถึงวิธีการโดยขึ้นอยู่กับชนิดของสัตว์และสภาพแวดล้อมโดยรอบที่พวกมันเติบโต ตัวอย่างเช่น เนเธอร์แลนด์เป็นผู้ผลิตเนื้อลูกวัวรายใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรป เนื้อลูกวัวดัตช์สร้างขึ้นจากระบบการระบุและลงทะเบียนของยุโรป ซึ่งสหภาพยุโรปกล่าวว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ของสหภาพยุโรปทั้งหมดสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งหมายความว่าเราสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของสัตว์แต่ละตัวตลอดห่วงโซ่อาหารตั้งแต่ฟาร์มไปสู่โต๊ะอาหาร และเป็นกระบวนการที่สามารถรับรองมาตรฐานระดับสูงและกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ได้
เนื้อลูกวัวดัตซ์ที่ผลิตจากเนื้อลูกวัวถูกเลี้ยงและจัดการตามนโยบายด้านสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ของสหภาพยุโรปซึ่งรับประกันว่าลูกวัวจะไม่ได้รับความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานจนเกินควร ด้วยเหตุนี้ สัตว์เหล่านี้จึงถูกเลี้ยงในโรงนาที่มีแสงสว่างเพียงพอ อากาศถ่ายเทได้ดี และมีความกว้างขวาง อีกทั้งยังช่วยให้พวกมันมีปฏิสัมพันธ์กับลูกโคตัวอื่นๆ เนื่องจากลูกโคที่มีความสุขและมีสุขภาพดีจะผลิตเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนมที่ให้คุณภาพสูง
เนื้อลูกวัวเป็นส่วนสำคัญของอาหารยุโรปมานานแล้ว ตัวเนื้อมีสีอ่อน ความสม่ำเสมอที่นุ่มนวล และรสชาติที่ละเอียดอ่อนทำให้เป็นหนึ่งในเนื้อที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดจากเชฟทั่วโลก คุณภาพของผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ของยุโรปเป็นผลโดยตรงจากความเชี่ยวชาญของเกษตรกรและผู้ผลิต ซึ่งมักจะส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นและจากกฎระเบียบด้านความปลอดภัยที่มีอยู่
แคมเปญ “Colours by Europe. Tastes of Excellence.” “สีสันรสชาติอาหารอันยอดเยี่ยมจากยุโรป” เปิดตัวโปรโมชัน HoReCa ครั้งแรกในไทยผ่าน 6 ร้านอาหารชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ นี้ มีขึ้นในระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน ไปจนถึง 26 มิถุนายน 2565 ท่านที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Euagrifood Thailand
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี