การเคหะแห่งชาติ เปิดโปรฯ สินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ย 4 ปีแรก 1.5% อุ้มผู้มีรายได้น้อย-เปราะบาง

การเคหะแห่งชาติ เปิดโปรฯ สินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ย 4 ปีแรก 1.5% อุ้มผู้มีรายได้น้อย-เปราะบาง
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

การเคหะแห่งชาติ เปิดโปรโมชั่น โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยปี 65 ดอกเบี้ย 4 ปีแรก 1.5% เพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบางให้เป็นเจ้าของบ้านการเคหะแห่งชาติได้ง่ายขึ้น

ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติมีโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญในการช่วยลูกค้าที่ซื้อบ้านของการเคหะฯ แต่ไม่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน สามารถขอสินเชื่อผ่านโครงการดังกล่าวได้ โดยจะมีคณะกรรมการบริหารสินเชื่อที่อยู่อาศัย (คบส.) ของการเคหะฯ เป็นผู้พิจารณาให้สินเชื่อกับลูกค้า เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบางเป็นไปอย่างทั่วถึงและครอบคลุมยิ่งขึ้น

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการบริหารการให้สินเชื่อเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย (คบส.) เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 64 ได้พิจารณาเห็นชอบอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ปีงบประมาณ 2565 (เดือน ม.ค.-ก.ย. 65) ประกอบด้วย

กลุ่มลูกค้าทั่วไป

  • ปีที่ 1-4 อัตราดอกเบี้ย 1.5%
  • ปีที่ 5-7 อัตราดอกเบี้ย 2.5%
  • ปีที่ 8-40 อัตราดอกเบี้ย 3.75%

กลุ่มเปราะบาง

  • ปีที่ 1-5 อัตราดอกเบี้ย 1.5%
  • ปีที่ 6-7 อัตราดอกเบี้ย 2.5%
  • ปีที่ 8-40 อัตราดอกเบี้ย 3.75%

โดยระยะเวลาการทำสัญญาเช่าซื้อ 40 ปี เมื่อรวมกับอายุผู้เช่าซื้อ ไม่เกิน 70 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.– 30 ก.ย. 65

ที่ผ่านมา การเคหะแห่งชาติ ได้มีการพิจารณาปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ ในการเช่าซื้อโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างตรงจุด รวมทั้งให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไป 4 ปีแรก เพียง 1.5% และกลุ่มเปราะบางขยายเป็น 5 ปีแรก เพียง 1.5%

เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางให้สามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติได้ง่ายขึ้นในสถานการณ์ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างอยู่ในขณะนี้