วิสาหกิจชุมชนลุฟฟาลา ต่อยอดสมุนไพรไทยสู่น้ำมันหอมระเหย

วิสาหกิจชุมชนลุฟฟาลา ต่อยอดสมุนไพรไทยสู่น้ำมันหอมระเหย
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

อีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่เทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2565 ที่หลายๆ คนเฝ้ารอ เพราะนอกจากจะได้หยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหาย ยังจะได้มีเวลาดีๆ ร่วมกัน เช่น การมอบของขวัญ แทนความรักความห่วงใยให้แก่กัน แต่จะดีกว่าหรือไม่ หาก “ของขวัญ” ที่จะมอบให้คนพิเศษนั้นเป็นสิ่งที่จะส่งต่อรายได้กลับไปยังชุมชนเพื่อสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) โดยเฉพาะในยามที่คนไทยยังคงเผชิญกับภาวะวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้รายได้ของชุมชนจำนวนไม่น้อยถ้องถดถอยลงไป

แบรนด์ LUFFALA เตรียมเปิดผลิตภัณฑ์ต้อนรับปีใหม่ LUFFALA Room Diffuser: Recreation Series น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์แห่งความภูมิใจของวิสาหกิจชุมชนลุฟฟาลา ชุมชนหนองแฟบ จ.ระยอง ที่ร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มหอมมะหาด ชุมชนเขาภูดร-เขาห้วยมะหาด และ GC สร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่เดือนพ.ย.นี้ เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับคนที่คุณรัก

861890 183831



Room Diffuser Product หรือ น้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ จากสารสกัดธรรมชาติ 4 กลิ่น ได้แก่ กลิ่น Rain (สะระแหน่) Soil (จิงจูฉ่าย) Tree (ว่านสาวหลง) และ Sun (เร่วหอม) ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติบนเขาห้วยมะหาด จังหวัดระยอง และสร้างการรับรู้ (Awareness) ให้ทุกคนหันมาสนใจสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัดให้ยังคงอยู่ โดยนำพืชสมุนไพรที่ปลูกด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ (organic) จากกลุ่มหอมมะหาด ชุมชนเขาภูดร-เขาห้วยมะหาด ได้แก่ สะระแหน่,ว่านสาวหลง,จิงจูฉ่าย และเร่วหอม มาสกัดปรุงกลิ่นจนที่เป็นเอกลักษณะเฉพาะของ “LUFFALA Recreation Series”

ทั้งนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคำนึงถึงความยั่งยืน เชื่อมโยงสิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคมและเศรษฐกิจเข้าด้วยกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยต้นน้ำเริ่มจากการส่งเสริมการปลูกสมุนไพร 4 ชนิด ได้แก่ สะระแหน่ ว่านสาวหลง จิงจูฉ่าย และ เร่วหอม ด้วยวิถีอินทรีย์ภายใต้โครงการ Rayong Organic Living และต่อยอดการควบคุมคุณภาพการเพาะปลูกด้วยแนวคิด Smart farming เพื่อให้ได้ต้นสมุนไพรที่มีคุณภาพสูงสุด ก่อนนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย โดยเฉพาะ ว่านสาวหลง และ เร่วหอม พืชประจำถิ่นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

ส่วนปลายน้ำ คือการนำพืชสมุนไพรมาต่อยอดเป็น Room Diffuser หรือน้ำมันหอมระเหยปรับอากาศ โดยวิสาหกิจชุมชนลุฟฟาลา สกัดน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรออร์แกนิกและนำมาผสานเข้ากับนวัตกรรม Green Solvent ของ GC และปรุงกลิ่นจนเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของลุฟฟาลา ทำให้ผลิตภัณฑ์ชุดนี้มีความโดดเด่นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ดีต่อใจ เพราะนอกจากจะให้ความผ่อนคลายแล้ว ยังรักษ์สิ่งแวดล้อมและช่วยสนับสนุนชุมชนอีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 กลิ่น บรรจุขวดขนาด 100 ML ราคา 650 บาทต่อขวด ใช้ได้ยาวนานมากกว่า 45 วัน

11 imgl4393_1



หากมองย้อนกลับไปถึงการกำเนิดชุมชนต้นแบบวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลาแห่งนี้ ในปี พ.ศ. 2553 กลุ่มแม่บ้านชุมชนหนองแฟบ จังหวัดระยอง ได้รวมตัวกัน มุ่งมั่นจะสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว สอดคล้องกับความตั้งใจของ GC ที่ต้องการสร้างชุมชนระยองให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดสร้างอาชีพให้ชุมชนอยู่แล้ว จึงไม่รอช้าที่จะเข้ามาสนับสนุน ร่วมพัฒนาองค์ความรู้ให้กับชุมชน โดยได้สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลผิวจากสารสกัดสมุนไพรท้องถิ่น เช่น ผักบุ้งทะเล และมะหาด จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์แรก คือ สบู่ใยบวบ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ LUFFALA ที่เป็นภาษาฝรั่งเศส LUFFA แปลว่า ใยบวบ และ LA หมายถึง ผู้หญิง รวมกันเป็น LUFFALA นั่นเอง ซึ่งก็ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลาในปี 2554 และเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ LUFFALA มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบสนองตลาดของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ให้ความใส่ใจกับสุขภาพอนามัยกันมากขึ้น จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยขึ้นภายใต้แบรนด์ LUFFALA HYGIENE ตัวอย่างเช่น สบู่เหลวล้างมืออนามัย สูตรลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งส่วนประกอบกรีเซอรีนคุณภาพสูง และสารสกัดจากผักบุ้งทะเลช่วยฟื้นบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น และสเปรย์แอลกอฮอล์ เจลแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดมือ เป็นต้น

ความสำเร็จของแบรนด์ “LUFFALA” ได้ตอกย้ำว่าเมืองระยองไม่ได้มีแค่ภาพของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่เป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ที่เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายจากทั่วโลกเท่านั้น หากแต่ภาคเกษตรสามารถที่จะอยู่เคียงคู่เมืองอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน สร้างรายได้ให้กับชุมชน คงเอกลักษณ์ของสมุนไพร และพืชผลไม้ ที่มีชื่อเสียงให้ดำรงสืบต่อไปได้ ด้วยการร่วมมือกันยกระดับขีดความสามารถที่ไม่ละทิ้งวิถีดั้งเดิมแต่เพิ่มเติมด้วยแนวคิดและนวัตกรรมในการสร้างคุณค่าอันจะนำมาต่อรายได้ที่สูงขึ้นเพียงพอให้ชุมชนได้พึ่งตนเองได้อย่างเข้มแข็ง

ปีใหม่ที่จะมาถึงนี้เราจึงหวังว่าผลิตภัณฑ์จาก ลุฟฟาลา (LUFFALA) จะเป็นตัวแทนส่งมอบของขวัญที่ดีที่สุดต่อใจที่ไม่เพียงแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงคุณค่าในการรักษาไว้ ซึ่งอัตลักษณ์ท้องถิ่นของไทยและส่งต่อรายได้ให้กับชุมชนเพื่อก้าวสู่สังคมไทยที่เข้มแข็ง สอบถามเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ทั้ง LUFFALA Boutique Shop มาบตาพุด จังหวัดระยอง, FACEBOOK : LUFFALA_OFFICIAL, LINE: @LUFFALA, Shopee: LUFFALA_OFFICIAL, ร้านGC Circular Living Shop By CSC สาขาเอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารเอ ชั้น 1 สาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ โซน MUNx2 ชั้น 2, LINE: @gccircular, www.gccircularlivingshop.com ,ร้านเดอะ Gallery สาขาไอคอนสยาม ชั้น UG และสาขาเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ชั้น G