"อิชิตัน" ประกาศศักดาเหนือ "โออิชิ" ขึ้นผู้นำตลาดชาเขียวส่วนแบ่งกว่า 40%

"อิชิตัน" ประกาศศักดาเหนือ "โออิชิ" ขึ้นผู้นำตลาดชาเขียวส่วนแบ่งกว่า 40%
Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

"อิชิตัน" ประกาศขึ้นเป็นผู้นำตลาดชาเขียวพร้อมดื่มด้วยส่วนแบ่งตลาด 42.8% เหนือโออิชิ "ตัน" เผยเย็นเย็นและโปรแจกทองมีส่วนช่วยดัน พร้อมเดินหน้าออกสินค้าใหม่ต่อเนื่องเพื่อรักษาแชมป์ ระบุหลังเข้าตลาดจะแยกธุรกิจอาหารออกจากอิชิตัน

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวย บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดชาเขียวพร้อมดื่มตรา "อิชิตัน" กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทนำชาเขียวพร้อมดื่มอิชิตันออกวางตลาดครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2554

ขณะนี้ได้ทำตลาดเครื่องดื่มดังกล่าวมาครบ 2 ปีเต็ม และหากดูข้อมูลส่วนแบ่งในตลาดชาเขียวพร้อมดื่มเก็บรวบรวม โดยบริษัทเอซี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช ประเทศไทย จำกัด ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่าอิชิตันมีส่วนแบ่งในตลาดนี้ 42.8% มากกว่าโออิชิผู้นำในตลาดอันดับ 2 ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดในเดือนดังกล่าวราว 40%

โดยปัจจัยหลักที่ทำให้อิชิตัน มีส่วนแบ่งเหนือโออิชินั้น เป็นผลมาจากการออกเครื่องดื่มใหม่ เย็นเย็น อิชิตัน ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ล่าสุดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีส่วนแบ่งถึง 10% นอกจากนี้ กลยุทธ์การตลาดอื่นๆ เช่น โปรโมชั่นส่งเสริมการขายส่งรหัสใต้ฝามาลุ้นรางวัลทองคำ โทรศัพท์ไอโฟน 5 แคมเปญ อิชิตัน แจก 60 วัน 60 ล้าน ซึ่งจบแคมเปญไปแล้วนั้นมีส่วนในการเพิ่มส่วนแบ่งได้เช่นเดียวกันแม้ว่างบที่ใช้ในการจัดแคมเปญจะน้อยกว่าคู่แข่งก็ตาม

นายตันกล่าวว่า จากการที่ฤดูกาลขายของเครื่องดื่มชาเขียวอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ส่งผลให้ขณะนี้อุตสาหกรรมเครื่องดื่มรวมทั้งชาเขียวได้ลดกำลังการผลิตลงมาประมาณ 20% เพราะเข้าสู่ช่วงหน้าฝน โดยปีก่อนหน้าตลาดชาเขียวพร้อมดื่มมีมูลค่าตลาดราว 12,000 ล้านบาท ถือเป็นเซ็คเม้นท์ที่มียอดขายสูงสุดติดอันดับ 5 จากมูลค่าตลาดเครื่องดื่มรวม 160,000 บาท และชาเขียวจะยังคงเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง

นายตันกล่าวว่า นอกจากนี้บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,000 ล้านบาท เป็น 1,300 ล้านบาท และจะมีการยื่นแบบแสดงข้อมูลเพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เดือนกรกฎาคมนี้ และคาดว่าจะซื้อขายได้ภายในเดือนธันวาคมของปีนี้

ซึ่งหลังจากจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วจะมีการปรับโครงสร้างใหม่ โดยแยกธุรกิจอาหารออกจากอิชิตันกรุ๊ป ด้วยการตั้งบริษัทใหม่ที่ใช้ชื่อว่า บริษัท กินกับตัน จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจอาหารญี่ปุ่น ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ดูแลธุรกิจอาหาร 5 แบรนด์ ได้แก่ เมลทมี ฮอกไกโด ช็อกโกแลต แอนด์ เฮลธี เจลาโต้, ราเมนแชมเปี้ยนส์, ตันตัน อิซากายะ บุฟเฟต์, โทคิยะ เจแปนิส ฟูล คอร์ส และซูชิ โอตา เพื่อต้องการสร้างธุรกิจอาหารญี่ปุ่นให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

 


วิธีทำธุรกิจให้รวยแบบ "ตัน ภาสกรนที"

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!