รวมกลุ่มเลี้ยงกบเสริมรายได้ ไม่ต้องหนีเข้ากรุงขายแรงงาน

รวมกลุ่มเลี้ยงกบเสริมรายได้ ไม่ต้องหนีเข้ากรุงขายแรงงาน

รวมกลุ่มเลี้ยงกบเสริมรายได้ ไม่ต้องหนีเข้ากรุงขายแรงงาน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นางวรรลา จันทร์ดำ ประธานกลุ่ม "เพาะเลี้ยงกบบ้านหนองเครือ" บ้านหนองเครือ หมู่ 10 ต.ถลุงเหล็ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า

เมื่อก่อนชาวบ้านมีเพียงอาชีพทำนาหลังเสร็จจากการทำนาก็จะพากันอพยพไปขายแรงงานยังต่างถิ่นแต่หลังจากได้รับการส่งเสริมให้เพาะเลี้ยงกบขายชาวบ้านก็มีรายได้เสริมเข้าครัวเรือนและไม่ต้องไปทำงานรับจ้างยังต่างจังหวัด

โดยเมื่อปี 2548 ได้รับการสนับสนุนงบจากศูนย์การศึกษานอกระบบตามอัธยาศรัย (กศน.) ในโครงการอยู่เย็นเป็นสุขจัดซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบให้กับหมู่บ้านจำนวน 300 ตัว ให้ชาวบ้านนำไปทดลองเพาะเลี้ยง พร้อมทั้งพาไปศึกษาดูงานวิธีการเลี้ยงที่ จ.อุดรธานี และเมื่อกบมีลูกก็ให้ชาวบ้านแบ่งกันนำไปเพาะเลี้ยงในบ่อดินตามบ้านเพื่อไว้บริโภคแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว

ต่อมาชาวบ้านก็ได้ปรับเปลี่ยนจากบ่อดินจากเป็นบ่อซีเมนต์ และเพิ่มปริมาณการเลี้ยง จนสามารถจับลูกกบและลูกอ๊อดขายมีรายได้เสริมเข้าครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อนมีเพียงอาชีพทำนา ไม่มีรายได้เสริมและหลังเสร็จจากการทำนาก็ต้องอพยพไปขายแรงงานยังต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีชาวบ้านที่เป็นสมาชิกกลุ่มเพาะเลี้ยงกบกว่า 10 ครัวเรือน

โดยแต่ละครัวเรือนมีรายได้จากการจับลูกกบและลูกอ๊อดขาย โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนตั้งแต่เดือนพ.ค.-ส.ค.ของทุกปี จะมีรายได้เฉลี่ยเดือนละไม่ต่ำกว่า 10,000-15,000 บาท

โดยลูกกบอายุ 3 เดือน จะขายในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ลูกกบอายุ 1 เดือนขายตัวละ 1 บาท และลูกอ๊อดขายกิโลกรัมละ 400 บาท ทำให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เสริมเข้าครัวเรือนไม่ต้องอพยพไปขายแรงงานยังต่างถิ่นทั้งยังมีเงินไปชำระหนี้สินทั้งในและนอกระบบที่กู้ยืมมาลงทุนทำนาและใช้จ่ายในครอบครัวได้อีกด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล