เปิด 3 ขั้นตอน เลือกกองทุนฉบับมือใหม่ให้ถูกใจ

เปิด 3 ขั้นตอน เลือกกองทุนฉบับมือใหม่ให้ถูกใจ
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

แนะวิธีเลือกกองทุนฉบับมือใหม่ ให้ถูกใจเพียงแค่ศึกษาและอ่านข้อมูลเพิ่มเติมก็จะช่วยให้นักลงทุนมือใหม่ตัดสินใจง่ายขึ้น

หากเราอยากที่จะลงทุน แต่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนน้อย แถมมีเงินทุนไม่มากนัก และยังไม่มีเวลามอนิเตอร์ข้อมูลตลอดเวลา กองทุนรวม ถือเป็นคำตอบที่ดีที่สุดที่จะช่วยต่อยอดเงินออมสร้างผลตอบแทนกลับมาให้เราได้ แต่รู้หรือไม่การเลือกกองทุนนั้นให้เหมาะกับสไตล์การลงทุนของเรานั้นมีวิธีอย่างไร โดยเฉพาะมือใหม่ที่จะต้องอ่านข้อมูลและทำการบ้านก่อนเลือกกองทุนที่มั่นคงและถูกใจให้กับตนเอง Sanook Money มีข้อมูลดีๆ ที่จะช่วยให้นักลงทุนมือใหม่จับสัญญาณและเลือกกองทุนได้ง่ายขึ้นมาฝากกัน

เว็บไซต์ setinvestnow ระบุว่า Mutual Fund หรือ กองทุน คือ การระดมเงินลงทุนจากคนจำนวนมาก และนำไปจดทะเบียนให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อตั้งเป็นกองทุนขึ้นมา โดยเงินที่ได้รับนั้นจะมี “ผู้จัดการกองทุน” ที่เป็นมืออาชีพนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายของแต่ละกองทุน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่งอกเงย แล้วนำมาเฉลี่ยคืนให้กับผู้ลงทุนแต่ละรายตามสัดส่วนเงินที่ลงทุนนั่นเอง

โดยมือใหม่สามารถเริ่มลงทุนกองทุนรวมอย่างมั่นใจได้ด้วยเหตุผลดังนี้

  • มี “มืออาชีพ” ดูแล บริหารจัดการกองทุนตามนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้
  • มีการกระจายการลงทุน ช่วยลดความเสี่ยงได้
  • มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย เลือกได้ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และผลตอบแทนที่คาดหวัง
  • มีสภาพคล่องสูง สามารถขายคืนเพื่อรับเป็นเงินสดได้ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • เพราะรายได้ของกองทุนรวม “ไม่เสียภาษีเงินได้” เราจึงได้รับผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย แถมเงินลงทุนในกองทุนรวมบางประเภท ยังนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

ในส่วนของผลตอบแทนนั้น จะอยู่ในรูปแบบ ส่วนต่างกำไร (Capital Gain) หรือ เงินปันผล (Dividend) โดยผู้ลงทุนจะได้รับส่วนต่างกำไรก็ต่อเมื่อขายคืนหน่วยลงทุนได้ในราคาที่สูงกว่าราคาที่ซื้อมา เพราะกองทุนรวมมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) เพิ่มมาจากการลงทุนนั่นเอง ในขณะที่ หากลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ก็จะได้รับเงินปันผลซึ่งจะคำนวณตาม อัตราการจ่ายเงินปันผล คูณกับ จำนวนหน่วยลงทุนที่เราเป็นเจ้าของนั่นเอง

ขั้นตอนการเลือกกองทุนฉบับมือใหม่นั้นมี 3 ขั้นตอนดังนี้

1. คัดกรองกองทุนรวม

เริ่มจากวิธีง่ายๆ ด้วยการระบุประเภทและนโยบายการลงทุนของกองทุนรวมที่ตรงกับเป้าหมายการลงทุนของเรา จากนั้นก็กำหนดเงื่อนไขการคัดกรองกองทุน เช่น ชื่อ บลจ. การจ่ายเงินปันผล ระดับความเสี่ยง จำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ เป็นต้น โดยระบบจะคัดกรองและแสดงเฉพาะรายชื่อกองทุนรวมที่ตรงตามเงื่อนไขตามที่เราต้องการ ที่เหลือจะเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องไปศึกษาข้อมูลเชิงลึกของกองทุนรวมเหล่านั้นต่อ ทดลองคัดกรองกองทุนรวมได้ที่ www.aimc.or.th และ www.morningstarthailand.com

2. เจาะลึกข้อมูลในหนังสือชี้ชวนฯ และ Fund Fact Sheet

เมื่อเราได้กองทุนรวมที่ตรงตามความต้องการแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลของกองทุนรวมนั้นๆ โดยละเอียด จาก “หนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน” และ “Fund Fact Sheet” เพราะเป็นเหมือน “คัมภีร์” ที่บอกรายละเอียดทุกอย่างของกองทุนรวมนั้นๆ ซึ่งเราสามารถหาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของ บลจ. ที่เสนอขายกองทุนนั่นเอง

3. วิเคราะห์ปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเลือกกองทุนรวมที่ถูกใจได้แล้ว ขอให้สละเวลาเพิ่มอีกนิดในการวิเคราะห์ปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของเรา เช่น

ขนาดของกองทุนรวม

  • หากมีสินทรัพย์น้อยกว่า 100 ล้านบาท อาจถือว่ามีขนาดเล็กเกินไป เพราะเมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับขนาดของสินทรัพย์แล้ว จะพบว่ามีสัดส่วนที่สูง และอาจจะไม่เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scales) ส่งผลให้เรามีต้นทุนสูงขึ้นด้วย แต่หากกองทุนรวมมีสินทรัพย์มากกว่า 15,000 ล้านบาทขึ้นไป จะถือว่ามีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดของตลาดการเงินไทย ดังนั้น จึงควรพิจารณาถึงความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุน

  • บริการที่เสนอให้นักลงทุน ดูว่า บลจ. ที่เป็นผู้บริหารกองทุนรวม มีบริการที่ตรงตามความต้องการหรือไม่ เช่น บริการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต บริการวางแผนการลงทุน เป็นต้น

สุดท้ายนี้ก่อนที่เราจะตัดสินใจลงทุน อย่าลืม...ทำความรู้จักกับตัวเองให้แน่แท้เสียก่อนว่า รับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน เข้ามาลงทุนเพื่ออะไร เข้าใจสภาวะการลงทุนดีพอหรือไม่ และต้องติดตามผลด้วยว่า กองทุนรวมที่เราลงทุนมีผลการดำเนินงานเป็นอย่างไร โดยเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) หรือผลการดำเนินงานของกองทุนที่มีนโยบายเดียวกันของ บลจ. อื่นด้วย

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ กองทุน