บัญชีครัวเรือน...จดแล้วไม่จน

บัญชีครัวเรือน...จดแล้วไม่จน
Siamturakij

สนับสนุนเนื้อหา

เงินพลาสติก หรือ บัตรเครดิต ดูเหมือนจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนในสังคมปัจจุบันไปแล้ว และไม่ได้พกกันแค่ใบเดียวเสียด้วย เพราะบัตรแต่ละใบตัดยอดคนละวันกัน ก็สลับกันใช้ โดยคิดว่านี่คือการบริหารเงินที่ถูกต้อง แต่เอาเข้าจริงแล้ว กลายเป็นว่าเป็นหนี้บัตรทุกใบ เพราะใช้จ่ายเกินตัว

ด้วยสภาพสังคมปัจจุบัน ความพอเพียง มักทำได้ยากเพราะแนวทางการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไป มีสิ่งกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายหลากหลายรูปแบบ เช่น ความสวยความงาม การแต่งตัวตามแฟชั่นหรือดารานักแสดงที่ชื่นชอบ รายรับอาจไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้

จึงนำไปสู่การกู้หนี้ยืมสิน และเป็นหนี้บัตรเครดิต ซึ่งเป็นวัฏจักรที่ยากจะหลุดออกมาได้!!

สิ่งที่อันตรายเวลาเราใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต คือการไม่จดบันทึกว่าใช้จ่ายค่าอะไรไป เป็นจำนวนเท่าไร เราจึงไม่รู้ว่าใช้เงินไปมากน้อยเท่าใดแล้ว การไม่เห็นเงินสดออกจากกระเป๋าจึงคิดว่าเรายังมีเงินพอใช้อยู่

บางคนเห็นยอดชำระค่าบัตรเครดิตถึงกับตกใจ ว่าเราใช้มากมายขนาดนี้เลยหรือ บางคนไม่สามารถชำระยอดเต็มได้จึงชำระแค่ขั้นต่ำโดยลืมนึกไปว่า ดอกเบี้ยบัตรเครดิตนั้นสูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเลยทีเดียว ทำให้ยอดค้างชำระบัตรเครดิตและหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี

สาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ประมาณว่ากินเท่าเดิมจ่ายเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นบัตรเครดิตที่กระตุ้นการใช้จ่ายจากธนาคารต่างๆ อีกมากมาย

แต่จะโทษปัจจัยภายนอกอย่างเดียวก็คงจะไม่ได้ เพราะสาเหตุหลักคงไม่พ้นพฤติกรรมและวินัยในการใช้จ่ายของเราเองมากกว่า ที่ไม่สามารถทนต่อกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ ได้ ยิ่งมีครอบครัวด้วยแล้ว ภาระก็ย่อมเพิ่มมากขึ้นทวีคูณ แล้วเราควรทำอย่างไรเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างรายได้กับค่าใช้จ่ายให้ดีขึ้น

การทำบัญชีรับจ่ายเป็นอีกหนึ่งทางที่สามารถช่วยให้การวางแผนทางการเงินมีประสิทธิภาพ หลายคนมองว่าการทำบัญชีเป็นอะไรที่ยุ่งยากและไกลตัว และส่วนใหญ่ใช้ในการทำธุรกิจเท่านั้น

แต่จริงๆ แล้วขั้นตอนการทำบัญชีรับจ่ายอย่างง่ายภายในครอบครัว หรือที่เรียกกัน "บัญชีครัวเรือน" ไม่ได้ยุ่งยากและซับซ้อนอย่างที่คิด

หลักบัญชีครัวเรือนนั้น ประยุกต์มาจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทาน เพราะทรงมองเห็นถึงความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง รู้จักความพอประมาณ โดยคำนึงถึงหลักเหตุผล และการประมาณตน

หลายคนอาจคุ้นเคย หรืออาจจะเคยได้ยินการรณรงค์เกี่ยวกับการทำบัญชีครัวเรือนกันมาบ้างจากสโลแกนที่ว่า "จดแล้วไม่จน" กันมาบ้างแล้ว หลักๆ เลยคือการจดบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวัน หรือประจำเดือนว่า มีรายรับเท่าไหร่และมีรายจ่ายอะไรบ้าง และคงเหลือเท่าไหร่ หรือไม่พอใช้เท่าไร

หากไม่พอใช้ รายจ่ายอะไรบ้างที่ไม่จำเป็นและสามารถลดได้ นี่คือข้อดีของการบันทึกรายรับรายจ่าย เราสามารถสร้างความสมดุลระหว่างระหว่างรายได้กับค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับฐานะทางการเงิน และอาจช่วยปลูกฝังการเก็บออมอีกด้วย

 

 

สวยมาก! รีสอร์ทลงทุน 60 ล้านของ "ภูริ หิรัญพฤกษ์"
ศรีพันวา รีสอร์ท 6,000 ล้านของตระกูล "อิสสระ"