เช็กวันโอนเงิน "เราชนะ-ม33เรารักกัน" รอบใหม่ เริ่มล็อตแรก 20 พ.ค. นี้

เช็กวันโอนเงิน "เราชนะ-ม33เรารักกัน" รอบใหม่ เริ่มล็อตแรก 20 พ.ค. นี้
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

คลังยืนยันโอนเงิน 2,000 บาท เราชนะ-ม33เรารักกัน ให้ผู้มีสิทธิทั้ง 2 โครงการ เริ่มโอนงวดแรก 20 พ.ค. นี้

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเพิ่มวงเงิน 2,000 บาท ให้กับผู้ได้สิทธิในโครงการเราชนะ และม33เรารักกัน ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบสนับสนุนวงเงินเยียวยาดังกล่าวให้กับผู้มีสิทธิใน 2 โครงการ โดยจะได้รับการโอนสิทธิตามช่องทางแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง หรือช่องทางที่เคยได้รับแบบอัตโนมัติ โดยกลุ่มที่เคยได้รับสิทธิผ่านทางแอปฯ เป๋าตัง จะได้รับวงเงินสิทธิในวันพฤหัสบดีที่ 20 และ 27 พ.ค. นี้ ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน รวมถึงกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ และกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน จะได้รับการโอนเงินเข้าบัตรประชาชนแบบ Smart Card ในวันศุกร์ที่ 21 และ 28 พ.ค. 64 และสามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 64

นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกลุ่มคนที่เคยได้รับสิทธิผ่านทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่ได้ถอนการติดตั้ง (Uninstalling) แอปพลิเคชันไปแล้ว สามารถดาวน์โหลด และติดตั้งแอปฯ “เป๋าตัง” ใหม่ได้ เพื่อรับและใช้จ่ายสิทธิตามที่รัฐบาลสนับสนุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการฯ

ส่วนความคืบหน้าของโครงการฯ ณ วันที่ 11 พ.ค. 64 พบว่า ขณะนี้ มีจำนวนผู้ได้รับสิทธิโครงกาเราชนะรวมทั้งสิ้น 32.9 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 205,028 ล้านบาท และมีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการฯ ที่ใช้จ่ายจนครบวงเงินสิทธิ์แล้ว จำนวน 25.2 ล้านคน ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.3 ล้านกิจการ

โดยแบ่งกลุ่มผู้ใช้สิทธิเราชนะออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน จำนวน 13.7 ล้านคน ยอดใช้จ่ายจำนวน 73,843 ล้านบาท
  • กลุ่มแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” (เราเที่ยวด้วยกัน-คนละครึ่ง) รวมถึงผู้ที่ผ่านเกณฑ์ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com จำนวน 16.8 ล้านคน ยอดใช้จ่ายจำนวน 115,724 ล้านบาท
  • กลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.4 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสะสมจำนวน 15,461 ล้านบาท

616839