สิริ คอสเมติก ปั้นนวัตกรรมความงามออร์แกนิก ชิงเค้ก 200,000 ล้านบาท

สิริ คอสเมติก ปั้นนวัตกรรมความงามออร์แกนิก ชิงเค้ก 200,000 ล้านบาท
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

เป็นเวลามากกว่า 1 ปี ที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับพิษโควิด-19 ทำให้หลายธุรกิจต้องชะงักไม่เว้นแม้แต่ "อุตสาหกรรมความงาม" ที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย เมื่อหน้ากากอนามัยกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของสาวๆ แถมผู้คนก็ใช้ชีวิตนอกบ้านน้อยลง แต่งหน้าน้อยลง ทำให้ความถี่ในการเลือกซื้อเครื่องสำอางลดลงตามไปด้วย โดยข้อมูลจาก Kantar บริษัทวิจัยชั้นนำด้านข้อมูลเชิงลึก และที่ปรึกษาการตลาดระดับโลก เผยมูลค่าตลาดความงามไทย (Personal Care) เมื่อปีที่ผ่านมา ติดลบ 2.1% มูลค่าตลาดสูญหายไปราว 926 ล้านบาท อีกทั้งผู้บริโภคยุค New Normal ฉลาดเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น โดยมองหาส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ, การใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก รวมถึงมองผลสินค้าที่มีผลวิจัยรองรับจากสถาบัน และหน่วยงานภาครัฐ มากกว่าการซื้อสินค้าเพียงแค่บรรจุภัณฑ์ที่สวยหรู และราคาเป็นหลัก ถือเป็นความที่ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจความงามทั้งรายใหญ่ และรายเล็กที่ต้องสร้างความแตกต่าง เพื่อแย่งชิงมูลค่าตลาดความงามกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี

สิริ คอสเมติก เป็นแบรนด์สินค้าความงามสัญชาติไทย ที่มองเห็นโอกาสท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 โดยจับสัญญาณผู้บริโภคในยุค New Normal ที่หันมารักตัวเองดูแลสุขภาพ และใส่ใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ หรือออร์แกนิคมากขึ้น โดยล่าสุดเพิ่งเปิดตัวเซรั่มจากสาหร่ายพวงองุ่นเมื่อต้นปี 2564 และตั้งใจส่งต่อความสวยเพื่อครองใจสาวๆ ยุคใหม่ทุกคน

ไม่มีคำอธิบายนางสิริกร ภัทร์คงสิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สิริ คอสเมติก จำกัด

นางสิริกร ภัทร์คงสิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สิริ คอสเมติก จำกัด เล่าว่า เซรั่มสาหร่ายพวงองุ่นเกิดจากการที่เธอมีผิวแพ้ง่ายหลังเจอแสงแดด จึงอยากคิดสูตรและไปเรียนการทำสูตรเซรั่มทดลองใช้กับตนเอง โดยนำสาหร่ายพวงองุ่นจากฟาร์มของเธอที่เคยใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท พัฒนาบนพื้นที่ 15 ไร่ ในอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เพื่อยกระดับวิถีชุมชน และเพิ่มอาชีพให้กับเกษตรกรไทยในพื้นที่ให้ได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น โดยใช้เวลาพัฒนากว่า 3 ปี จนได้ใบรับรองจากกรมประมงให้เป็นฟาร์มสาหร่ายพวงองุ่นออร์แกนิคที่ได้มาตรฐาน ส่งไปตรวจสอบคุณสมบัติกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จนได้รับการการันตีว่าช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งเม็ดสีบนผิวหลังถูกแสงแดด และใช้สาหร่ายพวงองุ่นเป็นวัตถุดิบหลักที่ในการผสมรวมกับสารสกัดจากธรรมชาตินำเข้าจากต่างประเทศ เช่น สตอรเบอรี่ขาวจากญี่ปุ่น, ว่านหางจรเข้, วิตามินอี รวมถึงสารสกัดวิชฮาเซล ที่จะช่วยลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ผิวเรียบเนียนดูกระชับ เสริมสร้างคอลลาเจน ลดการอักเสบ รวมถึงต้านอาการแพ้ ถือเซรั่มที่ช่วยปรนนิบัติผิวได้ครบจบในขวดเดียว

ไม่มีคำอธิบาย

ไม่มีคำอธิบาย

เมื่อผลิตเซรั่มบำรุงผิวในสูตรที่ลงตัวแล้ว จะใช้เวลา 1 ปี ในการทดลองกับผิวหน้าตนเอง อีกทั้งยังให้พนักงานรวมถึงแม่บ้านกว่า 100 คน ร่วมทดลองเพื่อดูผลลัพธ์ และนำมาปรับปรุงพัฒนาจนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด สร้างความมั่นใจให้กับตนเอง ก่อนที่จะผลิตและนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่มาร่วมทำบุญกว่า 1,000 คน ได้ทดลองใช้ฟรีกันก่อน หากติดใจในผลลัพธ์ก็สามารถกลับมาซื้อเซรั่มบำรุงผิวได้ นอกจากนี้ นางสิริกร ยังมีไอเดียแตกไลน์สินค้าเป็นรุ่น Limited Edition ด้วยการช่วยเหลือเกษตรกรในชุมชนที่ไม่สามารถระบายสินค้าเกษตรสู่ท้องตลาดได้ เช่น มะพร้าว โดยนำมาต่อยอดเป็นแชมพู-ครีมนวดผม เจลอาบน้ำสูตรพิเศษที่ใช้สารสกัดจากสาหร่ายพวงองุ่น มะหาด และน้ำมันมะพร้าว และครีมบำรุงมือ-เท้า ที่ใช้สารสกัดนำเข้าจากต่างประเทศร่วมด้วย โดยจะผลิตปีละครั้งเพื่อทำเป็นกระเช้าของขวัญมอบให้กับผู้ใหญ่ในเทศกาลสำคัญๆ นับเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการไทยที่ใส่ใจถึงปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ โดยเข้าไปยกระดับวิถีชุมชนช่วยต่อยอดสินค้าและเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้านอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทำธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) อย่างแท้จริง

อาจเป็นรูปภาพของ เครื่องสำอาง

"คอนเซ็ปต์บริษัทฯ เราคือ มุ่งมั่น สร้างสรรค์ พัฒนา นำพาความสำเร็จ ก้าวไกล คืนกำไรสู่สังคม" นางสิริกร กล่าว

นางสิริกร กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาบริษัทฯ มียอดขายสินค้าเฉพาะสบู่เมือกหอยทากที่ทำรายได้เติบโตสวนโควิด-19 ที่ สปป.ลาว กว่า 30,000 กล่อง เนื่องจากมีระบบตัวแทนจำหน่ายกว่า 200 คน ผ่านการทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย เช่น ซื้อ 1 แถม 1, จับคู่สินค้าในราคาสุดคุ้ม และจัดแคมเปญ "ตบเมือกหอยทาก ด้วยสบู่ S Luxury Soap" ชิงจี้ทองคำ และเงินรางวัลตั้งแต่ 500-2,000 บาทด้วย และในปี 64 จะผลักดันเซรั่มสาหร่ายพวงองุ่นให้ติดตลาดในไทย ตั้งเป้ายอดขาย 30,000 กล่องภายในปีนี้ โดยใช้กลยุทธ์ทางการตลาดผ่านแคมเปญเฟ้นหา "Reviewer" ที่ใช้เซรั่มสาหร่ายพวงองุ่นจริง ซึ่งขณะนี้มีจำนวนผู้สมัครแล้วกว่า 42 คน จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนคัดเลือกโปรไฟล์ รวมถึงผู้ที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุดจำนวน 10 คน เพื่อมารีวิวสินค้าให้กับแบรนด์ เพิ่มความมั่นใจในคุณภาพสินค้าให้กับผู้บริโภคได้ดีทีเดียว เพราะมีการรีวิวจากผู้ใช้เซรั่มจริง

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และข้อความ

ปัจจุบัน สิริ คอสเมติก มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ เช่น สบู่เมือกหอยทาก, สบู่ โลชั่น และเซรั่มจากสาหร่ายพวงองุ่น ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 125-459 บาท จำหน่ายทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ผ่าน Gourmet Market 5 สาขา ได้แก่ สยามพารากอน, เดอะมอลล์งามวงศ์วาน, เดอะมอลล์บางแค, MRT ลาดพร้าว และเดอะมอลล์โคราช ส่วนในต่างจังหวัด ได้แก่ ชลบุรีบิวตี้, ร้านตัวหอมหอม นครปฐม, ร้านเจน แฮร์ดีไซน์ ครีนครินทร์ ส่วนช่องทางออนไลน์จะเป็น Facebook, Instagram, Line Official Account, Twitter, Youtube รวมถึงมีตัวแทนจำหน่ายทั้งในไทย และ สปป.ลาว ที่ไปรุกตลาดเมื่อ 3 ปีก่อนกว่า 200 คน

ส่วนแผนการขยายสินค้าไปต่างประเทศในอนาคต นางสิริกร มองว่า จะเน้นในกลุ่มประเทศ CLMV เพราะมีสินค้าความงามของไทยวางขายในตลาดกว่า 40% โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม และกัมพูชา เนื่องจากแบรนด์สินค้าไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีเทคโนโลยีการผลิตและบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย อีกทั้งประชากรในกลุ่มประเทศดังกล่าวมีกำลังซื้อสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจความงาม