YLG ชี้เฟดคงดอกเบี้ยหนุนทองฟื้น แนะจับตาแนวต้านสำคัญ 1,760 ดอลลาร์

YLG ชี้เฟดคงดอกเบี้ยหนุนทองฟื้น แนะจับตาแนวต้านสำคัญ 1,760 ดอลลาร์
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า การปรับขึ้นของราคาทองคำในรอบ 2 สัปดาห์ แม้จะเป็นสัญญาณที่ดีแต่เป็นการเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ มาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ทิศทางจึงเป็นการรีบาวด์ที่ยังไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าราคาทองคำจะกลับมาเป็นขาขึ้น โดยทิศทางตอนนี้เป็นไปได้ทั้งการไปต่อ หรือการปรับลดลง ทั้งนี้แม้หลังการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ที่คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ส่งผลให้ราคาทองคำสามารถผ่านระดับสูงสุดของสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 1,740 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ไปได้ หรือประมาณ 25,400 บาทต่อบาททองคำ (คาดการณ์ที่ค่าเงินบาท 30.83 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งในช่วงสั้นๆอาจจะมีการปรับขึ้นไปถึง 1,760 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หรือประมาณ 25,700 บาทต่อบาททองคำ แต่หากไม่สามารถผ่านได้ ยังมีโอกาสที่จะราคาปรับลดลงมาแถวๆ 1,720-1,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หรือประมาณ 24,900 บาทต่อบาททองคำ อีกครั้ง

ceoนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

หากราคาทองคำสามารถทะลุ 1,760 ดออลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ทิศทางในระยะสั้นจะสดใสมากขึ้น โดยมีโอกาสปรับขึ้นไปต่อที่ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือประมาณ 26,300 บาทต่อบาททองคำ

อย่างไรก็ดี ทิศทางในระยะกลางของทองคำยังเป็นลักษณะการค่อยปรับตัวลดลง(Sideway Down) จึงอาจจะมีแรงเทขายทำกำไรออกมา ทำให้ทองคำมีการปรับฐานอีกรอบ ดังนั้นหากมีการดีดตัวขึ้นไปแถวๆ 1,760 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์สามารถใช้เป็นจังหวะขายทำกำไรได้ แต่หากผ่านได้อาจถือต่อ ส่วนแนวรับมองที่ 1,720-1,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับปัจจัยที่ยังมีผลกระทบต่อราคาทองคำในช่วงนี้ยังต้องติดตามตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐอย่างต่อเนื่อง เพราะมีผลต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงมีผลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาทองคำเพราะหากเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าและส่งผลลบต่อราคาทองคำ นอกจากนี้ปัจจัยด้านการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามแม้ว่าการประชุมในรอบเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำตามคาด และจะยังไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยภายใน 1-2 ปีนี้ แต่การคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เริ่มมีมุมมองดีขึ้นนั้นก็ถือเป็นปัจจัยกดดันทองในอนาคตได้