Daily View - บล.กสิกรไทย

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ตลาดเก็งการผ่อนคลายนโยบายการเงินทั้งใน-นอกประเทศ          แนวโน้มตลาด: หุ้นยุโรปปิดบวก แม้สเปนจะรายงานอัตราการว่างงานพุ่งขึ้นทำสถิติที่ 27% อีกครั้ง แต่ประเด็นดังกล่าวถูกหักล้างด้วยการรายงาน GDP 1Q56 ของอังกฤษที่ขยายตัว 0.3% QoQ และ 0.6% YoY หลุดพ้นจากภาวะถดถอยในขณะที่สหรัฐฯ ปิดบวกหลังตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลง อีกทั้งได้แรงผลักดันจากผลประกอบการของบจ.ที่ออกมาแข็งแกร่ง ทั้งนี้ทองคำฟื้นตัวขึ้นสู่1480 เหรียญสหรัฐฯต่อออนซ์ ซึ่งน่าจะได้แรงหนุนจากคาดการณ์การผ่อนคลายนโยบายการเงินของทั้ง BOJ (26 เม.ย.) และ ECB (2 พ.ค.) อย่างไรก็ตามการขึ้นมาสู่ระดับ 1480-1500 เหรียญสหรัฐฯต่อออนซ์ เป็นระดับที่น่าทำกำไรสำหรับผู้เสี่ยงซื้อไว้ หรือปรับพอร์ตสำหรับผู้ที่ต้องการลดการถือครองทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์เองก็ได้รับแรงหนุนให้ปรับตัวขึ้นส่งผลให้กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมีอาจมาช่วยตลาดได้ การหารือของหน่วยงานเศรษฐกิจ เพื่อรับมือปัญหาค่าเงินบาทแข็ง ส่งผลให้ค่าเงินอ่อนและมีแรงขายในตราสารหนี้ระยะสั้นออกมา แม้มีแรงขายหุ้นแต่การเปิดสถานะ Long ของต่างชาติเพิ่มขึ้น ดังนั้นแม้อาจมีความผันผวนระยะสั้นเกิดขึ้นแต่เชื่อว่า downside ของตลาดก็ยังคงจำกัด ซึ่งเราแนะนำนักลงทุนรับมือความเสี่ยงดังกล่าวด้วยการไม่พยายามคาดเดาตลาด และเน้นที่การเลือกหุ้นรายตัว // ปัจจัยติดตาม/ 26 เม.ย. - ประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น และการประกาศ GDP 1Q56 ของสหรัฐฯ /ค่าเงินบาท – ตลาดเก็งกำไรมาตรการรับมือบาทแข็งค่าด้วยการลดดอกเบี้ย เป็นปัจจัยกลับมาผลักดันหุ้นอสังหาริมทรัพย์ (ชอบ AP PS MK BLAND) และหุ้นส่งออก (ชอบ KCE CCET SVI CPF) / เก็งกำไรหุ้นโภคภัณฑ์ – ชอบ PTTGC TOP ESSO PTT และทยอยสะสม TTA          กลยุทธ์การลงทุน: มุมมองระยะกลาง-ยาว ของ SET Index ดีไม่เปลี่ยน แต่ในระยะสั้นตลาดแข็งแกร่งกว่าที่คาด กลยุทธ์ยังเน้นหุ้นที่น่าจะประกาศผลประกอบการดี และมีโอกาสถูกปรับเพิ่มประมาณการ นอกจากนี้อาจเริ่มสะสมหุ้นที่ปรับลดลงมามากจน valuation น่าสนใจในกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์และปิโตรเคมี (บางตัว) หุ้น แนะนำ AP THAI TCAP          สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: (เมื่อ 20 มี.ค.) ขอเสี่ยงลดน้ำหนักการลงทุนเป็นครั้งที่สองในรอบ 11 เดือน ลง 10% เหลือ 60% (ครั้งแรกเมื่อ 22 ก.พ.) ซึ่งในส่วนของการซื้อต่อยอดสะสมระยะกลาง ขอเน้นเลือกซื้อใน ADVANC AP MK TTA MAJOR STANLY PM TK PTT CPF TICON ROJNA หุ้นแนะนำวันนี้          - Best trade AP (ปิด 8.90 เป้าระยะสั้น 9.40-9.70 ขายเมื่อหลุด 8.30) คาดงบ 1Q56 ไม่ดี ลดลง 70% QoQ และ 37% YoY + กำไรที่อ่อนเป็น seasonal และเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ ก่อนจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง + มูลค่าน่าสนใจซื้อขายเพียง 7.8x PER และให้ปันผลถึง 5.1% และ 6.0% สำหรับปี 56-57          - THAI (ปิด 30.00 เป้าระยะสั้น 32.00-36.00 ขายเมื่อหลุด 28.00) คาดผลการดำเนินงาน 1Q56 แข็งแกร่ง + ตลาดมีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการจาก cabin factor ที่เพิ่มและราคาน้ำมันที่ทรง-ลง + ราคาปัจจุบันคิดเป็นเพียง 0.93x PBV + มองหวัดนกH7N9 เป็นปัจจัยกังวลช่วงสั้น          - TCAP (ปิด 44.50 เป้าระยะสั้น 46.00 ขายเมื่อหลุด 42.00) งบ 1Q56 ออกมาดีและเร่งตัวขึ้นอีกใน 2Q56 + ราคาปัจจุบันซื้อขายทีเพียง 1.32x PBV และจะลดเหลือราว0.93x PBV หลังดีลขายธุรกิจประกัน+ ครึ่งปีแรก2556 ยังได้โมเมนตัมบวกจากรถคันแรก          - Value stocks: PM TK OISHI KK/ Turnaround: TTA THAI TRUE ROJNA ปัจจัยที่ต้องติดตาม          - 26 เม.ย.Thailand: สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน          - 26 เม.ย. US: GDP          - 26 เม.ย. US: Consumer Sentiment          - 29 เม.ย. EU: Euro-Zone Consumer Confidence (ตัวเลขสุดท้าย)          - 29 เม.ย. US: Personal Income and Outlays          - 29 เม.ย. US: Pending Home Sales Index          - 29 เม.ย. US: Dallas Fed Mfg Survey          - 30 เม.ย.Thailand: ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน          - 30 เม.ย. EU: Euro-Zone Unemployment Rate          - 30 เม.ย. US: S&P Case-Shiller HPI          - 30 เม.ย. US: Chicago PMI          - 30 เม.ย. US: Consumer Confidence          - 01 พ.ค. Thailand: กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย.          - 01 พ.ค. China: Manufacturing PMI          - 01 พ.ค. US: ADP Employment Report          - 01 พ.ค. US: ISM Mfg Index          - 01 พ.ค. US: FOMC Meeting Announcement          - 02 พ.ค. EU: PMI Manufacturing (ตัวเลขขั้นสุดท้าย)          - 02 พ.ค. EU: ECB Announces Interest Rates          - 02 พ.ค. US: International Trade          - 02 พ.ค. US: Jobless Claims          - 03 พ.ค. China: Non-Manufacturing PMI          - 03 พ.ค. US: Employment Situation          - 03 พ.ค. US: Factory Orders          - 03 พ.ค. US: ISM Non-Mfg Index          - 06 พ.ค. EU: PMI Composite (ตัวเลขขั้นสุดท้าย)          - 06 พ.ค. EU: Euro-Zone Retail Sales          - 08 พ.ค. China: Trade Balance          - 09 พ.ค. China: Consumer Price Index          - 09 พ.ค. US: Jobless Claims          - 10-15 พ.ค. EU(Event): European Commission Releases Economic Growth Forecasts          - 13 พ.ค. China: Industrial Production          - 13 พ.ค. China: Retail Sales          - 13 พ.ค. EU(Event): Euro-Area Finance Ministers Meet in Brussels          - 13 พ.ค. US: Retail Sales          - 14 พ.ค. EU(Event): EU-27 Finance Ministers Meet in Brussels          - 14 พ.ค. EU: Euro-Zone Industrial Production          - 14 พ.ค. EU: ZEW Survey (Econ. Sentiment)          - 15 พ.ค. EU: Euro-Zone GDP          - 15 พ.ค. US: Producer Price Index          - 15 พ.ค. US: Empire State Mfg          - 15 พ.ค. US: Industrial Production          - 16 พ.ค. EU: Euro-Zone CPI          - 16 พ.ค. US: Consumer Price Index          - 16 พ.ค. US: Housing Starts          - 16 พ.ค. US: Jobless Claims          - 16 พ.ค. US: Philadelphia Fed Survey          - 17 พ.ค. US: Consumer Sentimentบทวิเคราะห์วันนี้          - STEC (ซื้อ ปิด 29.0 พื้นฐาน 32.5 +12.1%) เราปรับเพิ่มคำแนะนำลงทุนใน STEC เป็น“ซื้อ” จาก “ถือ” หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไรในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2556-2558) ในระดับ12.5%, 8.9% และ 14.9% ซึ่งส่งผลให้มูลค่าพื้นฐานตามวิธี PBV เพิ่มขึ้นเป็น 32.5 บาทจาก29.0 บาท ทั้งนี้เราได้มีการปรับเพิ่ม PBV multiple ขึ้นเป็น 6.55x (+3.5 SDV) จาก 5.81x (+3.0 SDV) จากแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนและมั่นคง โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา STEC ชนะการประมูลแล้วกว่า 19.2 พันลบ.ส่งผลให้ backlog ก่อนรับรู้รายได้ใน 1Q56 เพิ่มขึ้นเป็นถึง 74.8 พันลบ.ซึ่งสูงกว่ารายได้ในปี 2555 ถึง 380% นอกจากนี้คาดการณ์ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นจากการปรับกระบวนการก่อสร้างอย่างครบวงจร รวมถึงการใช้ประโยชน์จากเงินสดในมือในการเจรจาขอรับส่วนลดทางการค้า และนำไปลงทุน ซึ่งเป็นบวกต่อ GPM และดอกเบี้ยรับ เราคาดจะเห็นพัฒนาการที่ดีนี้ตั้งแต่ 1Q56 โดยประเมินกำไรสุทธิไว้ที่ 403 ลบ.เพิ่มขึ้น 34%YoY และ 39%QoQ          - MINT (ถือ ปิด 24.7 พื้นฐาน 20.0 -19.0%) หลังจากเข้าประชุมนักวิเคราะห์ เราคาดกำไร1Q56 ที่ 1.5 พันล้านบาท (เพิ่ม 19% YoY) โดยคาดรายได้จากธุรกิจโรงแรมจะโต 15% YoYจากอัตราการเข้าพักที่ 79% ขณะที่อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ARR) เพิ่มขึ้น 8% YoY และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) เพิ่มขึ้น 22% YoY นอกจากนี้มาร์จินของธุรกิจโรงแรมจะสูงขึ้นตามอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้น ส่วนรายได้จากธุรกิจอาหารคาดจะเพิ่มขึ้น 15% YoY จากยอดขายสาขาเดิมที่โต 4% YoY เทียบกับยอดขายรวมที่เพิ่ม 14.6% YoY โดยไตรมาสนี้ บริษัทมีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้น 149 แห่งเป็น 1,406 แห่ง สำหรับธุรกิจพัฒนาอสังหาฯคาดจะมีรายได้ที่ลดลง เพราะ MINT ขายพื้นที่ของโครงการ St. Regis Residence ต่ำกว่า 6% ใน 1Q56 และไม่มียอดขายโครงการ Samui Estate ขณะที่คาดว่าธุรกิจค้าปลีกจะมีผลประกอบการดีขึ้น โดยคาดยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 10.3% YoY และยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 23% YoY จากความต้องการที่ฟื้นตัว เรายังคงมูลค่าพื้นฐานของ MINT ที่ 20.0 บาทตามวิธี SOTP โดยใช้ PER 20x ประเมินมูลค่าธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่อสังหาฯ และ 13x สำหรับธุรกิจอสังหาฯ เราคงคำแนะนำ ถือ          - AP (ซื้อ ปิด 8.90 พื้นฐาน 12.50 +40.5%) เราคาดว่า AP จะรายงานกำไร 1Q13 ที่ 267 ลบ. ลดลง 37%YoY และ 70%QoQ รายได้จากคอนโดมิเนียมที่ลดลง ส่งผลต่อทั้งรายได้รวมที่คาดจะลดลง 12%YoY และ 59%QoQ เป็น 2.8 ลบ. และอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดจะลดลงเป็น33.0% จาก 35.6% ใน 1Q55 และ 35.5% ใน 4Q55 เนื่องจากคอนโดมิเนียมมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าบ้านในแนวราบ ทั้งนี้ในประมาณการรายได้ดังกล่าวเราคาดว่ารายได้จากคอนโดมิเนียมจะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 30% ซึ่งการอ่อนตัวของรายได้รวมดังกล่าวก็คาดว่าจะส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 20.0% จาก 19.0% ใน1Q55 และ 16.9% ใน 4Q55 และเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงมากกว่าการลดลงของรายได้ อย่างไรก็ตามเรายังคงเชื่อว่าผลประกอบการในไตรมาสถัดๆไปจะมีการเติบโตที่ชัดเจนจาก backlog ในระดับสูง เราจึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิในอนาคตและมูลค่าพื้นฐานที่ 12.5 บาท ทั้งนี้ AP ซื้อขายในระดับ PER ปี 2556 เพียง 7.8x จากค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 14.0x ขณะที่ราคาปิดล่าสุดคิดเป็นส่วนลดถึง 40.5% จากมูลค่าพื้นฐาน เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”          - CPN (ซื้อ ปิด 102.0 พื้นฐาน 110.0 +7.8%) เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และยังคงมูลค่าพื้นฐานของ CPN ที่ 102.0 บาท ซึ่งหลังจากเข้าพบผู้บริหารล่าสุด เรามีความมั่นใจต่อแผนการพัฒนาของบริษัทที่เป็นไปในเชิงบวก โดย CPN มีแผนที่จะขายห้างฯ 2 แห่งมูลค่ารวม 8.0 พันลบ. ได้แก่ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตและเซ็นทรัล รามอินทราเข้า CPNRF โดยเราคาดหวังกำไรราว 3.0 พันลบ.จะบันทึกจากธุรกรรมดังกล่าวใน 2H56 ซึ่งเรายังไม่รวมเข้าไปในประมาณการ นอกจากนี้ CPN ยังมีแผนที่จะแปลง CPNRF ให้เป็น REIT เพื่อคงโอกาสการเติบโตของกองทุนในระยะยาวเนื่องจาก CPNRF จะไม่สามารถเพิ่มทุนได้หลังปี 2556 ซึ่งตอนนี้ยังรอกฏเกณฑ์ที่ชัดเจนจากกลต. สำหรับผลประกอบการที่เซ็นทรัลเวิล์ดถือว่าดีขึ้นโดย CPN คาดว่าจะสามารถลดส่วนลดที่ให้กับลูกค้าได้เป็น 3-5% จากปัจจุบันที่ 5-10% และยังมี upside จากการเปลี่ยนพื้นที่เซ้งให้เป็นพื้นที่เช่า นอกจากนี้แผนการขยายการลงทุนใหม่ตามแผนที่ 1 แสนตรม.ต่อปีโดยมาจากศูนย์ฯใหม่อย่างน้อย 3 แห่งยังคงชัดเจน โดยในปีนี้จะมีการขยายการลงทุนที่อบลราชธานี, เชียงใหม่และหาดใหญ่สรุปภาวะตลาด          - DJIA ปิด 14,700.80 จุด +24.50 จุด (+0.17%) S&P500 ปิด 1,585.16 จุด +6.37จุด (+0.4%) Nasdaq ปิด 3,289.99 จุด +20.34 จุด (+0.62%) ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น เนื่องจากได้แรงหนุนจากการปรับตัวลดลงเกินคาดของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ และผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัท เอ็กซอน โมบิล          - NYMEX ส่งมอบ มิ.ย. อยู่ที่ USD93.64/bbl +2.21(+2.4%) สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบ มิ.ย. อยู่ที่ USD1,462.0/ounce +38.3(+2.69%) สัญญาราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากข่าวที่ว่าซีเรียอาจจะใช้อาวุธเคมีส่งผลให้นักลงทุนกังวลกับเสถียรภาพในอ่าวอาหรับ ขณะที่สัญญาราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนคาดหวังว่าธนาคารกลางในหลายประเทศจะใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินมากขึ้นสรุปข่าวประจำวันต่างประเทศ          - กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงาน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 20 เม.ย.ลดลง 16,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 339,000 ราย ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยับลงมาอยู่ที่ระดับ 351,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 352,000 ราย ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานติดต่อกันโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ลดลง 4,500 ราย แตะระดับ 357,500 รายสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแรงงาน ของสหรัฐยังคงอยู่ในระยะฟื้นตัว (อินโฟเควสท์)          - สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ คาดการณ์ว่า GDP ไตรมาส 1/56 จะขยายตัว0.3%QoQ เนื่องจากภาคบริการและเหมืองแร่ของอังกฤษที่ขยายตัว 0.6% และ 3.2% ตามลำดับ โดยตัวเลขดังกล่าวช่วยลดความกังวลของนักวิเคาะห์ที่มองว่าเศรษฐกิจของอังกฤษอาจจะเผชิญภาวะถดถอย (Market Watch)          - สำนักงานสถิติแห่งชาติสเปน รานงาน อัตราว่างงานในช่วงไตรมาส 1/56 สูงสุดเป็นประวัติการณืที่ 27.16% โดยจำนวนผู้ว่างงานปรับเพิ่มขึ้น 237,400 ราย มาอยู่ที่ระดับ 6,202,700 ราย สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ระดับ 26.5% (Market Watch)ข่าวบริษัท          - 2เจ้าสัวเปิดศึกศักดิ์ศรี MAKRO มูลค่ากระฉูด 'เจริญ’ ทุ่มซื้อหุ้นละ 865 บาท - 'ธนินท์’เร่งโรดโชว์ “เสี่ยเจริญ” ท้าชนเจ้าสัว จับมือ “แบงก์กรุงเทพ-กรุงไทย” ทำ Counterbid หุ้น MAKRO จากกลุ่มเอสเอชวี โฮลดิ้ง เอ็นวี แข่งกับซีพีออลล์ ราคา 826-865 บาทต่อหุ้น สูงกว่าซี พีที่ 787 บาท หลังพบแม็คโครซ่อนราคาที่ดินไว้เพียบ  ด้าน “ธนินท”? ไม่สน เตรียมเดินสายแจงกลุ่มผู้ถือหุ้นทั้งกองทุน และสถาบันต่างชาติ ศึกศักดิ์ศรีครั้งนี้อาจมีผลให้ราคา MAKRO พุ่งกระฉูดแรงต่อ (ข่าวหุ้น)          - BLAND แย้มกำไร โตกระโดด100% รายได้ทะลุ4พันล. \"BLAND\" ส่งซิกกำไรสุทธิปี 55/56 (เม.ย. 55-มี.ค. 56) โตก้าวกระโดด 100% ส่วนรายได้คาดจะเกิน 4,000 ล้านบาท ทุ่ม4,300 ล้านบาทสร้างอสังหาฯใหม่-ขยายพื้นที่เช่า คุยมีกระแสเงินสด 2.2 หมื่นล้านบาท จากการขายกอง REIT และแปลงวอร์แรนต์ (ข่าวหุ้น)          - SCB ลั่นสินเชื่อพุ่งมากกว่าเป้า “กรรณิกา” โชว์สินเชื่อช่วงเกือบ 4 เดือนแรก ขยับแล้วกว่า18% มองไตรมาส 2 ตัวเลขยังสวย ยันยังมีดีล M&A อีกหลายงานในมือ จับตารายได้ค่าธรรมเนียมปีนี้พุ่งกระฉูด (ข่าวหุ้น)          - SABINA ปีนี้รายได้พุ่ง20% คลอด โมเดิร์น วี’ ดันยอดขาย480ล้านบาท “ซาบีน่า” มองรายได้ Q2 สูงกว่า Q1 ที่คาดโต 15% การันตีทั้งปีโต 20% แตะ 2.4 พันล้านบาท ล่าสุดทุ่มงบ30 ล้านบาท ส่ง “โมเดิร์น วี” ดึง \"ชมพู่- อารยา เอ ฮาร์เก็ต\" มารับตำแหน่งแบรนด์ แอมบาสเดอร์ หวังยอดขาย 480 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)          - GRAMMY ดันช่องONEตีตลาด ทุ่ม200ล้านบาทรีแบรนด์ใหม่ GRAMMY ทุ่ม 200 ล้านบาท รีแบรนด์เป็น \"ช่อง ONE\" ชูจุดเด่นด้านคอนเทนต์ในมือ มัดใจฐานคนดูและผู้ลงโฆษณาฟากผู้บริหารลั่นฟาดรายได้ถึง 200 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ (ข่าวหุ้น)          - THCOM ยิ้ม'ทีโอที’ ต่อสัญญา ไอพีสตาร์อีก 8 ปี ดันยอดใช้ช่องสัญญาณเพิ่ม \"ไทยคม\" ยิ้ม \"ทีโอที\" ต่อสัญญาเช่าใช้ไอพีสตาร์อีก 8 ปี ดันแบนด์วิธไอพีสตาร์เพิ่ม-เสริมศักยภาพ TOT สร้างรายได้เพิ่ม ด้านกูรูมองดีลนี้ส่งผลแบนด์วิธไอพีสตาร์ในไทยเพิ่ม 3% แต่ไม่มีผลต่อกำไรสุทธิเพิ่ม คาดทั้งปี 56 มีกำไรสุทธิ 1,197 ล้านบาท โต 588% (ข่าวหุ้น)          - ROBINS ส่งซิกQ1โตแรง รุกขยายสาขาปั๊มยอดขาย ผู้บริหาร ROBINS \"ปรีชา เอกคุณากูล\" ส่งซิกผลงาน Q1/2556 โตแรง เตรียมร่อนงบกลางเดือนพฤษภาคมนี้มั่นใจรายได้ปี 2556 โตเข้าเป้า 18% ล่าสุดบอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลงวดปี 2555 หุ้นละ 0.90 บาท ดีเดย์กำหนดจ่าย23 พฤษภาคมนี้ พร้อมรับข้อเสนอผู้ถือหุ้นปรับลดพาร์ หวังเพิ่มสภาพคล่อง เล็งแผนศึกษาตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (ทันหุ้น)          - SRICHA โกยงาน1.7หมื่นล้านบาท ซดมาร์จิ้น35% SRICHA ส่งซิกงบ Q2/2556 สุดจี๊ดหลังรับรู้งานในมืออื้อซ่า จาก Q1/2556 ด้าน \"กฤษฎา โพธิสมภรณ์\" ลั่นตุนงานมาร์จิ้นสูง 30-35% แถมลุ้นรับงานเพียบ หวังปั๊มกำไรทั้งปี 2556 พุ่งตามเป้า 20-25% (ทันหุ้น)          - TRT กระซิบ Q1 งบพลิกกำไร ออเดอร์อื้อ TRT แบไต๋ผลงาน Q1/2556 ส่อพลิกเป็นกำไรชัดเจนจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนราว 38 ล้านบาท รับดีมานด์ทะลักอื้อ-คุมต้นทุนแจ๋วด้านเอ็มดี มั่นใจปี 2556 รายได้ตามนัดพุ่ง 40% จากปีก่อน หลังงานในมือจ่อรับทรัพย์อื้อ แถมมีลุ้นโปรเจ็กต์ใหม่ตรึม (ทันหุ้น)          - HFT ลุยเจรจากลุ่ม\"OEM\" รับยอดขายมอเตอร์ไซค์พุ่ง HFT รับอานิสงส์ยอดขายมอเตอร์ไซค์สูง ทำสถิติรอบใหม่ 2.13 ล้านคัน พร้อมเดินสายเจรจารายใหญ่ OEM เพิ่ม จากปัจจุบันตุนในพอร์ต 6 รายรองรับออเดอร์ใหม่เพียบ วงในแย้มกำไรไตรมาส 1/2556 เด่น หลังเพิ่มสินค้า Automatic พร้อมลุยตลาดประเทศเพื่อนบ้าน รับ AEC (ทันหุ้น)          - VIBHA เร่งสปีดรพ.เพิ่ม อัพยอด-เคาะรายได้โต15% VIBHA แย้มผลงานไตรมาส1/2556 เติบโตเด่น หลังมีพื้นที่รองรับการให้บริการมากขึ้น แถมขยายลูกค้าได้ตามแผน มั่นใจรายได้รวมทั้งปี 2556 เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% ตามเป้าที่วางเอาไว้ พร้อมเร่งเดินหน้าก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่อีก 2 แห่งให้เสร็จตามแผน เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าหนุ่มสาวฉันทนา (ทันหุ้น)          - GLAND ทุ่มซื้อที่ดิน1.3พันล. โครงการยักษ์-ตั้งกองอสังหา GLAND เฮลั่น ผู้ถือหุ้นอนุมัติซื้อที่ดิน วงเงินราว 1,336.82 ล้านบาท พัฒนาโครงการอาคารสำนักงานและศูนย์ค้าปลีกแม้ที่ปรึกษาทางการเงินท้วงติง ด้าน \"โยธิน บุญดีเจริญ\" หัวเรือใหญ่ออกปากราคาสมเหตุผลอนาคตไกล พร้อมเข็นโครงการ เดอะไนน์ ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 เข้ากองทุนในช่วงไตรมาส 4/2556 มูลค่า 3,000-4,000 ล้านบาท (ทันหุ้น)ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม          - ไฟเขียวลงทุนบอนด์ท้องถิ่นตปท. นายชาญชัย บุญฤทธิ์ไชยศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายช่วยงานบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ธปท. เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ธปท. เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมามีมติเห็นชอบให้ขยายกรอบการนำเงินสำรองระหว่างประเทศไปลงทุนในพันธบัตรมลรัฐต่าง ๆ ในประเทศ จากเดิมที่กำหนดลงทุนได้เฉพาะพันธบัตรรัฐบาลของประเทศเท่านั้น อย่างไรก็ตามแม้จะอนุญาตให้ไปลงทุนได้ แต่คงไม่สามารถเริ่มดำเนินการได้ในทันที เพราะทีมบริหารคงต้องไปศึกษารายละเอียดการลงทุนอย่างรอบคอบก่อน โดยพันธบัตรของมลรัฐที่จะเข้าไปลงทุนนั้น ต้องเป็นพันธบัตรที่มีการจัดอันดับเครดิตเรตติ้งในระดับที่ดี ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณเอเออยู่แล้ว (เดลินิวส์)          - บาทแข็งคาดส่งออกโตต่ำ5% ถกทูตพาณิชย์-เอกชน เล็งปรับเป้าหมายใหม่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอมรับว่าหากค่าเงินบาทยังแข็งค่าอย่างต่อเนื่องจะทำให้การส่งออกปี 56 เติบโตไม่ถึง 5% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ 8-9% มูลค่า 2.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามจะยังไม่มีการปรับลดเป้าหมายทางการลงเพราะต้องรอการประเมินและรับฟังข้อมูลจากหัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(ทูตพาณิชย์) ที่จะประชุมร่วมกันในปลายเดือน พ.ค. นี้ รวมถึงการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เสียก่อน (เดลินิวส์)          - ธปท.ขาดทุนสะสม 4.42 แสนล้าน เปิดงบดุลปี 55 เสียทีค่าเงินบาทแข็งขึ้น 3.1% ธปท.เผยงบดุลปี 2555 ขาดทุนสุทธิ 1.08 แสนล้านบาท ส่งผลขาดทุนสะสมพุ่งขึ้นเป็น 4.42 แสนล้านบาท ส่วนบัญชีสำรองพิเศษมีกำไรสะสม 8.29 แสนล้านบาท เหตุผลดอกเบี้ยรับน้อยกว่าจ่าย เดือนละ 8,000 ล้านบาท และขาดทุนจากการตีราคาค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น 3.1% ชี้ทำเพื่อลดความผันผวนของเงินบาทไม่ให้แข็งจนกระทบเศรษฐกิจ (ไทยรัฐ)          - เรกูเลเตอร์ชี้อานิสงส์บาทโป๊ก ค่าไฟงวดใหม่ลด5.12ส.ต.-แถมล้างหนี้กฟผ. นายดิเรกลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือ เรกูเลเตอร์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมพิจารณาประมาณการค่าไฟฟ้าตามสูตรอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) เห็นชอบอนุมัติให้ปรับลดค่าเอฟทีในงวด พ.ค.-ส.ค. 2556 ลง 5.12 สตางค์/หน่วย ทำให้ค่าเอฟทีในงวดดังกล่าวมาอยู่ที่ 46.92 สตางค์/หน่วย จากงวดก่อนหน้า (ม.ค.-เม.ย. 2556) ที่อยู่ที่ 52.04 สตางค์/หน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐาน จะทำให้ค่าไฟฟ้าในงวดล่าสุดมาอยู่ที่ 3.74 บาท/หน่วย(รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) จากงวดก่อนหน้าที่ 3.79 บาท/หน่วย (ข่าวสด)          กิจพล ไพรไพศาลกิจ Kitpon.p@kasikornsecurities.com +662 696-0057          ปณิธิ จิตรีโภชน์ Paniti.j@kasikornsecurities.com, +662 696-0053          โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 26 เม.ย. 2556